STATE RED SUN ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
นักเขียน : yaygoh

อ่านการ์ตูน



ตอนที่ 1



สนามแข่งรถ...


สองเท้าของฉันหยุดนิ่ง รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่ในปาร์ตี้สนามแข่งที่คับคั่งไปด้วยผู้คนและรถยนต์หลายสิบคัน แม้จะเป็นช่วงใกล้ค่ำ แต่แสงสีของที่นี่ไม่ได้น้อยหน้าผับดังย่านกลางเมืองเลยสักนิด


ท่ามกลางฝูงชนที่แต่งกายจัดจ้าน ฉันคนเดียวกลับกลายเป็นตัวประหลาดที่ถูกจ้องมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร พื้นที่ที่เคยแน่นขนัดก่อนหน้านี้ถูกแหวกกว้างออกอย่างพร้อมเพรียงทันทีที่ฉันก้าวเข้ามา กลายเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคนไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ


ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่น รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับฉัน ฉันกำแผ่นกระดาษในมือแน่น ฝืนใจก้าวต่อไปข้างหน้า กวาดตามองหาคนคนหนึ่งอย่างร้อนใจ น้องสาวฉันอยู่ที่ไหน


ถ้าไม่ใช่เพราะอาโยขอร้อง ฉันคงไม่ย่างเท้าเข้ามาในนี้เด็ดขาด เพนนีจะรู้ไหมว่าทำคนอื่นเดือดร้อนขนาดไหน


หมับ!!!


ฉันสะดุ้งเฮือก ก้มมองข้อมือที่ถูกจับด้วยความตกใจ แล้วเงยหน้ามองเจ้าของมืออย่างหวาดหวั่น


เขาทำฉันนิ่งอึ้งเพราะหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายตั้งแต่แวบแรกที่มอง เขาทำฉันลืมเลือนทุกสิ่งรอบกายไปชั่วขณะ ใบหน้าที่งดงามประหนึ่งทูตตกสวรรค์แฝงเร้นด้วยเล่ห์ร้ายดุจซาตานของเขา


“ปะ ปล่อยนะ” พอรู้สึกตัวฉันรีบดึงข้อมือออกจากฝ่ามือร้อนๆ ของเขาทันที


หมอนั่นเหลือบมองฉันในชุดนักศึกษาตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ต่างจากประเมินของชิ้นหนึ่ง “จืดว่ะ ใครเอายัยนี่เข้ามาในปาร์ตี้ฉัน” เขาตั้งคำถามและมองไปรอบๆ อย่างหงุดหงิด


ไม่มีใครตอบ ราวกับว่าการพูดกับคนตรงหน้าเป็นเรื่องต้องห้าม


“ออกไปซะก่อนที่เธอจะทำปาร์ตี้ฉันกร่อย”


หมอนั่นส่งเสียงไล่ฉันอย่างรังเกียจก่อนเดินออกไป บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่


“คะ คือ... ฉัน... ฉันมาตามหาน้อง” ฉันโพล่งออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แจ้งให้รู้ว่ายังกลับตอนนี้ไม่ได้ทั้งที่ไม่จำเป็น


เขาหยุดแล้วหันมามองคล้ายได้ยินเสียงแมลงวันตัวหนึ่งบินผ่าน สายตารำคาญเพ่งมองราวกับจะฉีกร่างฉันเป็นสองส่วน แต่ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นกับฉัน เสียงหนึ่งก็ดังมาจากที่ไหนสักแห่งในนี้


“เฮียริกกี้ พวกนั้นมา!”


คนที่โดนเรียกว่าริกกี้หันขวับ สายตาคู่คมดุดันขึ้นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากรอบกายเขาราวกับงูแผ่แม่เบี้ย ฉันร่นถอยหลังตามสัญชาตญาณ รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวที่ไม่น่าเข้าใกล้ พร้อมกันนั้นชื่อริกกี้ก็ถูกประทับตราลงในสมองอย่างแม่นยำ


ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหน กลุ่มผู้ชายจำนวนสี่ห้าคนท่าทางเอาเรื่องก็เดินเข้ามายืนจับกลุ่มกันตรงหน้าริกกี้


กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวไหลเวียนไปทั่วทั้งลานกว้าง ก่อนที่หนึ่งในแขกไม่ได้รับเชิญจะเอ่ยขึ้นมา


“จัดงานเลี้ยงสมกับเป็นทีมกระจอกๆ ดีนี่ริกกี้... เหอะ แกนี่มันเห่ยชะมัด”


สายตาคนพูดตวัดมองมาที่ฉันราวกับจะถากถางริกกี้ ฉันเย็นสันหลังวาบ รู้สึกคล้ายถูกตรึงเอาไว้กับที่จนขยับไปไหนไม่ได้


“มีธุระอะไร”


“แค่แวะมาทักทายหัวหน้าทีม RED SUN คนใหม่” เขาแสยะยิ้มหยัน นัยน์ตาสีครามส่องประกายเจ้าเล่ห์ ใบหน้าหล่อเหลาไม่น้อยไปกว่าริกกี้กวนประสาทเหลือร้าย


ฉันมองอย่างใจคอไม่ดี ตอนนี้เรื่องเพนนีไม่ได้อยู่ในหัวสักนิด สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในหัวสมองคือเสียงภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ฉันหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนี่สักที


แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่ได้ยินเสียงของฉัน เหตุการณ์ระหว่างชายทั้งสองคนที่ไม่ลงรอยกันยังคงดำเนินต่อ


“หมดธุระแล้วก็กลับไปซะ” ริกกี้ออกปากไล่


เจ้าของนัยน์ตาสีครามกระตุกยิ้ม จับจ้องสายตาริกกี้อย่างไม่สะทกสะท้าน ตรงเข้ามาดึงแขนฉันไปจับอย่างไม่มีสาเหตุ


“ทะ ทำอะไร ปล่อยนะ”


“ฉันยังไม่ได้ทักทายยัยนี่เลย”


ฉันเบือนหน้าหลบเมื่อเขาโน้มใบหน้าคมๆ เข้ามาใกล้จนริมฝีปากเฉียดแก้มไปนิดเดียว


“คิดจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ!” ฉันโวยวายด้วยความร้อนรน สะบัดมือออกจากฝ่ามือของเขา แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหลุดง่ายๆ


ริกกี้ขมวดคิ้วมองฉันกับเจ้าของดวงตาสีครามสลับกันด้วยสายตาเย็นชา


“ถ้าคิดจะยั่วโมโห ไม่ได้ผลหรอก”


“อย่างงั้นเหรอ ถ้างั้นแบบนี้ล่ะ” เขาจับหน้าฉันด้วยมือทั้งสองข้างแล้วดึงเข้าไปประกบริมฝีปากอย่างรวดเร็ว


เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ หัวใจฉันกระตุกวูบ เบิกตาโพลง ในหัวตอนนั้นมีแต่ความตกใจ


นี่มันจูบไม่ใช่เหรอ! ฉันกรีดร้องในใจ ออกแรงขัดขืนทันทีที่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ผลักคนตรงหน้าออกห่าง แต่ก็ไม่เป็นผล


บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท ทุกสายตาจ้องมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว


แต่ก่อนที่ความรู้สึกอดสูจะกล้ำกรายเข้ามาในหัวใจฉันนานกว่านั้น ร่างสูงก็โดนกระชากออกไป ริมฝีปากฉันเป็นอิสระ แรงเหวี่ยงทำให้ฉันเซห่างออกมาด้านข้างโดยไม่ทันได้ตั้งหลัก เหลือบเห็นริกกี้กระชากแขนเขาคนนั้นออกไปแล้วผลักแรงๆ หนึ่งที


“ถ้าหิวก็ไปกินที่อื่น อย่ามาทำตามอำเภอใจในถิ่นข้า”


“ถ้าอย่างนั้นข้าจะลากนังนี่ไปกินที่อื่น”


เขาพูดแล้วตรงเข้ามาคว้าแขนฉันเอาไว้แน่น ฉันมองใบหน้าหื่นกระหายของเขาอย่างแตกตื่น เสียงหัวเราะสะใจดังมาจากทางพรรคพวกของเขาอย่างกำลังเยาะเย้ยริกกี้อยู่


“ปล่อยนะ ฉันไม่รู้เรื่องด้วย” ฉันขัดขืน หัวใจสั่นระรัว ไม่น่ามาที่นี่ตั้งแต่แรกเลย ฮือออ


“ไม่มีปัญหาใช่ไหมริกกี้”


ริกกี้ชะงัก นัยน์ตาคมสีนิลหรี่เล็ก เขาขบกรามแน่นเพราะคำพูดล่าสุดของอีกฝ่าย และก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัว ริกกี้ก็กระชากแขนฉันออกจากการจับกุมของหมอนั่นทันที


วืด!!!


“อึก!” ฉันกลั้นหายใจเฮือก หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น สถานการณ์มันดูยุ่งเหยิงและสับสนไปหมด ทันใดนั้นเสียงเย้ยหยันก็ดังขึ้น


ริกกี้บีบข้อมือฉันแน่น จ้องศัตรูตรงหน้าด้วยสายตาเลือดเย็น!


“ออกไปซะ ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน”


“แค่ยัยเฉิ่มคนเดียว จะหวงทำไมนักหนา ทีผู้หญิงคนอื่นแกยังแชร์กับฮานเลย ฮ่าๆ”


เสียงหัวเราะของผู้ชายคนนั้นดังขึ้น ครู่ต่อมาพรรคพวกของเขาก็หัวเราะตามกัน “แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้วว่ะ ปากยัยนั่นนุ่มจนน่า...”


กิ๊ก!


บางอย่างในมือริกกี้หยุดผู้ชายคนนั้นที่กำลังจะเดินเข้ามาใกล้จนคำพูดชะงักค้าง


หัวใจฉันร่วงไปอยู่ตาตุ่ม เพิ่งเห็นของที่อยู่ในมือริกกี้ชัดๆ ปืนสีดำเมื่อมเล็งไปที่ศัตรูอย่างเลือดเย็น เกิดความเงียบงันไปทั้งบริเวณ ทุกการเคลื่อนไหวหยุดนิ่งเพราะวัตถุอันตรายในมือของริกกี้กระบอกเดียว


รอยยิ้มไม่รู้สึกรู้สาถึงอันตรายผุดขึ้นบนใบหน้าของชายคนเดิม เขาดูไม่ยี่หระต่ออะไรทั้งสิ้น ขณะที่ฉันกำลังอกสั่นขวัญแขวนไปหมด


ริกกี้ไม่มีท่าทีว่าล้อเล่นเลยสักนิด นิ้วเรียวยาวกระชับไกปืนแน่น แววตาสีนิลคมกริบเอาจริง “กลับไปซะ ข้าให้โอกาสเอ็งขยับแค่ครั้งเดียว!”


“ถ้าไม่ล่ะ”


“หึ!” ริกกี้แค่นเสียงเหยียดในคอ นิ้วมือขยับ!


ฉันเบิกตากว้างอย่างตกใจ ไม่นะ!


ปัง!!!


กระสุนพุ่งออกมาอย่างไม่มีใครสามารถหยุดมันได้ ทุกอย่างยังคงนิ่งเงียบ ไม่มีใครขยับไปไหน ทุกสายตาจ้องมองมาที่กลางวงล้อมอย่างตื่นตระหนก


ร่างฉันค่อยๆ ทรุดลงเมื่อความเจ็บปวดทะลวงลึกเข้ามาในหัวใจ ก่อนที่ฉันจะล้มลงกระแทกพื้น ใครบางคนก็โผเข้ามารับเอาไว้ทัน


ฉันเจ็บจนไม่อยากลืมตา รู้สึกเหมือนพลังงานค่อยๆ ไหลออกจากร่าง นี่ฉันกำลังจะตายใช่ไหม


เมื่อกี้ฉันตกใจวิ่งเข้าไปขวางทางกระสุนเพื่อปกป้องผู้ชายคนนั้นจนลืมนึกถึงชีวิตตัวเอง โง่แม้แต่วินาทีสุดท้ายจริงๆ


“ยัยบ้า!”


เสียงริกกี้อยู่ใกล้ๆ นี่เอง หรือเขาคือคนที่ประคองฉันอยู่ ฉันปรือตาขึ้นอย่างสงสัย เห็นใบหน้าของเขาเลือนรางก่อนทุกอย่างจะดับวูบ

 



ฉันลืมตาขึ้นภายใต้ความมืดสลัว เจ็บตรงอกเหมือนมีหินก้อนใหญ่กดทับทั้งที่ไม่มีอะไรนอกจากผ้าห่มผืนบางคลุม แค่หายใจเบาๆ ยังทรมาน


นี่ฉันยังไม่ตาย!?


ในหัวปวดหนึบ คอแห้งผาก มองฝ่าความมืดในห้องอย่างสงสัยแกมตื่นตระหนก ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่ งั้นที่นี่ที่ไหน


“รู้สึกตัวแล้วเหรอ”


น้ำเสียงบาดหูดังขึ้น ฉันเหลือบมองเงาของร่างสูงที่ขยับเข้ามาวางมือลงบนเตียงอย่างวิตก ริกกี้!


ฉันตกใจ ขยับหนีเขาอย่างลืมตัวก่อนจะร้องออกมาเสียงดังเพราะความเจ็บปวดที่อกร้าวระบม หายใจหอบลึก มองริกกี้ด้วยนัยน์ตาสั่นไหว


“ฉันน่ากลัวกว่าลูกปืนหรือไง”


“อึก”


น้ำเสียงหงุดหงิดดังอย่างไม่สบอารมณ์


เขาทำให้ฉันนึกออกว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น ...ฉันเอาตัวเข้าไปบังกระสุนของริกกี้เพราะจะปกป้องคนแปลกหน้า แต่ฉันทำไปโดยไม่รู้ตัว และไม่คิดด้วยว่าริกกี้จะลั่นไกจริงๆ


ฉันกลืนน้ำลายอึก เนื้อตัวเย็นเฉียบเมื่อรู้ถึงความน่ากลัวที่เผชิญมา ริกกี้มาอยู่ตรงหน้าฉันแบบนี้ก็แปลว่าฉันยังไม่ตาย


“เธอเป็นอะไรกับไอ้คลื่น”


เสียงแข็งกระด้างไม่เป็นมิตรของริกกี้ที่ดังอยู่ใกล้ๆ ดึงสติฉันกลับมามองหน้าเขาอย่างสับสน


ฉันไม่เคยรู้จักคนชื่อคลื่น


“ตอบมา!”


เขากระแทกเสียงอย่างหงุดหงิด ฉันสะดุ้งเฮือก รู้สึกเจ็บร้าวที่หน้าอก ในหัวพยายามเรียบเรียงเรื่องที่เกิดขึ้น ละล่ำละลักเสียงแหบพร่า


“ฉัน...ไม่รู้จัก”


“แล้วเธอช่วยมันทำไม มีคนสติดีที่ไหนเอาตัวไปบังกระสุนแทนคนอื่น”


ฉันกะพริบตา ริกกี้พูดแบบนั้นก็แสดงว่า... คนนั้นชื่อคลื่น


“เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนั้น”


“เธอคิดจะกวนประสาทฉันหรือไง”


เขาบีบคางฉันเอาไว้แน่นด้วยท่าทางโมโห


“ฉัน...ขะ ขอโทษ”


“เธอเป็นอะไรกับมัน บอกความจริงมาก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”


“ฉันไม่รู้ ฮือออ ฉันไม่รู้จริงๆ” ฉันสะอื้นอย่างตื่นกลัวเพราะสายตากดดันปนเลือดเย็นของคนตรงหน้า มันอยู่ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุ น้ำตาฉันเอ่อล้นออกมาอย่างไม่ตั้งใจ


“หยุดร้อง รำคาญ!”


“ฮึก...”


“คิดว่าฉันเชื่อเธอเหรอ แกล้งทำเป็นใสซื่อ ที่จริงเธอแฝงตัวเข้ามาในงานเพื่อสืบความลับของฉันให้พวกอีเกิล สปีดใช่ไหม”


“ฉันไม่รู้ จะ เจ็บ...ฮือออ ปะ ปล่อยฉันเถอะ ฉันขอร้อง”


“คายความลับออกมา ไม่งั้นฉันฆ่าเธอแน่”


เขาจับไหล่ฉันแล้วเขย่าจนปวดสะเทือนไปทั้งตัว คาดคั้นเอาเรื่องที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจและไม่อยากรู้ด้วย ฉันขอร้องอ้อนวอนเขาทั้งน้ำตาทั้งที่มันเจ็บจนแทบพูดไม่ไหว แต่ริกกี้ไม่ฟัง เขายังคงเค้นฉันต่ออย่างบ้าคลั่ง


“เฮ้ย ริกกี้ทำอะไร”


ก่อนที่ฉันจะเจ็บจนตายด้วยน้ำมือริกกี้ ใครคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามากระชากเขาออกจากเตียง


“เก่ง”


เสียงริกกี้สบถลอดไรฟัน ฉันกลั้นหายใจมองเงาสองเงาที่อยู่ห่างเตียง รู้สึกสับและหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ


“ทำอะไร จะฆ่ายัยนั่นหรือไง”


“ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง อย่ายุ่ง” ริกกี้ทำท่าจะกลับมารังแกฉันต่อ แต่คนนั้นดึงรั้งแขนห้ามเอาไว้ ฉันใจหายวาบ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่แทบจะกลืนกินสติ ฉันนึกขอบคุณเขาเบาๆ ที่หยุดริกกี้เอาไว้


“ใจเย็นหน่อยสิวะ ถ้าเธอตายขึ้นมา ฉันก็ต้องมานั่งทำลายศพอีก”


นั่นคือเหตุผลที่เขากังวลเหรอ ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินแบบนั้น มือที่พอจะขยับไหวขยุ้มผ้าห่มแน่น มีแต่ความหวาดหวั่นอบอวลอยู่ในหัว


“ยากอะไร ถ้าตายก็แค่ส่งไปให้ไอ้คลื่นฝัง”


“ถ้ามันจบแค่นั้นก็ดีสิ”


ริกกี้เงียบไปครู่หนึ่ง


“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ไม่ให้ยัยนี่ตายน่าจะมีประโยชน์กว่า”


“นั่นแหละที่ข้ากำลังจะบอก”


“เออ งั้นก็จัดการต่อด้วย”


ริกกี้ออกไปแล้วเหลือแค่ผู้ชายแปลกหน้าอยู่ในห้องกับฉันสองคน


“จะทำอะไรน่ะ!”


ฉันใจหายวาบ ผวาตัวหนี แต่ก็เหมือนมีอะไรกดทับอยู่ตรงอก ขยับได้ไม่ถึงสองทีก็น้ำตาเล็ด ผ้าที่คลุมอยู่ตรงอกถูกมือของเขาเปิดออกโดยไม่บอกกล่าว ฉันร้องเสียงหลง เย็นวาบไปทั้งลำตัวครึ่งบน ลมหายใจติดขัดเมื่อรู้ว่าหน้าอกเปลือยเปล่าไม่มีอะไรสวมทับ


“ใจเย็นๆ ฉันเป็นหมอ”


ฉันชะงัก อาการหวาดกลัวลดลงไปกว่าครึ่ง จ้องมองหน้าของคนที่อ้างว่าเป็นหมออย่างไม่ไว้ใจ


ผมของเขายาวประบ่าจนต้องมัดรวบเอาไว้ด้านหลังอย่างลวกๆ หนวดเคราที่โกนไม่เรียบร้อยขึ้นตะปุ่มตะป่ำไม่สม่ำเสมอ ดวงตาสีน้ำตาลดุดัน ใบหน้าโหดเหี้ยมเกินกว่าจะเป็นหมอ


“ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ฉันเป็นคนผ่ากระสุนที่ฝังอยู่ตรงอกเธอออก”


คำบอกกล่าวนั่นทำให้ฉันหลุบตามองแผ่นผ้าก๊อชที่วางทับอยู่บนเนินอกตัวเองเลิ่กลั่ก ตอนนี้มันถูกซับไปด้วยเลือดจนมองไม่เห็นสีเดิม


“ไอ้เวรริกทำแผลฉีก ให้ตายสิ ต้องมาตามแก้อีก” เขาหยิบผ้าก๊อชออกพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง


ฉันผวาเฮือก กัดฟันแน่นอย่างตื่นกลัวปนอับอายที่ตอนนี้กำลังนอนเปลือยอกต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ความเจ็บปวดแทบจะทำให้ฉันลืมหมดทุกอย่าง


“เฮ้ ไหวไหม ฉันจะเย็บแผลให้ใหม่ อยู่นิ่งๆ”


“เอ๊ะ...”


เขาบอกก่อนจะโน้มตัวไปดึงลิ้นชักข้างเตียงออกมา หยิบกล่องปฐมพยาบาลขึ้นมากางบนเตียง ฉันมองเข็มในมือเขาหัวใจเต้นรัว


“อย่านะ...”


“กลัวเหรอ เธอสลบอยู่ตอนที่ฉันเอากระสุนออกเลยไม่มีปัญหา แต่ว่าตอนนี้ยาชาหมด เจ็บนิดเดียว ทนเอาหน่อยแล้วกัน”


“กรี๊ดดดดดดดดดด”


นิดเดียวอะไรล่ะ!! ฉันกรีดร้องลั่นห้อง ดิ้นตั้งแต่ปลายเข็มทิ่มลงในเนื้อสดๆ เขาใช้เข่ากดหน้าท้องฉันไม่ให้ดิ้นหนี มืออีกข้างล็อกคอเอาไว้สลับกับร้อยเข็มลงในเนื้อ


กว่าความเจ็บปวดจะสิ้นสุดลง ฉันก็หมดแรง นอนเหนื่อยหอบ ชาไปทั้งร่าง น้ำตาไหลจนชุ่มหมอน มองชายที่เรียกตัวเองว่าหมอก้มลงเก็บอุปกรณ์ นัยน์ตาลอยคว้าง


เมื่อกี้ฉันนึกว่าจะขาดใจไปแล้วจริงๆ เกิดมาไม่เคยเย็บแผลสดแบบนี้มาก่อน


กลิ่นคาวเลือดคลุ้งเตะจมูก เขาเก็บสำลีกับผ้าก๊อชที่เปื้อนเลือดทิ้งลงถังขยะเล็กข้างเตียง แล้วลุกขึ้นเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่


“เดี๋ยวเอายาแก้อักเสบกับลดไข้มาให้ อย่าเพิ่งขยับตัวล่ะ เดี๋ยวแผลฉีกอีก”


คิดว่าสภาพฉันสามารถลุกขึ้นไปไหนได้หรือไง


เขาเดินออกจากห้องพร้อมกับถังขยะและกล่องอุปกรณ์การแพทย์ ฉันมองตามจนประตูห้องปิดลง หลับตาอย่างเหนื่อยล้า ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจนเคลิ้มเกือบหลับ แล้วประตูก็เปิดออก


“อะกินซะ จะได้ดีขึ้น”


ผู้ชายคนนั้นยื่นยาให้แต่ฉันไม่มีปัญญาจะรับ ลำพังแค่หายใจเข้าออกยังระบมไปทั้งอก


“ลำบากชะมัด”


เขาเดินมาสอดยาเข้าปากฉันด้วยท่าทางรำคาญ ก่อนหยิบขวดน้ำมาจ่อปากแล้วค่อยๆ เทให้ เม็ดยาลื่นๆ ไหลลงคออย่างทุลักทุเล ความขมไหลปราดไปทั่วโพรงปาก


“เธอเป็นผู้หญิงไอ้คลื่นจริงเหรอ”


เขามองฉันที่นอนหอบอยู่บนเตียงก่อนที่สายตาของคนเป็นหมอจะหยุดอยู่ที่หน้าอกเปล่าเปลือยของฉัน


“อย่ามองนะ”


“ฉันไม่มีอารมณ์กับคนเจ็บหรอกน่า”


เขาทำเสียงขัดใจใส่ฉัน แต่ก็ยังไม่หยุดมอง


“ถามจริง เวอร์จิ้นอยู่หรือเปล่า?”


“......”


“ไม่ต้องห่วง ฉันยังไม่ได้ดูข้างล่าง ก็นะ เมื่อคืนริกกี้เรียกฉันมาด่วนจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นนอกจากผ่ากระสุนออก เหนื่อยเป็นบ้า...อ้าว หลับแล้วเหรอ?”


ฉันไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรต่อหลังจากทักเรื่องเวอร์จิ้น ฉันจำได้ว่าตกใจอยู่แป๊บหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย เปลือกตามันหนักจนทานไม่ไหว ความเจ็บปวดผสมกับฤทธิ์ยาที่ทานเข้าไปกล่อมฉันให้หลับสนิท



โปรดติดตามตอนต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

yaygoh
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'STATE...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด