ไฟฝัน
นักเขียน : Patricia Matthews / บุญญรัตน์

อ่านการ์ตูน

บทที่ 1


ปี 1852, แผ่นดินไอร์แลนด์ประสบทุพภิกขภัย ผู้คนต้องตกอยู่ในสภาพอดอยากยากแค้น และเป็นจำนวนมากที่ต้องล้มตายลงเพราะความหิวโหย


ความทุกข์ยากดังกล่าวได้บังเกิดขึ้นกับครอบครัวของดอนเนแวนด้วย


ภายในห้องนอนซึ่งปราศจากเครื่องประดับตกแต่งของกระท่อมแบบสองห้อง แม็กกี้ ดอนเนแวน นั่งกอดเข่าอยู่ปลายตีนเตียงไม้หยาบ ๆ เธอเพ่งสายตาผ่านม่านผมสีน้ำตาลเข้มมองแคธลีนผู้เป็นพี่สาว ซึ่งขณะนี้กำลังเก็บเสื้อผ้าและสมบัติเก่า ๆ ใส่ลงรวมกันในผ้ากันเปื้อนเก่าคร่ำคร่าและผูกมัดขึ้นเป็นห่อเล็ก ๆ อันจะเป็นสมบัติติดตัวหญิงสาววัยสิบแปดผู้นี้ต่อไป


ดวงตาของแม็กกี้ร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อท้นเมื่อจ้องมองภาพที่กำลังเกิดอยู่ตรงหน้าขณะนี้


มันไม่ถูกต้อง...มันช่างอยุติธรรมสิ้นดี


เธอเหลือบตาขึ้นมองหน้าพี่สาว ใบหน้าที่ล้อมกรอบอยู่ด้วยพวงผมสีดำ แม้ในสภาพที่ผอมโซด้วยความอดอยาก แต่กระนั้นแม็กกี้ก็ยังต้องยอมรับว่าพี่สาวเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แม้ว่าเรือนร่างจะค่อนข้างผอมเพรียว แต่ทรวงอกเอิบอิ่ม สะโพกผึ่งผาย


แม็กกี้ขบริมฝีปากแน่น พยายามจะไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ ซุกใบหน้าลงกับเข่า รู้สึกอยู่เหมือนกันว่าทรวงอกหนั่นแน่นเสียดสีอยู่กับท่อนขานั้น และทันใดก็บังเกิดความอับอายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


เธอกลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะมีความสวยเช่นเดียวกับพี่สาว แล้วพวกผู้ชายก็จะบังเกิดความรู้สึกปองปรารถนาในตัวเธอขึ้นมาบ้าง และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงแล้วชะตากรรมที่แคธลีนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ก็จะต้องเกิดขึ้นกับเธอด้วย


แม็กกี้พยายามผลักไสความคิดดังกล่าวออกไปให้พ้นจากสมอง กล้ำกลืนน้ำตาลงไว้ พยายามบังคับเสียงให้มั่นคงเมื่อเอ่ยขึ้นว่า


“แคธลีน...มันจะต้องเป็นพี่ด้วยงั้นหรือ...พี่ต้องทำยังงั้นจริง ๆ หรือนี่...อันที่จริงเราก็ยังอยู่ต่อไปได้นะ ฉันคิดว่าอีกไม่นานอะไร ๆ มันก็จะต้องดีขึ้นแน่เลยรับรองได้”


รอยยิ้มเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแคธลีน รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏเลยไปถึงดวงตาคู่สีเทาเลยสักครั้ง เธอเดินเข้ามาที่เตียงและทรุดลงนั่งข้างแม็กกี้ ยื่นมือออกไปลูบหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยน


“แม็กกี้ เธอก็ได้ยินเควินร้องไห้เพราะความหิวอยู่ทุกค่ำคืนแล้วนะ ลองนึกถึงสีหน้าแล้วก็ดวงตาของแม่เวลาที่พวกผู้ชายกลับมาถึงบ้าน แล้วไม่มีอาหารเตรียมไว้ให้พวกเขากินมั่งสิ สิ่งที่พี่ตัดสินใจทำลงไปนี่น่ะ ก็เพื่อความอยู่รอดของพวกเราทุกคน อย่างน้อยพ่อกับแม่ก็ลดปากท้องที่จะต้องเลี้ยงดูอีกปากนึงละ ยิ่งกว่านั้นพี่ก็ยังจะสามารถหาข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็น ยังมีเงินทองที่จะส่งเสียพ่อแม่ และประการสำคัญก็คือพี่สามารถจะส่งข้าวปลาอาหารมาให้ทุกคนในบ้านกินกันได้อย่างอิ่มหมีพีมันอีกด้วยซึ่งเรื่องนี้ลอร์ดแรมเมจเขาก็ตกปากรับคำพี่อย่างแน่นหนาแล้ว”


แม็กกี้จ้องลึกลงไปในดวงตาของแคธลีน เธอมองเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่นั้น ซึ่งเท่ากับเป็นการบ่งบอกว่าแคธลีนได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว เธอยินดีที่จะรับชะตากรรมอันจะเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของผู้ชายคนนั้นทุกอย่างขอแต่เพียงให้...


สมองของแม็กกี้ดูไม่อาจจะคิดอะไรให้ตลอดได้ และทั้งหมดนี้มันก็เนื่องมาจากการที่แคธลีนเป็นหญิงสาวที่รูปร่างหน้าตาดีเกินไป เป็นเสมือนวัตถุชิ้นหนึ่งที่สามารถซื้อขายได้ นอกจากนั้นก็ยังต้องตกเป็นเครื่องบำเรอความสำราญให้กับผู้ชายชั่วครู่ชั่วยามอีกด้วย แม้ว่าจะอยู่ในวัยเพียงสิบหกแม็กกี้ก็ดูจะเข้าใจเรื่องราวในชีวิตเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี


ความอัดอั้นตันใจที่เกิดขึ้น ทำให้สาวน้อยโถมร่างลงสู่อ้อมตักของพี่สาว พยายามกลั้นสะอื้นไว้อย่างสุดความสามารถเมื่อเอ่ยถามออกไปว่า


“ทำไมพี่ต้องทำยังงี้ด้วยล่ะ แคธลีน...ทำไม...ทำไม... ”


หญิงสาวโน้มร่าง ประทับจุมพิตลงบนเรือนผมของน้องสาว


“พี่ก็ได้อธิบายให้เป็นที่เข้าใจอย่างดีที่สุดแล้วไงล่ะว่าการที่พี่ต้องทำยังงี้ก็เพื่อช่วยไม่ให้พ่อแม่กับน้อง ๆ ของเราต้องอดตาย และเพื่อที่ครอบครัวดอนเนแวนจะได้อยู่รอดปลอดภัยไปจนกว่าสภาพต่าง ๆ มันจะดีขึ้น”

 

ภายในกระท่อมที่ชำรุดทรุดโทรม ซึ่งครอบครัวดอนเนแวนเรียกว่า ‘บ้าน’ นี้ มีหน้าต่างเจาะไว้เพียงแค่ช่องเดียวซึ่งจากหน้าต่างบานดังกล่าวนี้ แม็กกี้มองเห็นรถม้าคันหนึ่งที่กำลังวิ่งเข้ามาจากถนนภายนอก มันเป็นรถม้าสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งเหมือนกับรถบรรทุกศพที่เธอเคยเห็นมาไม่มีผิดขณะเดียวกันแม็กกี้ก็ยังได้ยินเสียงม้าที่สูดลมหายใจฟืดฟาดและเสียงที่พวกมันกระทืบตีนอยู่กับพื้นดินที่แห้งแข็งด้วยความกระวนกระวายอยากจะออกไปจากที่นี่เสียให้พ้น ๆ


รถม้าสีดำคันนั้น สีสันของมันตัดกับสีเขียวชอุ่มของละเมาะไม้แห่งเมืองชนบทของไอร์แลนด์ ที่ทอดตัวตามแนวสูงต่ำของเนินเขาที่ลดหลั่นกันอยู่ จนถูกกลืนหายไปในม่านหมอกสีฟ้าหม่น ราวกับเป็นภาพที่ถูกประดิษฐ์ขึ้น


พ่อกับแม่ยืนอยู่ฟากหนึ่งของห้อง เมินหน้าหนีจากหน้าต่าง สีหน้าของแม่นั้นเศร้าตรมหม่นหมอง เควินวัยหกขวบเกาะอยู่ตรงชายกระโปรง ส่วนสีหน้าของพ่อในยามนี้เหมือนสลักออกมาจากก้อนหินสีเทา แววตาในยามนี้เป็นแววตาของคนที่ไร้ความรู้สึก และเหมือนกับหมดสิ้นความมีชีวิตแล้ว


แม็กกี้จับตามองตามร่างของแคธลีนที่เดินผ่านไปทางด้านหลังของพ่อกับแม่อย่างสิ้นหวัง เธอหยุดลงเหมือนจะรอฟังคำพูดอะไรสักคำจากปากของพ่อแม่ จะพูดอะไรก็ได้แต่เมื่อไม่มีผู้ใดเอ่ยอะไรออกมา หญิงสาวก็หันหลังเดินอย่างเงื่องหงอยตรงไปยังประตูต่ำ ๆ และก้มตัวลอดประตูนั้นออกไป


เมื่อประตูปิดตามหลังลงนั้น แม็กกี้ถึงกับปฏิญาณต่อตนเองว่า ชะตากรรมเช่นที่เกิดขึ้นกับแคธลีนในวันนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นกับชีวิตของเธออย่างแน่นอน


เควินส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา และพยายามกระตุกชายกระโปรงแม่อยู่ แต่นอร่า ดอนเนแวนผลักไสลูกชายอย่างหมดจิตหมดใจจะปลอบโยน ส่วยจอห์น ดอนเนแวนนั้นก็หันหลังเดินไปยังตู้เก็บของว่างเปล่า แต่ในนั้นก็ยังมีเหยือกใส่เหล้าโปทีนอยู่ครึ่งหนึ่ง (โปทีน...เป็นเหล้าเถื่อนที่ชาวพื้นเมืองไอริชนิยมดื่ม)


อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนบุคคลทั้งสองต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่า การที่ลูกสาวคนโตออกจากบ้านในครั้งนี้ก็เพื่อจะไปเป็นนางบำเรอของผู้ชายคนที่เป็นเจ้าของที่ดินที่พวกตนเช่าทำกินอยู่ และเขาคนนั้นดูจะมีอำนาจเหนือชีวิตของทุกคนที่อยู่ที่นี่ด้วย


แม็กกี้จ้องหน้าผู้ให้กำเนิดทั้งสองอย่างแค้นเคือง


“พ่อแม่ทำยังงี้ได้ยังไง” น้ำเสียงที่กราดเกรี้ยวนั้นดังลั่นไปทั่วทั้งห้องที่เงียบกริบ “พ่อกับแม่ปล่อยให้เขาไปได้ลงคองั้นเรอะ”


เธอผวาวิ่งเข้าไปหาพ่อ กระชากแขนเสื้อเขาอย่างโกรธจัด สีหน้าของจอห์น ดอนเนแวน มิได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เมื่อเขาสะบัดร่างลูกสาวกระเด็นไป


“นับแต่บัดนี้จงอย่าได้เอ่ยชื่อมันในบ้านข้าอีก” เขาพูดเสียงกร้าว “มันเต็มใจที่จะเดินเข้าไปในแผ่นดินบาปมันเต็มใจที่จะขายตัวเป็นกะหรี่ก็ให้มันเป็นไป ข้าจะไม่ถือว่ามันเป็นลูกสาวของข้าอีกต่อไป เลือดก้อนเดียวข้าตัดได้” เขากระแทกเหยือกเหล้าลงบนโต๊ะไม้หัก ๆ และทิ้งตัวลงนั่งบนม้ากลมใกล้กัน


คำพูดของพ่อทำให้หยาดน้ำตาลามไหลลงมานองหน้าแม็กกี้เดินกลับไปเผชิญหน้ากับเขาที่โต๊ะตัวนั้น


“พ่อพูดยังงี้ได้ยังไง ในเมื่อพ่อเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าที่แคธลีนต้องทำยังงี้ก็เพื่อพวกเราทุกคน เพื่อฉัน...เพื่อเควิน ...เพื่อแพทริคแล้วก็แดนนี่ด้วย แต่มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะเขายังทำเพื่อพ่อกับแม่อีกด้วย...ใช่ เพื่อพ่อด้วยได้ยินไหม...พ่อรู้ไหมว่าเขาทำเพื่ออะไร...เพื่อที่ว่าเราทุกคนจะได้ไม่ต้องอดตายไงล่ะ ในเมื่อเขายอมเสียสละถึงเพียงนี้แล้วทำไมพ่อถึงพูดจาว่าร้ายลูกสาวของตัวเองอีกล่ะ”


“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ” จอห์น ดอนเนแวน จ้องหน้าลูกสาวเขม็ง “ข้าเป็นหัวหน้าครอบครัว ข้าเป็นพ่อของพวกเจ้า เพราะฉะนั้นจะพูดจาอะไรกับข้าละก้อ แสดงความเคารพนับถือข้ามั่ง” เขายกเหยือกเหล้าขึ้นกรอกใส่ปากและกระแทกลงกับโต๊ะอีกครั้ง


“นี่ละ มันเป็นเพราะว่าปล่อยปละละเลยให้พวกเจ้าเป็นอิสระกันมากเกินไป ปากคอมันถึงได้เก่งกล้าขนาดนี้” เขาตวัดสายตามองหน้าเมียอย่างกล่าวโทษ “ข้าเคยบอกแกหลายหนแล้วใช่ไหม นอร่า ว่าให้รู้จักอบรมสั่งสอนอีนั่งนี่เสียมั่ง แล้วเห็นหรือยังว่ามันพูดจากับพ่อบังเกิดเกล้าของมันยังไง เอาละ ถ้าแกไม่มีปัญญาจะอบรมสั่งสอนมันละก้อข้าเห็นจะต้องใช้เข็มขัดหนังเป็นเครื่องช่วยสั่งสอนมันอีกแรงหนึ่งเสียแล้ว”


แม็กกี้หันไปมองหน้าแม่อย่างจะขอความช่วยเหลือ แต่นอร่ากลับหลบตาลงต่ำเหมือนเต่าที่หดหัวเข้ากระดองอาการดึงทึ้งผ้ากันเปื้อนเก่าคร่ำคร่าเท่านั้น ที่บอกให้รู้ว่าความรู้สึกภายในของนางในยามนี้เป็นอย่างไร


อันที่จริงแม็กกี้รู้ดีว่าเวลาที่พ่อโมโหนั้น เขาดุดันร้ายกาจขนาดไหน และที่จริงเธอก็กลัวพ่ออยู่ไม่น้อย แต่ขณะนี้ความรู้สึกคั่งแค้นที่เกิดขึ้นในจิตใจนั้น มันรุนแรงและเหลือจะระงับยับยั้งไว้ได้ นับแต่โตเป็นสาวมาเธอไม่เคยโกรธแค้นเจ็บใจเช่นนี้มาก่อนเลย


เธอทั้งโกรธและเกลียดพ่อขึ้นมาอย่างจับใจ นอกจากพ่อจะเป็นคนโง่เขลาไร้สติปัญญา แล้วก็ยังยโสโอ้อวดอีกด้วย พ่อมองเห็นคุณค่าของผู้หญิงว่าไม่ได้แตกต่างไปกว่าสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง และปฏิบัติต่อลูกสาวเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ไร้ความหมายตัวหนึ่งเท่านั้น ซึ่งแม็กกี้รู้ความคิดของพ่อในเรื่องนี้มานานแล้ว และบัดนี้มันถึงเวลาที่จะต้องพูดจาให้มันจะแจ้งลงไปเสียที


“เอาละ พ่อหยามเหยียดแคธลีนแล้วก็ยังตั้งชื่อให้เขาต่าง ๆ นานาอีกด้วย แต่พ่อเคยคิดมั่งไหมว่าเพราะเงินที่ได้จากใครล่ะ ที่มันทำให้พ่อมีอาหารใส่ปากใส่ท้องอยู่ทุกวันนี้...ก็เงินของแคธลีนที่พ่อเรียกว่า  ‘นังกะหรี่’ นั่นแหละ” เธอเน้นเสียงตรงคำว่า ‘นั่งกะหรี่’ ดังลั่น

 

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

Patricia Matthews / บุญญรัตน์
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ไฟฝัน' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด