ปกป้องแสงแห่งใจไว้ด้วยรัก
นักเขียน : Subi

อ่านการ์ตูน


เกาหลีใต้สูญเสียแสงสว่างไป




ประโยคด้านบนไม่ได้หมายความว่าประเทศนี้ไร้ซึ่งแสงสว่าง และทำให้ผู้คนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก มันเป็นเพียงพาดหัวข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุของคนที่ชื่อว่าชเวบิชเท่านั้น คนทั้งประเทศได้รับรู้ข่าวของชเวบิชก่อนที่เจ้าตัวจะฟื้นจากฤทธิ์ของยาสลบเสียด้วยซ้ำ




<ช่วงสายวันนี้เวลา 10 โมงเช้าโดยประมาณ เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนคนเดินถนน นายชเวบิช นักสเกตลีลาถูกรถบรรทุกที่ขับโดยนายคิม (นามสมมุติ) พุ่งชนใกล้กับศูนย์บริการประชาชนเขตซงพา กรุงโซล เป็นเหตุให้ขาข้างหนึ่งของนายชเวได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้นายชเวเป็นนักสเกตลีลาที่จะต้องลงแข่งขันในรายการกรังด์ปรีซ์ และจะถูกเรียกตัวไปเก็บตัวฝึกซ้อมในวันที่ 15 ที่จะถึงนี้ แต่กลับเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน>




บิชลืมตาขึ้น เขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากในข่าวแม้ว่าจะไม่อยากได้ยินก็ตาม ความหวังของเขายังมีอยู่ตราบเท่าที่แพทย์เฉพาะทางยังไม่ได้พูดอะไร อาการบาดเจ็บเกี่ยวกับกระดูกเป็นเรื่องปกติของนักกีฬาและการแข่งขันก็มีทุกปี หากปีนี้เข้าร่วมไม่ได้ ปีหน้าก็ยังมี บิชหลบตาครอบครัวที่ยืนมองเขาด้วยสายตากระวนกระวายใจอยู่ข้างเตียง เขาจะไม่เป็นไร ทุกอย่างจะดีขึ้น เขาทำได้เพียงปลอบตัวเองอยู่อย่างนั้น


ทีมแพทย์และพยาบาลที่ดูแลเข้ามาในห้องพักฟื้นหลังจากรู้ว่าบิชได้สติแล้ว เสียงเอะอะของกลุ่มสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านนอกห้องดังเล็ดลอดเข้ามาและเงียบลงหลังจากปิดประตู บิชเงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่หมอกำลังจะบอก


“กระดูกหน้าแข้งรวมไปถึงกระดูกบริเวณเข่าของคนไข้หักทั้งหมด รวมไปถึงเส้นเอ็นที่อยู่รอบๆ อาการบาดเจ็บนี้ส่งผลให้...”


“...ผมจะเล่นกีฬาต่อไปได้ไหมครับ”


“คงต้องรอดูอาการหลังจากผ่าตัดก่อนครับ ...หมอจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้คนไข้กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง”


หมออธิบายเกี่ยวกับอาการต่างๆ ต่ออีก ทว่าบิชไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว โสตประสาทของเขาไม่รับรู้เรื่องราวหลังจากนั้น แม้ว่าหมอจะพูดในแง่ดีมากที่สุด แต่คำพูดเหล่านั้นไม่ต่างจากจากคำตัดสินประหารชีวิตเลยแม้แต่น้อย เสียงข่าวในโทรทัศน์เกี่ยวกับชเวบิชยังคงดังอย่างต่อเนื่องหลังจากที่หมอและพยาบาลออกไป เรื่องราวและประวัติของเขาที่สถานีโทรทัศน์แต่ละช่องเอามานำเสนอเป็นเหมือนมีดแหลมที่ทิ่มแทงเขาอย่างทารุณ บิชทรุดตัวลงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง โทรทัศน์ที่กำลังรายงานข่าวถูกปิด ครอบครัวที่ยืนเศร้าอยู่ข้างเตียงต่างไม่รู้ว่าควรจะปลอบโยนอย่างไร พวกเขาได้แต่ลูบหลังผู้ป่วยที่ตอนนี้เอาหน้ามุดเตียงเพื่อหนีจากความจริงที่เพิ่งได้รับรู้


“ฮึก... เดี๋ยวพี่ออกไปข้างนอก...”


พี่สาวคนรองของบิชพูดเสียงสะอื้นก่อนจะออกจากห้องพักผู้ป่วยไป น้ำตาของบิชไม่ไหลแม้แต่หยดเดียว เป็นเพราะคนอื่นร้องไห้แทนเขาไปหมดแล้วหรือไงกันนะ เปลือกตาของเขาสั่นระริกแม้จะยังมุดหน้าอยู่กับผืนเตียงตามเดิม นี่ไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นแค่ความฝันเท่านั้น เขาจะร้องไห้ไปทำไมในเมื่อมันไม่จริงสักนิด


แค่ตื่นจากฝันก็พอแล้ว บิชคิดว่าถ้าเขาหลับไปอีกสักตื่น พอลืมตาขึ้นมาทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อน ทว่าหมุดเหล็กที่ดามขาและร่องรอยจากการผ่าตัดนั้นคือความจริง


เขาไม่อยากเชื่อว่าขาของตัวเองที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ จะไม่สามารถขยับได้อีก บิชลุกขึ้นนั่งบนเตียงผู้ป่วย เขาจ้องขาทั้งสองข้างของตัวเองและคิดว่ามันต้องขยับได้สิ มันต้องขยับได้แน่ๆ


บิชขยับตัวเพื่อลองเดิน แต่เขาทรุดตัวล้มลงกับพื้นตั้งแต่ก้าวแรก ไม่ใช่แค่เดินไม่ได้เท่านั้น ความเจ็บจากกระดูกขาที่แตกหักจากอุบัติเหตุยังช่วยตอกย้ำว่าทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน ความเจ็บร้าวตรงแผลผ่าตัดทำให้เขาต้องกุมขาตัวเองนอนกลิ้งกับพื้นด้วยความทรมานเกินบรรยาย หากจะกดกริ่งเรียกพยาบาลต้องไปที่หัวเตียง ทว่าตอนนี้บิชขยับตัวไม่ได้เลย


พยาบาลเข้ามาพบเขานอนอยู่กับพื้นหลังจากนั้นสักพักใหญ่ๆ ก่อนจะช่วยกันพาบิชกลับไปนอนบนเตียงตามเดิม ร่างกายที่ขยับไม่ได้อย่างใจหนักอึ้งราวกับลูกตุ้มเหล็ก ยิ่งนอนนิ่งๆ นานเท่าไรเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่ามากขึ้นเท่านั้น บิชทำได้แค่นอนกดเปลี่ยนช่องรายการโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ และแม้ว่าจะผ่านมาหลายวันแล้วก็ยังมีการรายงานข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเขาอยู่อย่างต่อเนื่อง เขาเปิดช่องเคเบิลเพราะไม่รู้ว่าจะดูอะไรดีและได้พบกับรายการเล่าข่าวคุณภาพต่ำที่ชื่อว่า ‘คลิปที่ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ’ ภาพคลิปวิดีโอการเกิดอุบัติเหตุตอนข้ามถนนตรงที่ไม่ใช่ทางม้าลายถูกฉายขึ้นบนหน้าจอพร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของผู้ดำเนินรายการ




<ได้ยินข่าวน่าเสียดายของนักสเกตลีลาที่ชื่อชเวบิชมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ มีการคาดเดากันว่าครั้งนี้เขาคงต้องสละสิทธิ์เข้าแข่งขันเพราะอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชน>




<ได้ยินมาว่าคุณชเวบิชได้เตรียมการแสดงหมุนตัวสี่รอบมาเพื่อการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย ทักษะการหมุนตัวแบบนี้เป็นสิ่งที่หาได้ค่อนข้างยาก และยังมีข่าวลือออกมาอีกว่าคุณชเวบิชอาจจะทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรถึงได้ไม่มีใครได้เห็นเขาแสดงทักษะนี้ที่สนามซ้อมบ่อยครั้งนัก>




<ได้รับบาดเจ็บหนักทั้งที่ผู้ชมทั้งประเทศคาดหวังจากการแข่งขันครั้งนี้ของเขามากๆ อาจจะทำให้ตอนนี้คุณชเวบิชมีสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยดีเท่าไร>




<ทางต้นสังกัดไนซ์สปอร์ต ยังคงไม่ออกมาให้ความเห็นใดๆ ทำให้มีประเด็นโต้เถียงกันอย่างมากมาย>




ออกไประหว่างการฝึกซ้อมเพราะกลัวการแข่งขันจนสุดท้ายก็ประสบอุบัติเหตุหรือเปล่า ข้อกล่าวหานั้นทำเอาบิชพูดไม่ออก เขาไม่มีแรงแม้แต่จะโกรธด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่าอย่างไรอีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้เขาก็จะขอลาออกจากต้นสังกัดอยู่ดี




<คุณชเวบิชได้รับรางวัลเหรียญเงินจากการแข่งขันรายการ ‘Trophée de France’ และกำลังจะได้ไปแข่งขันกรังด์ปรีซ์ไฟนอลในฐานะผู้ชนะจากรายการ ‘Cup of China’ เขามีความตั้งใจว่าจะคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันครั้งนี้ให้ได้>




<คุณชเวบิชเตรียมการแสดงในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ไฟนอลมาเป็นอย่างดี น่าเสียดายที่จะไม่มีใครได้รับชมการแสดงนี้>




ทางรายการเริ่มฉายภาพและเล่าเรื่องพัฒนาการการแข่งขันของบิชเรื่อยๆ พร้อมทั้งเล่าว่าหากครั้งนี้เขาได้เข้าแข่งขันตามเดิมคงสามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดี บิชมองขาของตัวเองที่ขยับไม่ได้เหมือนคนสิ้นหวัง เขาไม่ได้เสียดายที่ไม่สามารถลงแข่งขันได้เหมือนที่ผู้ดำเนินรายการพูด แต่เขาเสียดายที่ชีวิตแบบปกติของตัวเองกำลังหายไป


บิชที่แปลว่าแสงสว่าง เส้นผมสีดำที่พลิ้วไหวไปกับการแสดงลีลาบนลานน้ำแข็งทำให้เขามีชื่อเล่นว่า ทางช้างเผือก ความสามารถทำให้เขาอยู่ในอันดับที่สูงมาตลอด ภาพการแสดงของเขาถูกจับตามองจากคนทั่วโลก ที่จริงแล้วเขาชอบและมีความสุขกับการได้เล่นสเกตลีลามากกว่าสนใจเรื่องการประเมินจากกรรมการ เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเต้นอย่างบ้าระห่ำเมื่อเขาเริ่มแสดงบนลานน้ำแข็ง เขารู้สึกได้ถึงการมีชีวิตอยู่เมื่อได้แสดงให้ผู้คนได้เห็น เขามีความสุขและพอใจจนไม่สามารถหยุดเต้นบนลานน้ำแข็งได้ ขอแค่ได้ยืนบนลานน้ำแข็งก็พอแล้ว ทว่าทุกอย่างกลับหายไปจนหมด


เขาไม่สามารถกลับไปยืนบนลานน้ำแข็งได้อีกแล้ว วันแรกๆ หลังจากประสบอุบัติเหตุเขาเริ่มปฏิเสธร่างกายตัวเอง ก่อนจะเริ่มเกลียดชังแขนของตัวเองเพราะถ้าหากส่วนที่บาดเจ็บคือแขน เขาจะยังสามารถกลับไปยืนบนลานน้ำแข็งได้ แต่ด้วยสภาพขาในตอนนี้จะเข้าใกล้ลานน้ำแข็งยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ


เขาอยากกลับไปยืนบนลานน้ำแข็งอีกสักครั้งเพราะการแสดงที่เตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ มันเป็นครั้งแรกที่บิชสามารถเลือกเพลงในการแสดงด้วยตัวเองหลังจากแสดงเฉพาะเพลงที่โค้ชเป็นคนเลือกให้มาตลอดสองปี มันเป็นการแสดงที่เขาหวงแหนและอยากให้ทุกคนได้เห็น น่าเสียดายที่ขาของเขาไม่สามารถเล่นสเกตได้อีกต่อไปแล้ว แม้ว่าขาจะไม่สมบูรณ์แต่เขาจะยังไม่เลิกล้มความพยายาม ต่อให้มันคือครั้งสุดท้ายที่จะได้ยืนบนลานน้ำแข็ง แต่ถ้าเป็นการแสดงนั้นบิชจะไม่เสียดายอะไรอีกเลย




วันที่เกิดเหตุ


บิชออกจากอพาร์ตเมนต์หลังจากกินข้าวกับที่บ้านเสร็จ เขาจะไปสนามกีฬาที่อยู่แถวบ้าน ก่อนจะถึงสนามกีฬามีแยกไฟแดงที่ต้องข้ามก่อน เขายืนรอและยืดเส้นยืดสายไปพลางระหว่างรอให้สัญญาณไฟข้ามถนนกลายเป็นสีเขียว แม้ว่าท้องถนนในตอนนั้นจะว่างเปล่าและไม่มีรถแม้แต่คันเดียวก็ตาม เขาเดินข้ามถนนหลังจากสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้วทว่ากลับถูกรถบรรทุกที่แล่นมาอย่างรวดเร็วชนเข้าอย่างจัง ความทรงจำของบิชจบลงที่ตรงนั้น เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาลเสียแล้ว


คนขับรถบรรทุกที่ทำให้ขาของบิชเป็นแบบนี้บอกว่าตัวเองดื่มโซจูไปสองขวดที่ร้านข้าวต้ม เขาสารภาพว่าตัวเองเปรี้ยวปากตอนที่กินข้าวเลยสั่งเหล้ามาดื่มด้วย กล้อง CCTV ของที่ร้านแสดงภาพของคนขับรถที่มีอาการเมาจนเต้นหน้าร้านคนเดียวก่อนจะขึ้นรถของตัวเองไปโดยไม่มีใครห้ามปรามแม้แต่คนเดียว คนขับที่อยู่ในอาการมึนเมาไม่สามารถแยกแยะสีของไฟจราจรได้ เหยียบคันเร่งโดยไม่รู้เลยว่าได้สร้างความเสียหายให้ชีวิตผู้อื่นอย่างไร


ไม่เพียงแค่กระดูกขาขวาเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าของบิชยังมีรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุอีกด้วย เขาไม่ใช่นักเลงแต่มีแผลเป็นเป็นรอยยาวจากคางไปจนถึงแก้มซ้าย มันทำให้ผู้คนหันมามองเขาทุกครั้ง ปกติใครๆ ก็สนใจเขาในฐานะนักกีฬาตัวแทนทีมชาติอยู่แล้ว บิชจึงไม่ยินดียามที่มีใครจดจำเขาได้


ผู้คนมากมายเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจหลังจากรู้ข่าวว่าบิชได้สติแล้ว ทุกคนเลือกที่จะปลอบว่า ‘ดีแล้วที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต’ หรือ ‘ปาฏิหาริย์ชัดๆ’ เพราะรู้ว่าเขาไม่สามารถกลับไปเล่นสเกตตามเดิมได้อีก แต่มันจะดีได้อย่างไรในเมื่อไม่สามารถทำสิ่งที่เรียกว่าความสุขของตัวเองได้อีกแล้ว เขาอยากจะหัวเราะให้ปากฉีก ผ่านไปเพียงสัปดาห์เดียวคนที่มาเยี่ยมเขาก็เหลือเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น ในยามที่ห้องพักฟื้นไร้ผู้คน เหตุการณ์ในวันที่เกิดอุบัติเหตุก็ย้อนกลับมาทำร้ายเขาซ้ำๆ




บิชต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะยอมรับเรื่องขาของตัวเองได้ และเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าต้องนอนนิ่งอยู่บนเตียงไปตลอดสู้กระโดดตึกตายยังดีกว่า แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อหมอบอกว่าเขาจะสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้งเพียงแต่อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดินตามขั้นตอนการรักษาก่อน บิชเริ่มเรียกร้องความรับผิดชอบจากคนที่มีส่วนทำให้ขาของเขาเป็นแบบนี้


ว่าแต่ใครกันจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ ผู้เสียหายอย่างบิชที่ยืนนิ่งรอจนสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวถึงได้เดินข้ามถนนทั้งที่ระหว่างที่รอไม่มีรถผ่านสักคัน เขาสามารถข้ามไปได้เลยด้วยซ้ำแต่ก็เลือกที่จะปฏิบัติตามกฎ ดังนั้นแล้วตัวบิชเองไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดชอบ เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิดแต่น้อย


ไม่ว่าใครก็ต้องคิดว่าทั้งหมดนี้คือความผิดของคนขับรถบรรทุกที่ดื่มเหล้าไปถึงสองขวด คนขับไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหายและเงินชดเชยให้บิชได้ ตอนนี้ถูกคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีเท่านั้น และแม้ว่าเขาจะโดนลงโทษตามกฎหมายแต่ก็บิชก็ยังไม่ได้รับแม้แต่คำขอโทษใดๆ


และผู้ทำความผิดทางอ้อมอีกคนคือเจ้าของร้านข้าวต้มที่ขายเหล้าให้จนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เจ้าของร้านบอกว่าเพียงว่าเขาขายเหล้าให้เพราะลูกค้าต้องการซื้อดัง นั้นจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องร่วมรับผิดชอบเรื่องนี้ เมนูในร้านข้าวต้มกลายเป็นอาหารที่บิชเกลียดมาตั้งแต่ตอนนั้น










to be continued...



เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

Subi
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ปกป้อ...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด