บาปสลาย
นักเขียน : Frances Patton Statham /บุญญรัตน์

อ่านการ์ตูน

บทที่ 1


“นี่มันเรื่องโง่เขลาเบาปัญญาที่สุด คุณรู้หรือเปล่าชาร์ลส์ ว่าคุณทำอะไรลงไป คุณทำลายไอ้สิ่งที่ฉันพยายามสร้างมาด้วยความเหนื่อยยากตลอดยี่สิบปี โดยไม่ได้แคร์แม้แต่นิดเดียว แล้วนี่ยังจะแถมทำให้ลูกของเราอาจจะต้องกลายเป็นลูกไม่มีพ่ออีกด้วยนะ”


น้ำเสียงของเอรามินต้าห้วนห้าวและเชือดเฉือนยิ่งนัก ชาร์ลส์ยอมรับว่าเขาโง่ เขาคิดผิดไปถนัด แต่นั่นไม่ใช่เพราะเขายอมรับตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากวอชิงตันหรือการเลือกเดินทางออกจากประเทศอังกฤษแน่


แต่ความโง่มันเกิดจากการที่เขามาเลือกแต่งงานกับผู้หญิงอย่างเอรามินต้าต่างหาก ผู้หญิงคนที่เคยเป็นน้องสะใภ้ของอดีตภรรยานั่นเอง


เขาอยากจะกล่าวโทษว่าความพลั้งพลาดในชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะพายุร้ายที่เกิดขึ้นในเบอร์มิวด้า อันเป็นผลให้เรือฟริเกทที่ชื่อ “แฮดดิงตั้น” ต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ผู้บังคับการเรือต้องนำเรือเข้าอู่ที่อ่าวซาวานน่าห์เพื่อซ่อมแซม และระบายผู้คนขึ้นสู่แผ่นดิน


และพายุร้ายนั้นยังสร้างความวิบัติให้กับชีวิตของชาร์ลส์ มากๆ พอกับที่มันได้สร้างความเสียหายกับเรือเพียงแต่ว่าความวิบัติที่เกิดขึ้นกับเขานั้น เป็นสิ่งที่เหลือจะซ่อมแซมให้กลับคืนดีได้


นายแพทย์ชาร์ลส์ คอยน์ ฟอร์ไซท์ พยายามอำพรางความรานร้าวในหัวใจที่เกิดขึ้นจากการต่อว่าต่อขานของเอรามินต้าลงไว้ แม้แต่ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ปิดบังอำพรางความเป็นตัวตนแท้จริงไว้จากสายตาของโลก เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อสกุลและชอบที่จะให้ผู้คนเรียกเขาว่า “ชาร์ลส์” มากกว่า “คอยน์” ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้อิลลิสันต้องพลอยกระทบกระเทือนไปด้วยในวันข้างหน้า


เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้สงบไว้ เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเอรามินต้านั้นไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้น ดีแต่ใช้อารมณ์เพื่อให้ได้ในทุกสิ่งที่หล่อนต้องการ


“คุณเองก็ต้องคิดเหมือนกันเอรามินต้า ว่าการที่อยู่ๆ ผมจะเกิดกลับมีตัวตนขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่ข่าวคราวมันก็ยืนยันว่าผมตายไปตั้งหลายปีแล้วอย่างนั้น ถ้าอิลลิสันรู้เข้าเขาจะต้องตกใจมาก แต่ผมเชื่อนะว่าเขาจะต้องมองเห็นว่า ปัญหามันอยู่ตรงไหน และเขาจะไม่พูดจาอย่างคนมีอคติ เพื่อทำลายความสุขของลูกเราหรอก”


เอรามินต้าเม้มริมฝีปากแน่น แต่สีหน้าของหล่อนยิ้มเยาะอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกล่าวว่า


“ฉันรู้ เพราะถ้าเขาทำอย่างนั้นก็เท่ากับเขาทำลายตำแหน่งคุณนายของท่านวุฒิสมาชิก มีเดอร์ส เหมือนกัน มันก็ออกจะเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกันนะ คุณว่าไหม...ที่เขาจะไปนั่งอธิบายให้ท่านวุฒิสมาชิกทรงเกียรติคนนั้นฟังว่าเขามีผัวทีเดียวสองคน”


คราวนี้ความพยายามที่จะสำรวมอารมณ์ของชาร์ลส์ดูจะแตกสลายลง


“เอรามินต้า ผมว่าคุณจะพูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูกหรอกนะ เพราะตอนที่อัลลิสันแต่งงานกับเขาน่ะ เธอคิดว่าผมตายแล้ว และคุณเองก็ไม่ควรจะลืมว่า ถ้าความจริงเรื่องนี้มันเปิดเผยออกมา คุณเองก็จะต้องได้รับความเสียหายพอๆ กับเขานั่นแหละ”


สีหน้าที่ยิ้มกริ่มของเอรามินต้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันที หล่อนหันไปคว้าช็อคโกแล็ตขึ้นมาโยนใส่ปากอวบอูมอีกก้อนหนึ่ง และรีบเอาผ้าเช็ดหน้าริมลูกไม้ซับน้ำหวานที่หยาดย้อยลงมาตามแนวคางสองชั้น


“ผมว่าคุณน่าจะเลิกกินช็อคโกแล็ตทีละมากๆ อย่างนี้เสียทีนะเอรามินต้า น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกวันมันไม่ดีกับหัวใจของคุณเลย” ชาร์ลส์เตือนอย่างห่วงใยในสุขภาพ แต่หล่อนไม่สนใจใยดีกับคำเตือนของสามีแม้แต่น้อย


“ฉันน่ะรู้สึกเสียใจไม่หายเลยจริงๆ ที่จินน่าลูกสาวของเราเกิดไปแอบทำความรู้จักมักคุ้นกับเจ้าหนุ่มลูกชายของวุฒิสมาชิกมีเดอร์สคนนั้น ฉันว่ามันเป็นการไม่ถูกต้องเลยที่เด็กสองคนนี่...”


“พุทโธ่ เอรามินต้า เด็กสองคนนั่นมันไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวพันอะไรกันเลยนะ ถ้ามอร์โร่ว์กับนาธานต่างเกิดสนใจกันขึ้นมาสิถึงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”


“แหม มันจะเป็นยังงั้นไปได้ยังไง ในเมื่อนาธานมันเพิ่งจะอายุสิบเอ็ดเท่านั้น” เอรามินต้ากระแทกเสียงใส่


“ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างให้ฟังเท่านั้นละน่า”


“นั่นละ ถึงยังไงฉันก็ไม่ชอบอยู่ดี”


“ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่สำหรับเรื่องจินน่าน่ะ มันสายเกินกว่าที่เราจะแก้ไขอะไรได้แล้วนะ”


ชาร์ลส์ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปยังถนนสายเงียบสงัดแห่งนครวอชิงตัน ขณะนี้อยู่ในระหว่างปิดสมัยการประชุมสภา ซึ่งจะเปิดขึ้นอีกครั้งก็เดือนสิงหาคม ดังนั้นสมาชิกสภาส่วนใหญ่ต่างเดินทางกลับบ้าน เพื่อพบปะกับผู้สนับสนุนทางด้านคะแนนเสียง จะมีอยู่ก็เพียงไม่กี่คนที่อาจจะต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าถ้ามันเกิดขึ้น


แม้ว่าดวงอาทิตย์จะยังสาดแสงแรงร้อนอยู่ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อน แต่ต้นเอล์มใหญ่ก็ช่วยให้ร่มเงาด้านหน้าของคฤหาสน์ที่ก่อสร้างขึ้นด้วยศิลาสีน้ำตาลที่เขาเพิ่งย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่เมื่อไม่นานนี้


หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ชาร์ลส์ก็เห็นรถม้าคันคุ้นตาอันเป็นพาหะจากทำเนียบขาวแล่นเข้ามาใกล้ ที่จริงมันก็ไม่ได้ต่างไปกว่ารถม้าทั่วไปเลย ทั้งนี้เพราะการรักษาความลับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง


“ผมเห็นจะต้องไปก่อนแล้วนะเอรามินต้า” ชาร์ลส์เดินไปหยิบกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ขึ้นมาถือไว้ และบังคับตัวเองให้เดินเข้าไปจุมพิตภรรยาตรงแก้ม “คุณคงติดต่อผมไม่ได้หลายวันทีเดียว แต่ถ้าเป็นเรื่องด่วนที่จำเป็นจริงๆ แล้วละก้อติดต่อไปหาแฮดเลย์ที่โรงพยาบาลก็แล้วกัน”


“ฉันว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกันเลยนะชาร์ลส์ที่คุณจะมาทิ้งฉันไปในขณะที่มันกำลังมีปัญหาเกิดขึ้น และยังไม่ยอมบอกด้วยว่าคุณจะไปไหน”


“ผมว่าคุณเอาตัวรอดได้แน่ เอรามินต้าคุณเก่งในเรื่องแก้ปัญหาอยู่แล้วนี่”


มีเสียงเคาะดังขึ้นตรงหน้าประตู คนรับใช้เดินเข้ามาพร้อมกับรายงานว่า


“รถมาคอยอยู่แล้วครับ คุณหมอฟอร์ไซท์”


“ขอบใจมาก บาร์ก เอากระเป๋าเสื้อผ้าผมใส่รถหรือยังล่ะ”


“เรียบร้อยแล้วครับผม” หัวหน้าคนรับใช้ในชุดเครื่องแบบสีขาวออกเดินตามนายแพทย์ไป และช่วยเปิดประตูบ้านด้านหน้าให้ เขารู้ดีว่าไม่สมควรอาสาช่วยถือกระเป๋าเครื่องมือใบนั้นให้ เพราะนายแพทย์ฟอร์ไซท์จะไม่ยอมให้ใครถือเด็ดขาด บาร์กรู้ดีอยู่แล้ว


จากหน้าต่างของห้องชั้นบน สาวน้อยจินน่า ฟอร์ไซท์ ผู้ซึ่งกำลังเต็มไปด้วยความวิตกกังวล จับตามองตามร่างบิดาที่เดินไปตามถนนภายในบ้าน เมื่อเขาเปิดประตูรั้วเพื่อจะเดินออกสู่ถนนใหญ่ เธอก็ตะโกนออกไปว่า


“ลาก่อนค่ะ ปาป้า”


นายแพทย์ฟอร์ไซท์รู้สึกแปลกใจที่ได้ยินเสียงลูกสาว เขาไม่คิดว่าเธอจะอยู่บ้านในตอนบ่ายเช่นนี้ น่าจะอยู่โรงเรียนมากกว่า เขาหวังแต่เพียงว่าลูกสาวจะไม่ได้ยินการเป็นปากเสียงระหว่างเขากับภรรยาเมื่อครู่


“ลาก่อนลูก จินน่า” เขาโบกมือตอบลูกสาว


จากนั้นชาร์ลส์ก็ก้าวขึ้นนั่งบนรถม้าเพื่อเดินทางไปยังท่าเทียบเรือ พรุ่งนี้เขาก็จะถึงนิวยอร์ค ซึ่งคณะศัลยแพทย์ผู้มีความสามารถของประเทศจะมาร่วมประชุมกันที่นั่น และภายหลังจากที่ได้มีการจัดเตรียมห้องผ่าตัดขึ้นบนเรือยอร์ทช์ส่วนตัว ซึ่งขณะนี้ลอยลำอยู่ชายฝั่งของอีสท์ ริเวอร์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนายแพทย์และพยาบาลก็จะต้องขึ้นไปเตรียมตัวเพื่อต้อนรับผู้ป่วยรายสำคัญ นั่นก็คือประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์


งานสำคัญที่รออยู่ตรงหน้า โดยเฉพาะมันหมายถึงชีวิตที่ท่านประธานาธิบดีผู้นี้ ทำให้ชาร์ลส์ต้องผลักไสความคิดเกี่ยวกับปัญหาในครอบครัวของตนออก เพียงแต่สัญญาอยู่กับตนเองว่าเขาจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ในภายหลังเท่านั้น


สำหรับอัลลิสัน ฟอร์ไซท์ มีเดอร์ส เดือนกรกฎาคมเป็นเดือนแห่งความหลังที่เธอต้องใช้ความพยายามที่จะลืมมันให้ได้ทุกปี ขณะนี้เธออยู่ในวัยสี่สิบ และอดีตอันเลวร้ายน่าจะเลือนหายไปจากใจนานแล้ว แต่กระนั้นรอยแผลเป็นที่จารึกก็ราวจะเป็นเครื่องเตือนใจให้เธอต้องนึกถึงมัน รำลึกถึงสงครามที่เคยเกิดขึ้นในเดือนดังกล่าว และเหตุการณ์นั้นที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นแม่หม้ายไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ในที่สุดก็ได้เป็นภรรยาของอีกบุรุษหนึ่ง

 

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

Frances Patton Statham /บุญญรัตน์
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'บาปสล...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด