พิรุณรัญจวน Winter rain
นักเขียน : รตา

อ่านการ์ตูน



บทนำ



Baby, life was good to me, but you just made it better

I love the way you stand by me through any kind of weather

I don't wanna run away, just wanna make your day

When you feel the world is on your shoulders

I don't wanna make it worse, just wanna make us work

Baby, tell me I will do whatever

It feels like nobody ever knew me until you knew me

Feels like nobody ever loved me until you loved me

Feels like nobody ever touched me until you touched me

Baby, nobody, nobody until you*



เพลงรักหวานซึ้งดังขึ้นภายในรถยนต์แข่งกับเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคารัวๆ นิ้วเรียวยาวราวอิสตรีเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะ เขายอมรับว่าเพลงนี้มีท่วงทำนองและเนื้อหาที่กินใจ แถมเสียงคนร้องยังมีเสน่ห์ชวนฟัง มันติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าช่างเป็นเพลงรักที่น้ำเน่าสิ้นดี


ความรู้สึกพิเศษที่คนคนหนึ่งไม่เคยรู้จักมาตลอดชีวิตจะสามารถเกิดขึ้นกับเขาได้เพราะการปรากฏตัวของใครอีกคน...เพียงคนเดียวเท่านั้น ฟังดูเพ้อเจ้อเหมือนละครที่เขากำลังถ่ายอยู่ไม่มีผิด


ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ก่อนถอนใจอย่างเบื่อหน่าย นัยน์ตาคมกริบที่คล้ายจะแฝงอารมณ์ขุ่นมัวเกือบตลอดเวลาเหม่อมองฝ่าสายฝนและการจราจรที่เรียกว่าแทบจะเป็นอัมพาตเพราะฝนที่ตกหนักมาตั้งแต่เย็น ยิ่งเหลือบมองขึ้นไปเห็นถนนลอยฟ้าเหนือศีรษะก็ยิ่งหงุดหงิดไปกันใหญ่


หากไม่ใช่เพราะเขาคือ 'พระเอกเทวดา' ที่ไม่ว่าจะเยื้องย่างไปทางไหนก็มีแต่ผู้คนให้ความสนใจจนไร้ความเป็นส่วนตัว ก็คงสามารถใช้รถไฟฟ้าและประหยัดเวลาในการเดินทางได้อีกมากโข แต่จะโทษอาชีพนักแสดงก็ดูไม่ยุติธรรมนัก เพราะหากไม่ได้เป็นพระเอกละคร เขาก็คงไม่ได้มาซึ่งทุกอย่างในชีวิตเหมือนทุกวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย การใช้ชีวิตยุ่งยากกว่าคนอื่นคือราคาของมัน


หลังจากนั่งเซ็งอยู่ในรถออดี้ เอส 3 คาบริโอเลตสีแดงได้พักใหญ่ ไฟจราจรก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว รถของเขาจอดอยู่หลังสัญญาณไฟเป็นคันแรก ถนนข้างหน้ากำลังโล่ง เป็นนาทีทองที่ต้องรีบฉวย เขาเหยียบคันเร่ง พารถทะยานไปด้วยความใจร้อน กอปรกับไม่คิดว่าจะมีใครวิ่งพรวดพราดเข้ามาในถนนโดยไม่ดูรถก่อน ทำให้ไม่ทันระวังร่างที่กระโจนออกมาหยุดตรงหน้ารถเขาพอดี


“เฮ้ย!" เขาร้องลั่น หักพวงมาลัยหลบพลางเหยียบเบรกเต็มฝีเท้า เสียงล้อรถเสียดถนนดังแสบแก้วหู แต่ด้วยจังหวะที่กระชั้นเกินไปก็ทำให้หน้ารถคันงามเฉี่ยวเอาร่างเล็กบางให้ไถลลงไปกับพื้น สายน้ำที่เจิ่งนองสาดกระเซ็นราวกับน้ำพุเต้นระบำ ฟ้าคำรามเหมือนจะสั่นสะเทือนโลกทั้งใบ แสงจากสายฟ้าฟาดสว่างวาบ สิ่งที่มองเห็นเมื่อเขาเปิดประตูรถลงมาคือร่างที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นอันเปียกแฉะ


“บ้าเอ๊ย!" ชายหนุ่มสบถลั่น รีบสาวเท้าเข้าไปดูคนเจ็บ พอย่อตัวลงแตะไหล่บาง พลิกใบหน้านั้นขึ้นมาก็เห็นว่าที่หน้าผากด้านซ้ายมีแผลจากการกระแทกกับของแข็งจนเลือดไหลอาบ ฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสายทำให้ตัวเขาเริ่มเปียก ส่วนคนที่นอนจมกองเลือดดูเหมือนจะเปียกไปทั้งตัวแล้ว


ในช่วงที่ฝนตกหนักและสภาพการจราจรติดขัดบนถนนสายเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีไทยมุงระหว่างทางสักเท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ขับรถบนท้องถนนด้วยกัน และเมื่อเห็นว่าเจ้าของรถลงไปดูอาการคนถูกชนแล้วจึงไม่มีใครอยากจะฝ่าสายฝนลงไปยุ่งให้ตัวเปียกและเสียเวลามากขึ้น จึงนับเป็นโชคดีของเขา


ชายหนุ่มตัดสินใจอุ้มร่างไร้สติไปขึ้นรถของตัวเองแล้วพาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้สุด ซึ่งอยู่หัวมุมถนนตรงทางแยกข้างหน้านี่เอง ถือเป็นโชคดีของเธอเช่นกัน เพราะวันนี้รถติดบรรลัย หากโรงพยาบาลอยู่ไกลมากก็อาจจะช่วยเหลือกันไม่ทันกาล


คนเจ็บถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินในครึ่งชั่วโมงถัดมา ชายหนุ่มลงจากรถโดยใส่เสื้อคลุมแบบมีฮู้ดเพื่ออำพรางใบหน้า เขามักจะมีเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นในการพรางตัวติดรถไว้เสมอ และวันนี้โรงพยาบาลก็มีคนป่วยค่อนข้างเยอะ ทุกคนต่างยุ่งแต่กับเรื่องของตัวเองจนไม่มีเวลาสนใจใครเป็นพิเศษนัก พยาบาลคนหนึ่งเดินมาหาเขาและบอกว่าจะเอาเอกสารมาให้กรอกเกี่ยวกับตัวผู้ป่วย เขาจึงบอกว่าขอไปล้างหน้าล้างตัวก่อนแล้วจะรีบกลับมา พอเข้ามาอยู่ในห้องน้ำของโรงพยาบาลก็รีบโทรศัพท์เรียก 'อรริน' ผู้จัดการส่วนตัวให้ออกมาพบอย่างเร่งด่วน เขาคอยอยู่ในห้องน้ำจนกระทั่งอีกฝ่ายมาถึง


“เกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะดล ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ แล้วนั่นเสื้อผ้าเปียกหมด เลอะเลือดด้วยเหรอ รถชนรึเปล่า" ผู้จัดการสาววัยสามสิบแปดซักอย่างตื่นตระหนก ขณะพยายามหดศีรษะตัวเองให้ต่ำเข้าไว้และใช้ร่างบังชายหนุ่มให้อยู่ในมุมมืดที่สุดริมทางเดินไปห้องน้ำ เพราะกลัวใครเห็นเธอกับเขาแล้วจำได้


เกิดคนเหล่านั้นอยากจะถ่ายรูปหรือขอลายเซ็นพระเอกเทวดาคนนี้เข้าก็จะเจอสายตาพิฆาตให้ไปตั้งกระทู้ในเว็บยอดนิยมจนเป็นข่าวด้านลบอีก เพราะคนอย่าง 'ณดล อัศวรังสรรค์' ไม่คิดจะแจกลายเซ็นหรือถ่ายรูปกับแฟนคลับในเวลาส่วนตัว เรื่องนี้คุยกันเท่าไร ชายหนุ่มก็ไม่ยอมอ่อนข้อ เธอเลยต้องเป็นฝ่ายปลงเสียเอง


“มีเด็กวิ่งตัดหน้ารถผม ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน" เขาบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียดปนหงุดหงิดที่จู่ๆ ก็ต้องมาเจอเรื่องยุ่งยาก


อรรินอ้าปากค้าง พอตั้งสติได้และไตร่ตรองครู่หนึ่งก็รีบไล่พระเอกหนุ่มกลับห้องพักทันที


ปกติแล้วณดลไม่ใช่คนที่จะใส่ใจคนรอบข้างมากนัก เรื่องนี้เขาไม่คิดว่าตัวเองผิด แต่ถ้าเด็กคนนั้นเป็นอะไรไปเขาคงวางเฉยไม่ลง


“แต่เด็กนั่น..."


“พี่จัดการเอง ดลรีบไปได้แล้ว ขืนอยู่นานจะเกิดเรื่องได้นะ ช่วงนี้พี่ยิ่งกำลังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับดลอยู่ด้วย พี่ไม่อยากให้มีข่าวเสียหาย ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก แต่กันไว้ดีกว่าแก้ เอารถพี่ไปใช้ก่อนก็แล้วกัน" ผู้จัดการสาวตัดบทอย่างเฉียบขาด


ณดลรู้ว่าในยามปกติอรรินจะตามใจเขา แต่ถ้าเรื่องไหนเธอแข็งขืนยืนยันเป็นมั่นเหมาะก็เป็นอันเชื่อได้เลยว่าต้องเป็นไปตามนั้น เพราะส่วนใหญ่หญิงสาวจะหนักแน่นเสมอถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ที่ดีของเขาในฐานะพระเอกยอดนิยม เว้นแต่เขาจะไม่อยากแสดงละครอีกต่อไป ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต่อต้านเธอได้เต็มที่เลย


“เข้าใจแล้ว งั้นถ้ามีอะไรก็โทร. บอกผมด้วยแล้วกัน"


อรรินพยักหน้าขรึมๆ มองส่งจนแน่ใจว่าร่างสูงสะดุดตานั้นเดินออกไปที่ลานจอดรถโดยไม่มีใครสังเกตเห็นเขาจึงค่อยไปจัดการเรื่องคนเจ็บให้เรียบร้อย




หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ ทุกอย่างพร่ามัวไปหมด ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ไม่ไกล ตอนแรกยังฟังไม่รู้เรื่องนัก เหมือนเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่สักพักสมองของเธอก็ทำงานได้เต็มที่ ภาพต่างๆ ชัดเจนขึ้น มีผู้ชายใส่เสื้อกาวน์ยืนอยู่ข้างเตียงกับผู้หญิงในชุดพยาบาล พวกเขาพูดภาษาไทยและบทสนทนานั้นเหมือนจะเกี่ยวกับเธอ


“รู้สึกเป็นยังไงบ้าง ไหนลองบอกหมอซิ"


เธอกะพริบตา รับรู้ว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่ง สมองทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้าโดยอัตโนมัติ เมื่อคืนเธอกระโจนตัดหน้ารถยนต์คันหนึ่งกลางสายฝน ไม่ทันจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดก็หมดสติไปเสียก่อน ตื่นมาก็เจอหมอกับพยาบาล แปลว่าคงมีคนพาเธอมาส่งที่นี่


“ว่ายังไงล่ะคะคุณ คุณหมอถามว่าคุณรู้สึกยังไงบ้าง เจ็บปวดตรงไหนบอกเลยนะคะ" พยาบาลสำทับขึ้นอีกเมื่อเห็นคนเจ็บยังปิดปากเงียบ


หญิงสาวนิ่วหน้า เจ็บแปลบที่หน้าผากจึงยกมือซ้ายขึ้นแตะ พบว่ามีผ้าพันเอาไว้รอบศีรษะ แต่พอจะขยับแขนขวาบ้างกลับรู้สึกปวดจนต้องละความพยายาม เมื่อก้มมองสภาพตัวเองจึงเห็นว่าแขนขวาของเธออยู่ในเฝือกอ่อน ลองขยับขาดูก็รู้สึกขัดยอกและเจ็บระบมไปทั้งตัว


“หรือเธอจะไม่เข้าใจที่พวกเราพูดคะคุณหมอ ไม่เห็นตอบอะไรเลย" พยาบาลปรึกษากับหมอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อผ่านไปหลายอึดใจแล้วคนเจ็บยังนิ่งเฉย สีหน้าก็ดูมึนงงไม่หาย


“หรือจะเป็นชาวต่างชาติ" นายแพทย์วัยกลางคนพึมพำกับตัวเองแล้วลองถามใหม่เป็นภาษาอังกฤษ


เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้ไม่มีชื่อและไม่พบเอกสารใดๆ ที่จะยืนยันตัวตนได้ แถมคนที่พามาส่งโรงพยาบาลก็ระบุว่าผู้ป่วยกระโจนตัดหน้ารถของเธอ เธอจึงรีบพามาส่งที่นี่โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่อรรินก็ได้ให้เบอร์ติดต่อเอาไว้และเซ็นยอมรับที่จะเป็นเจ้าของไข้รายนี้ด้วย ไม่แน่ว่าคนเจ็บอาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ได้ ใบหน้าของเธอดูคล้ายสาวหมวยตาโต นอกจากคนไทยเชื้อสายจีนแล้วอาจเป็นคนจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่นก็ได้เหมือนกัน


คนที่นอนอยู่บนเตียงขมวดคิ้ว สบตากับหมอและพยาบาลที่จ้องตนเขม็งอย่างชั่งใจ ยังไม่ได้คิดว่าจะตอบอย่างไรก็ได้ยินพยาบาลสาวคาดคะเนขึ้นอีก


“หรือเธอจะจำอะไรไม่ได้คะ ความจำเสื่อมหลังเกิดอุบัติเหตุน่ะค่ะ"


คุณหมอนิ่วหน้า “รีบติดต่อเจ้าของไข้ก่อนก็แล้วกัน บางทีเธออาจจะแค่มึนๆ เพราะอาการบาดเจ็บบวกกับฤทธิ์ยาก็ได้"


'ฟังดูเข้าท่า เป็นเหตุผลที่ไม่เลวนักในการปิดบังข้อมูลส่วนตัว'


“เกิดอะไรขึ้นกับฉันเหรอคะ ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้" คำถามนั้นเป็นภาษาไทยแต่สำเนียงฟังแปร่งหูเล็กน้อย


คุณหมอชะงัก พยาบาลก็เช่นกัน


เธอตีหน้ามึนๆ “ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ถ้าพวกคุณรู้ก็ช่วยบอกทีได้ไหมคะ ว่าฉันเป็นใคร?"





to be continued...

*เพลง Until you ศิลปิน

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

รตา
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'พิรุณ...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด