ดวงใจพ่อ
นักเขียน : Harold Robbins / บุญญรัตน์

อ่านการ์ตูน

บทที่ 1



ลุค คาเร่ย์


วันศุกร์...วันแห่งการสูญเสียของผม


เช้าวันนั้น ผมตกงานอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ตอนบ่าย ขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ด้วยความหวังที่จะได้เห็นชัยชนะของทีมฟุตบอลที่ผมเฝ้าเชียร์มาเป็นเวลานาน ผมก็ต้องผิดหวัง เพราะทีมซินซินนาติกลับเป็นฝ่ายแพ้ซึ่งทำให้ผมรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง


ต่อมา ในตอนกลางดึกของคืนนั้นเองที่มีเสียงกริ่โทรศัพท์ดังรัวขึ้น เรียกให้ผมต้องลุกขึ้นจากเตียง ทั้งๆ ที่ผมยังนอนตาค้างมองเพดานอยู่ในความมืดด้วยความคิดวิตกกังวลไปต่างๆ นานา


ผมค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงที่มีอลิซาเบทนอนอยู่เคียงข้าง เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงกรีดก้องอยู่


เสียงโอปะเรเตอร์ดังมาตามสายว่า


“มิสเตอร์ลุค คาร์เร่ย์คะ รับโทรศัพท์ทางไกลด้วยค่ะ”


“ผมกำลังพูดครับ”


อลิซาเบทเปิดไฟหัวเตียงและลุกขึ้นนั่ง


“ใครน่ะ?” เธอถามเบาๆ


ผมปิดปากโทรศัพท์ “ยังไม่รู้ โทรศัพท์ทางไกล”


“น่ากลัวจากเดโทน่าละมั้ง” เธอว่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวัง “ที่คุณเขียนจดหมายไปสมัครงานไว้”


ผมไม่ตอบ มีเสียงผู้ชายดังมาตามสายว่า


“คุณคาร์เร่ย์หรือครับ”


“ใช่ครับ ผมเอง”


“คุณลุค คาร์เร่ย์นะครับ?”


“ครับ ก็ผมนี่แหละ ลุค คาร์เร่ย์” ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนถูกใครเล่นตลกด้วยโดยที่ผมไม่มีอารมณ์สนองตอบ


“ผม...สิบเอกโจ ฟลิ้นท์ จากสถานีตำรวจซานฟรานซิสโก ขอโทษ คุณมีลูกสาวชื่อดาเนียลหรือเปล่าครับ?”


ผมสังหรณ์ใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น


“ใช่ครับ ใช่...มีอะไรเกิดขึ้นหรือครับ?”


“ครับ ผมคิดว่าเป็นเช่นนั้น เพราะเธอเพิ่งฆ่าคนตาย”


มันมีปฏิกิริยาบางอย่างเกิดขึ้นในใจผมทันที นาทีนั้นผมอยากหัวเราะออกมาดังๆ ผมมองเห็นภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ร่างกายของแกถูกบดละเอียดจนย่อยยับ เลือดท่วมตัว ถูกทิ้งให้นอนเดียวดายอยู่กลางถนน ผมกัดลิ้นตัวเองอย่างไม่รู้สึกตัวอยากจะถามออกไปว่า


“เท่านั้นใช่ไหมครับ...?” แต่ผมกลับถามต่อว่า “แล้วตอนนี้ลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ?”


“ยังไม่เป็นไรหรอกครับ” เสียงนายตำรวจตอบมาตามสาย


“ให้ผมพูดกับแกหน่อยได้ไหมครับ?”


“เสียใจ เห็นจะต้องเป็นพรุ่งนี้แล้วละครับ เพราะแกจะต้องถูกส่งตัวไปที่สถานพินิจเยาวชนชั่วคราว”


“แล้วแม่ของเด็กล่ะครับ อยู่ที่นั่นด้วยหรือเปล่า...ผมขอพูดกับเธอหน่อยได้ไหม?”


“เห็นจะไม่ได้ครับ ตอนนี้เธออยู่ในห้องส่วนตัวข้างบน กำลังพยาบาลกันอยู่ หมอกำลังฉีดยาระงับประสาทให้”


“แล้วมีใครที่ผมพอจะพูดได้บ้างล่ะครับ?”


“ตอนนี้ไม่มีใครนอกจากคุณกอร์ดอน ซึ่งตอนนี้ก็คงยังพูดกับคุณไม่ได้ เพราะต้องอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวของคุณ”


“คุณหมายถึงแฮริส กอร์ดอนน่ะหรือครับ?”


“ครับ” นายตำรวจตอบ “คนที่เป็นทนายความนั่นแหละ เขาแนะนำให้ผมโทรมาหาคุณ”


แฮริส กอร์ดอน ทนายความคนนั้น ผมยังจำเขาได้เสมอ ดูเหมือนเขาจะเป็นทนายความที่ดีที่สุดและแพงที่สุด เขาถูกเรียกตัวมาใช้ในงานนี้...กอร์ดอนเป็นทนายให้ฝ่ายภรรยาเก่าของผม นอร่า...ในวันที่เราหย่าขาดจากกัน ผมรู้สึกเลื่อนลอยไปไกล ทันใดก็มีเสียงถามมาตามสายว่า


“คุณไม่อยากรู้หรือครับว่าลูกสาวคุณฆ่าใคร?”


“...ผมเพียงแต่ไม่อยากเชื่อ” ผมตอบออกไป “ดาเนียลไม่ใช่เด็กที่มีลักษณะจะทำร้ายใครได้ แกยังเด็กเกินไป ยังไม่เต็ม 15 ด้วยซ้ำ”


“แต่เธอก็ฆ่าเขาแล้วละครับ” น้ำเสียงของนายตำรวจแสดงความมั่นใจอย่างยิ่ง


“ถ้าอย่างนั้น เขาเป็นใครล่ะ?”


“โทนี่ ริคชิโอ” นายตำรวจตอบ ในน้ำเสียงของเขาแฝงแววเยาะอยู่เมื่อกล่าวต่อว่า “เพื่อนชายของภรรยาคุณยังไงล่ะ”


“เขาไม่ใช่เมียผม” ผมรู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “เราเลิกกันมาตั้ง 11 ปีแล้ว”


แต่ดูเหมือนนายตำรวจจะไม่ใส่ใจกับคำพูดของผมเอาเสียเลย เขากล่าวต่อไปว่า


“เธอใช้เกรียงแทงตรงหน้าท้องเขา ดุเหมือนจะเป็นเครื่องมือที่อดีตภรรยาคุณใช้เป็นอุปกรณ์ในการปั้นรูปนั่นแหละ คุณก็รู้ว่ามันคมเหมือนกรรไกรขาเดียวยังไงยังงั้น เลือดนองไปทั้งห้องเลย”


“แล้วยังไง?” ผมรู้สึกเหมือนหัวใจสลาย


“คือ...ดูเหมือนลูกสาวคุณเกิดหึงในความสัมพันธ์ระหว่างแม่ของเธอกับผู้ชายคนนั้น...แหละครับ”


ผมรู้สึกคอหอยตีบตันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มันฝืดไปจนแทบจะกลืนน้ำลายไม่ลง แข็งใจตอบออกไปว่า


“คุณตำรวจครับ ผมรู้จักลูกสาวผมดี ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าแกไปฆ่าเจ้าหนุ่มคนนั้นได้ยังไง ซึ่งถ้าแกจะทำอย่างนั้นจริงๆ ผมก็ไม่คิดว่าจะมีสาเหตุอย่างที่คุณอ้างหรอกนะ”


“แต่คุณกับลูกสาวก็ไม่ได้พบกันมากว่า 6 ปีแล้วนะครับ” เสียงนายตำรวจพูดมาตามสาย “ระยะเวลา 6 ปีนี่ เปลี่ยนเด็กได้มากนะครับ”


“แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเป็นฆาตกร” ผมตอบเสียงเบา “ต้องไม่ใช่ดาเนียล” พูดจบผมก็วางสายทันทีก่อนที่นายตำรวจคนนั้นจะทันพูดต่อ


อลิซาเบทกำลังจ้องมองดูผมอยู่ ดวงตาสีฟ้าของเธอเบิกโพลงอยู่ตรงหน้า


“คุณได้ยินแล้วใช่ไหม?” ผมถาม


“แต่ฉันไม่อยากเชื่อเลย” เธอพูดพลางพยักหน้ารับ


“ผมก็ไม่เชื่อ” ผมตอบงงๆ “แกยังเด็กมาก เพิ่ง 14 กว่าๆ เท่านั้น”


อลิซาเบทเอื้อมมากุมมือผมไว้ก่อนจะกล่าวต่อว่า


“ไปในครัวดีกว่าค่ะ ฉันจะชงกาแฟให้”


ภายในห้องครัว ผมนั่งนิ่งเงียบเหมือนคนใบ้ จนกระทั่งอลิซาเบทเอาถ้วยกาแฟอุ่นๆ มาวางลงในอุ้งมือ ผมกำลังมีความรู้สึกเหมือนที่หลายๆ คนเคยรู้สึก คือเวลาที่สมองของคนเราเกิดความสับสน คิดอะไรต่อมิอะไรวุ่นวายอยู่นั้น ที่จริงแล้วก็คือเราคิดอะไรไม่ออกเลย ในยามนั้นผมมองเห็นแต่ภาพของดาเนียล...ภาพของลูกสาวตัวเล็กๆ ที่ตื่นเต้นอย่างล้นเหลือเมื่อได้ไปเที่ยวสวนสัตว์เป็นครั้งแรก เสียงหัวเราะสดใสของแกขณะที่มองดูฟองคลื่นซัดสาดซัดชายฝั่งที่ลา จอลล่า...


โอ...ลูกน้อยตัวเล็กๆ ของพ่อ...เสียงแจ๋วๆ ของแกสอดแทรกเข้ามาในความทรงจำรำลึกของผม


“พ่อจ๋า สนุกจังเลยที่เราได้นั่งอยู่บนเรืออย่างนี้...พ่อจ๋า ทำไมแม่ไม่มาอยู่ในเรือกับเราล่ะ ทำไมแม่อยู่แต่ในบ้านใหญ่ๆ ในซานวานซิสโกล่ะจ๊ะพ่อ?”


ผมอดนึกขำไม่ได้ตอนที่ดาเนียลออกเสียงซานฟรานซิสโกเป็นซานวานซิสโก...ซึ่งสำเนียงแบบนี้เป็นสิ่งที่นอร่ารำคาญอย่างยิ่ง เพราะแกยังพูดไม่ชัดนั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะนอร่าเป็นคนที่พูดจาชัดเจน เป็นคนที่เคร่งครัดในทุกสิ่งที่เธอกระทำ เธอจะต้องเป็น “สุภาพสตรี” เสมอ โดยเฉพาะในสายตาของบุคคลภายนอก


นอร่า มาเกอริต เซซิเลีย เฮย์เดน ผู้มีสายเลือดจากตระกูลสเปนนิชเก่าแก่ บวกกับสายเลือดร้อนแรงของชาวไอริช ความหยิ่งผยองในสายเลือด ความมั่งคั่งของตระกูลนายธนาคาร เมื่อสายเลือดเหล่านี้มาผสมกันเข้า เธอจึงเป็นสุภาพสตรีสาวสวย ผู้เกิดมาในตระกูลที่มั่นคงด้วยฐานะและอำนาจทั้งทางการเงินและที่ดิน ความฉลาดปราดเปรื่องอย่างอัจฉริยะก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของเธอผู้นี้ด้วย


นอร่าเป็นศิลปิน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เธอแตะต้องเข้า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นหิน ดิน กรวด ทราย หรือไม้ มันจะกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทันที และเมื่อเธอสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ เธอก็อาจทำลายมันลงเสียได้ด้วยมือของเธอเอง...


ผมรู้...เพราะผมรู้จักเธอดี และเธอก็เคยทำสิ่งนั้นต่อผมมาแล้ว...


“กาแฟกำลังอุ่นพอดีเชียวค่ะ ดื่มเสียก่อนค่ะ” เสียงอลิซาเบทดังอยู่ใกล้ๆ


ผมตื่นจากภวังค์และพบว่าสายตาของอลิซาเบทกำลังจ้องมองผมอยู่ ผมจิบกาแฟ สัมผัสกับความร้อนของมันขณะเลื่อนไหลจากลำคอลงสู่ช่องท้อง


“ขอบใจ” ผมมองตอบเธอ


อลิซาเบททรุดตัวลงนั่งตรงข้ามผม...


“ดูเหมือนคุณกำลังฝันไปไกล” เธอเอ่ยลอยๆ


ผมพยายามบังคับใจให้อยู่กับตัว “ผมกำลังคิดน่ะ”


“ถึงดาเนียลหรือคะ?”


ผมพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย ความรู้สึกผิดในบางสิ่งบางอย่างรบกวนใจผมอย่างมากมาย แต่มันคงแตกต่างกว่าความคิดของนอร่าอย่างแน่นอน เพราะวิธีคิดของเราสองคนไม่เหมือนกัน


“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปคะ?” อลิซาเบทถามขึ้นอีก


“ผมยังไม่รู้ ยังไม่รู้จริงๆ ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป”


“น่าสงสารจริง” น้ำเสียงสะท้านของเธอบอกความสะเทือนในอารมณ์ออกมาชัดเจน


ผมไม่ตอบ...


“แต่ถึงยังไง แกก็ยังมีแม่อยู่ทั้งคน”


ผมหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น... ผมรู้... รู้ดีว่านอร่าไม่มีวันที่จะอยู่กับใครหรือเป็นเพื่อนกับใครได้แม้แต่กับตัวเองก็ตาม


“เขากำลังเป็นประสาท ได้ยินว่าหมอต้องให้ยาระงับประสาท”


“คุณหมายความว่าดาเนียลต้องอยู่คนเดียวทั้งๆ ที่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอย่างนั้นหรือคะ?”


“ก็อาจไม่ถึงอย่างนั้น เพราะตอนนี้ที่โน่นก็มีทนายความอยู่ด้วย บางทีแกอาจจะต้องถูกส่งตัวไปอยู่สถานกักกัน โอ...” ผมอุทานคำท้ายออกมาเบาๆ


อลิซาเบทจ้องมองผมอยู่นาน และแล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินไถลไปที่ตู้เก็บเครื่องใช้ในครัว หยิบแก้วกับช้อนออกมา ผมสังเกตเห็นว่ามือเธอสั่นระริก จนทำให้ช้อนตกกระทบพื้นดังเปรื่อง เธอจ้องมองดูมันและทำท่าจะก้มลงเก็บ


“บ้าจริง...ฉันซุ่มซ่ามอะไรอย่างนี้นะ” เธอบ่นงึมงำ


แต่ผมกลับเป็นฝ่ายก้มลงเก็บมันขึ้นมาเอง เธอจึงหันไปหยิบข้อนคันใหม่ ปรุงกาแฟให้ตัวเองแล้วจึงเดินกลับมานั่งที่เดิม


“ทำไมถึงต้องมาท้องตอนนี้ก็ไม่รู้” เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ


“ทำไมถึงต้องพูดโทษตัวเองอย่างนั้นล่ะ ผมก็มีส่วนด้วย”


เธอยังไม่ได้ละสายตาไปจากผมขณะที่กล่าวว่า


“ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองโง่ยังไงไม่รู้ คือฉันหมายความว่า รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ประโยชน์ เป็นต้นว่า...อย่างในเวลานี้”


“อย่าบ้าไปหน่อยเลยน่ะ” ผมว่า


“ฉันไม่ได้บ้า” เธอตอบ “ฉันรู้นี่คะว่าคุณไม่ได้ต้องการมีลูก แต่ฉันอยากมีเอง”


“นั่นแหละ เธอบ้าละ”


“ลุคคะ คุณเองก็เคยมีลูกมาแล้ว” เธอพูดเรียบๆ “มันพอแล้วสำหรับคุณ แต่ฉันยังไม่เคยมีก็เลยนึกว่าฉันน่าจะมีลูกกับคุณสักคนหนึ่ง บอกตามตรงก็ได้ ฉันเคยคิดอิจฉาเด็กคนนั้น ฉันเคยคิดว่าฉันจะต้องพยายามพิสูจน์ให้ได้ว่า อย่างน้อยฉันก็มีความสามารถเท่านอร่า”

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

Harold Robbins / บุญญรัตน์
"ในโลงศพที่ส่วนหนึ่งคลุมไว้ด้วยผ้าสีดำ ผมก้าวเข้าไปหยุดลงตรงนั้นแล้วก้มลงมอง นี่คือผู้ชายคนที่ลูกสาวผมฆ่า เขาจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ผมสีดำดกหนาปรกลงบนหน้าผาก สันจมูกตรง ริมฝีปากค่อนข้างหนาบอกถึงความเป็นคนใจคอหนักแน่น ขนตายาวเหมือนผู้หญิง ยิ่งมองผมก็ยิ่งรู้สึกสงสาร เขายังอายุไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำ"

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ดวงใจ...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด