ทางสายรัก
นักเขียน : Julie Garwood / บุญญรัตน์

อ่านการ์ตูน

บทที่ 1


อังกฤษ 1181


เด็กหญิงทั้งสองได้กลายมาเป็นเพื่อนรักกัน ก่อนจะโตพอที่จะเข้าใจว่า โดยแท้จริงแล้วต่างสมควรจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตมากกว่า


เด็กหญิงตัวน้อยๆ สองคนนี้ได้มาพบกันในงานเทศกาลฤดูร้อนประจำปี ซึ่งจัดขึ้นตรงเขตพรมแดนอันเป็นรอยตะเข็บระหว่างสก๊อตแลนด์กับอังกฤษ


ครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเลดี้จูลิธ แฮมพ์ตัน ที่ได้เที่ยวชมงานการละเล่นของชาวสก๊อตแลนด์ เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ได้เดินทางไกลออกจากบ้าน ซึ่งตั้งอยู่ในท้องถิ่นอันเปลี่ยวเปล่าทางฟากตะวันตกของอังกฤษ ความรู้สึกตื่นเต้นกับการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ในชีวิตครั้งนี้ ทำให้สาวน้อยไม่อาจหลับตาลงได้ เมื่อต้องนอนกลางวันเพราะมันมีอะไรมากมายหลายอย่างให้ดูให้ทำ และยิ่งเธอเป็นสาวน้อยวัยสี่ขวบด้วยแล้ว ความพิศวงสงสัยกับสิ่งแปลกใหม่ในโลกกว้างอ่อนเหลือจะอำพรางความตื่นเต้นไว้ได้


สำหรับฟรานเซส แคทเธอรีน เคิร์ลคัลดี้ นั้นเกิดไปทำอะไรบางอย่างที่เสี่ยงอันตรายเข้า พ่อจึงหวดก้นให้ป๊าบใหญ่เพื่อให้หลาบจำจะได้ไม่ทำเช่นนั้นอีก หลังจากนั้นก็แบกร่างเจ้าหล่อนราวกระสอบใส่เมล็ดพืชข้ามท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ห่างไกลจากวงที่กำลังมีการร้องรำทำเพลง จับให้นั่งลงบนชะง่อนหินเป็นการลงโทษ และยังสั่งให้นั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น จนกว่าเขาจะอารมณ์ดีและมารับเธอกลับไป


พ่อให้เหตุผลในการลงโทษครั้งนี้ว่า เจ้าหล่อนจะได้นั่งอยู่คนเดียวในความสงบ แล้วก็ทบทวนต่อความผิดทั้งหลายที่ตัวเองได้กระทพลงไป จะได้ “สำนึกตน” และจะไม่ทำอีก


เนื่องจากสาวน้อยไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “สำนึกตน” จึงตัดสินใจเอาเองว่า ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่ง อีกประการหนึ่งการที่พ่อจะให้เธอครุ่นคิดอะไรแบบนั้น มันก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากขณะนี้เจ้าหล่อนกำลังกังวลกับผึ้งตัวใหญ่ที่บินวนอยู่เหนือศีรษะด้วย


จูดิธได้เห็นภาพตอนที่พ่อลงโทษลูกสาว แล้วก็ออกจะเสียใจแทนเด็กหญิงหน้ากระคนนั้นเหลือเกิน เจ้าหล่อนรู้ดีว่า ถ้าลุงเฮอร์เบิร์ทลองมาฟาดก้นแบบนี้เข้าบ้างคงจะร้องไห้บ้านแตกแน่ แต่เด็กหญิงผมแดงคนนั้นไม่ได้มีสีหน้าเดือดเนื้อร้อนใจอะไรแม้แต่น้อย เมื่อโดนพ่อลงโทษแบบนั้น


เจ้าหล่อนจึงตัดสินใจว่าควรจะเข้าไปคุยด้วยเสียหน่อย จึงรออยู่จนเมื่อคุณพ่อขี้โมโหกระดิกนิ้วใส่หน้าลูกสาวพร้อมกับออกคำสั่งเสร็จและเดินข้ามทุ่งไปแล้ว จึงได้รวบชายกระโปรงขึ้นวิ่งเข้าไปทางด้านหลังของชะง่อนหินก้อนใหญ่นั้น


ฟรานเซส แคทเธอรีน ไม่ได้หันหน้ามามองว่าใครเข้ามาพูดด้วย ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเนื่องจากเจ้าผึ้งตัวนั้นได้บินลงเกาะบนหินห่างจากเข่าซ้ายนิดเดียว


“แต่พ่อฉันตายไปแล้ว” จูดิธไม่ท้อถอยกับความเงียบงันของอีกฝ่ายหนึ่งเมื่อพูดต่อ “ตายตั้งอต่ฉันยังไม่เกิดด้วยซ้ำ”


“ถ้าพ่อตายตั้งแต่งยังไม่เกิดแล้ว เธอจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าเขาจะตีเธอหรือเปล่า”


“เอาเป็นว่าฉันรู้ว่าเขาต้องไม่ตีก็แล้วกันน่า” จูดิธพูดพลางยักไหล่ “ทำไมเวลาพูดเธอทำเสียงยังงั้นล่ะ มีอะไรเข้าไปติดอยู่ในคอยังงั้นหรือ”


“เปล่า” ฟรานเซส แคทเธอรีน ตอบ “เธอเองก็พูดจาตลกเหมือนกันนั่นแหละ”


“แล้วทำไมเธอไม่หันหน้ามามองฉันล่ะ”


“ฉันมองไม่ได้”


“อ้าว...ทำไมถึงมองไม่ได้ล่ะ” เธอบิดชายกระโปรงสีชมพู ดวงตาจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเพื่อนใหม่ขณะรอฟังคำตอบอยู่


“ฉันต้องคอยดูไอ้ผึ้งตัวนี้ไว้” ฟรานเซส แคทเธอรีน ว่า “ตอนนี้มันกำลังจ้องจะต่อยฉันอยู่ ฉันจะต้องคอยปัดมันออกไปให้พ้น”


จูดิธชะโงกหน้าเข้ามาใกล้แล้วก็เห็นผึ้งตัวใหญ่ที่บินวนอยู่ใกล้เท้าซ้ายของเด็กหญิง


“ก็แล้วทำไมเธอไม่ปัดมันออกไปเสียตอนนี้เลยล่ะ” เจ้าหล่อนถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลง


“ฉันกลัว” ฟรานเซส แคทเธอรีน ตอบตามตรง “กลัวว่าจะปัดพลาดแล้วมันจะต่อยเอา”


จูดิธขมวดคิ้วครุ่นคิดกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่กับเพื่อนใหม่เป็นครู่


“อยากให้ฉันช่วยปัดให้ไหมล่ะ”


“เธอจะทำยังงั้นจริง ๆ น่ะหรือ”


“ฉันอาจจะทำก็ได้นะ” สาวน้อยบอก “แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ” เธอถามออกไปเป็นการหาเรื่องคุย ขณะรวบรวมความกล้าที่จะจัดการกับเจ้าผึ้งตัวนั้นอยู่


“ฉันชื่อฟรานเซส แคทเธอรีน แล้วเธอล่ะชื่ออะไร”


“จูดิธ เอ...แล้วทำไมเธอถึงมีตั้งสองชื่อล่ะ ฉันไม่เคยเห็นใครเขาชื่อยาวยังงี้เลย”


“ใคร ๆ ก็ชอบถามเรื่องนี้กันทั้งนั้น” ฟรานเซส แคทเธอรีน ว่าพร้อมกับระบายลมหายใจออกมาอย่างเจ้าบทบาท “ฟรานเซสน่ะเป็นชื่อแม่ฉันเอง แม่ตายตอนคลอดฉัน ส่วนแคทเธอรีนน่ะเป็นชื่อของยาย แล้วก็ตายแบบเดียวกันกับแม่นั่นแหละ แต่ศพของแม่กับยายจะเอาไปฝังไว้ที่สุสานรวมกับคนอื่นไม่ได้หรอกนะ เพราะทางโบสถ์เขาบอกว่าตายไม่สะอาด พ่อก็เลยพยายามดัดนิสัยฉันเสียตั้งแต่ตอนนี้ เวลาตายจะได้ไปอยู่บนสวรรค์ไงล่ะ แล้วพอพระเจ้าได้ยินชื่อฉันเข้าจะนึกถึงแม่กับยายขึ้นมาได้”


“แล้วทำไมทางโบสถ์เขาถึงว่าแม่กับยายเธอไม่สะอาดล่ะ”


“อ้าว...ก็อยากตายตอนคลอดลูกทำไมล่ะ” ฟรานเซส แคทเธอรีน ตอบแบบเด็ก ๆ “นี่เธอไม่รู้อะไรบ้างเลยหรือแม่หนู”


“ฉันก็พอจะรู้อะไรบางอย่างอยู่มั่งหรอกนะ”


“ฉันสิ รู้ทุกอย่างเลย” ฟรานเซส แคทเธอรีนคุยโว “อย่างน้อยพ่อก็บอกว่าฉันรู้มากแก่แดดเกินเด็กนั่นแหละ ฉันรู้แม้กระทั่งว่าเด็กเข้าไปอยู่ในท้องแม่ได้ยังไงด้วยนะ อยากฟังไหมล่ะ”


“อยากสิ” จุดิธตอบอยากกระตือรือร้น


“พอผู้หญิงกับผู้ชายแต่งงานกัน ผู้ชายเขาจะถ่มน้ำลายใส่ถ้วย แล้วเขาก็จะให้ผู้หญิงดื่มเข้าไปอึกใหญ่ ๆ เลยละ พอผู้หญิงกลืนเข้าไปเด็กมันก็เข้าไปอยู่ในท้องแล้ว”


จูดิธมีสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาจากเพื่อนหน้าใหม่ มันเป็นความจริงที่ลึกลับมาก เจ้าหล่อนขยับปากจะขอร้องให้เพื่อนเล่าเรื่องอะไรพรรค์นี้ให้ฟังต่อ ก็พอดีกับที่ฟรานเซส แคทเธอรีน ร้องออกมาอย่างตื่นกลัว ทำให้จูดิธรีบชะโงกหน้าเข้าไปดู แล้วเจ้าหล่อนก็ทำเสียงแบบเดียวกันออกมา


เจ้าผึ้งบินขึ้นมาเกาะอยู่ตรงปลายหัวรองเท้าของฟรานเซส แคทเธอรีน แล้ว ยิ่งจูดิธจ้องมองมันนานเท่าไร ก็ยิ้งมีความรู้สึกว่าตัวมันโตมากขึ้นเท่านั้น


เมื่อเป็นเช่นนี้ การคุยกันเรื่องกำเนิดกุมารจำต้องพักไว้ก่อน


“ไหนเธอว่าจะปัดมันออกให้ฉันไงล่ะ” ฟรานเซส แคทเธอรีน ทวงถาม


“ฉันก็เตรียมพร้อมอยู่นี่แหละ”


“เธอกลัวมันใช่ไหมล่ะ”


“ไม่กลัวหรอก” จูดิธโกหกหน้าตาเฉย “ฉันไม่เคยกลัวอะไรสักอย่าง แล้วฉันว่าเธอก็ไม่กลัวด้วย”


“ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันไม่กลัวล่ะ”


“อ้าว ก็ฉันไม่เห็นเธอร้องไห้ตอนที่ถูกพ่อตีนี่” จูดิธพูดเป็นเชิงอธิบาย


“ที่ฉันไม่ร้องเพราะพ่อตีฉันเบา ๆ ตังหากล่ะ” ฟรานเซส แคทเธอรีน บอก “พ่อไม่เคยตีฉันแรง ๆ หรอก พ่อบอกว่าเวลาตีแล้วพ่อเจ็บมากกว่าฉันเสียอีก กาวินกับเควินเขาก็ว่ายังงั้น เขาบอกว่าพ่อน่ะ ทำให้ฉันเสียเด็กแล้วเขาก็เห็นใจผู้ชายคนที่จะต้องมาแต่งงานกับฉัน เมื่อฉันโตเป็นสาวแล้วด้วย เพราะพ่อตามใจฉันมากเกินไป”


“แล้วใครคือกาวินกับเควินล่ะ”


“เป็นพี่คนละแม่ของฉันเองแต่พ่อเดียวกัน แม่เขาก็ตายเหมือนกัน”


“ตายเพราะออกเขาทั้งสองคนน่ะเรอะ”


“ไม่ใช่หรอก”


“อ้าว แล้วเขาตายเพราะอะไรล่ะ”


“พ่อบอกว่าเขาเหนื่อยแล้วก็ตายไปเอง” ฟรานเซส แคทเธอรีน อธิบายและหวังว่าเพื่อนใหม่จะเข้าใจกับการตายแบบนี้ “เอาละ ตอนนี้นะ ถ้าเธอจะตีผึ้งตัวนั้นละก้อ ฉันจะหลับตาให้แน่นทีเดียว”


เนื่องจากจูดิธตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับเพื่อนใหม่ และยังเด็กเกินกว่าจะรู้ถึงผลที่เกิดตามา เด็กหญิงจึงยื่นมือออกไปตะปบลงบนผึ้งตัวนั้น แต่ทันทีที่ปีกของมันกระพืออยู่ในอุ้งมือน้อย ๆ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้เด็กหญิงกำมือแน่น


และแล้วเจ้าหล่อนก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่น ฟรานเซส แคทเธอรีน กระโดดลงจากก้อนหินที่นั่งอยู่ หนทางเดียวที่จะช่วยเพื่อนใหม่ได้ก็คือ ส่งเสียงกรีดร้องตามไปด้วย...


จูดิธวิ่งไปร้องไห้ไปอยู่รอบ ๆ หินใหญ่ก้อนนนั้น เสียงกรีดก้องออกมาแทบจะทำให้เจ้าหล่อนหายใจไม่ออก ส่วนเพื่อนใหม่ก็วิ่งไล่ตามพร้อมกับกรีดร้องด้วยเสียงที่ดังเท่าเทียมกัน แต่สำหรับฝ่ายหลังนั้นดูจะร้องเพราะเห็นใจและตื่นกลัวมากกว่าจะเพราะความเจ็บ


เสียงร้องของเด็กหญิงทั้งสองทำให้พ่อของฟรานเซส แคทเธอรีน ผวาวิ่งตัดทุ่งเข้ามาหา เขากระโดดเข้าจับตัวลูกสาวไว้ และเมื่อเด็กหญิงเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง เขาก็วิ่งไล่จับจูดิธอีกคนหนึ่ง

 

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

Julie Garwood / บุญญรัตน์
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ทางสา...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด