บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน เล่ม 1 ตอน ตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
นักเขียน : หนานไพ่ซานซู (南派三叔)

อ่านการ์ตูน



ห้าสิบปีก่อน ณ เนินเขาเปียวจื๋อหลิ่ง เมืองฉางซา


นักขุดดินสี่คนนั่งยองๆ อยู่บนเนินดินแห่งหนึ่ง ทุกคนเงียบกริบ จ้องมองเสียมลั่วหยางเล่มนั้นตาเขม็ง


บริเวณปลายเสียมที่ถอนขึ้นมาจากใต้ดินเมื่อครู่มีก้อนดินเก่าติดอยู่ เรื่องประหลาดคือ ดินก้อนนั้นมีของเหลวสีแดงสดซึมออกมาไม่หยุด เหมือนกับเพิ่งราดเลือดสดๆ ลงไป


“ยุ่งละงานนี้” ผู้เฒ่ายาสูบเคาะกล้องยาสูบของเขากับพื้น แล้วพูดต่อไป “ข้างใต้นั่นคือศพโลหิตละสิ เผลอๆ งานนี้จะเหนื่อยเปล่าเสียแล้ว”


“จะลงหรือไม่ลงกันแน่ฮึ ขุดได้ขุดไม่ได้ ขอคำเดียว อย่าโยกโย้!” ไอ้หนุ่มตาเดียวกล่าว “ข้าว่าท่านปู่ขาแข้งไม่สะดวกก็อย่าลงไปเลย ข้ากับน้องชายลงไปกันเองสองคน ไม่ต้องไปสนว่ามันคืออะไร ซัดมันสักโป้งก็จบ”


ผู้เฒ่ายาสูบไม่โกรธ แต่กลับอมยิ้ม พูดกับชายหนวดเฟิ้มที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่า “ไอ้ลูกคนรองของเอ็งมันอวดดีอวดเก่งขนาดนี้ คงได้เจอดีเข้าสักวันแน่ เอ็งต้องสั่งสอนมันให้มากกว่านี้หน่อยนะ ทำอาชีพนี้ใช่ว่ามีปืนอย่างเดียวก็กร่างได้”


ชายหนวดเฟิ้มถลึงตาใส่ไอ้หนุ่มตาเดียว “ไอ้เด็กเปรต เอ็งกล้าพูดจาอย่างนั้นกับท่านปู่ได้ยังไง สมัยที่ท่านปู่ตักดินขุดทราย เอ็งยังคุดคู้กินขี้อยู่ในท้องแม่เอ็งอยู่เลย”


“จะให้พูดยังไงล่ะ... ข้าผิดเองก็ได้ บรรพชนบอกไว้ไม่ใช่รึว่า ศพโลหิตคือของดี สมบัติข้างล่างต้องมีไม่ใช่น้อยแน่ๆ ถ้าเราไม่ลงไปก็เสียโอกาสไปเปล่าๆ”


“เอ็งยังกล้าเถียงอีก!” ชายหนวดเฟิ้มยกมือขึ้นหมายฟาด แต่ผู้เฒ่ายาสูบใช้กล้องยาสูบกันไว้


“อย่าลงไม้ลงมือ สมัยที่เอ็งเป็นเด็กก็อย่างนี้เหมือนกันไม่ใช่รึ นี่เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น!”


หนุ่มตาเดียวเห็นพ่อตัวเองโดนดุ ก้มหน้าลงแอบยิ้ม ผู้เฒ่ายาสูบกระแอมทีหนึ่ง ใช้กล้องยาสูบเขกหัวหนุ่มตาเดียวหนึ่งโป๊ก “เอ็งขำอะไร การเจอศพโลหิตอาจเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ อาจเป็นเรื่องเล็กก็ได้ คราวก่อนปู่รองของเอ็งก็ขุดเจอไอ้นี่แหละที่ลั่วหยาง ปรากฏว่าจนป่านนี้ยังบ้าๆ บอๆ ไม่หาย ไม่มีใครรู้ว่าโดนของอะไรเข้า ประเดี๋ยวข้าจะลงไปก่อน เอ็งตามหลังมา ไอ้หนูรองเอ็งถือตะขอดินรั้งท้าย ส่วนไอ้หนูสามเอ็งไม่ต้องลง ถ้าลงไปกันหมดสี่คน เกิดต้องถอยออกมามันจะไม่ทัน เอ็งคอยจับปลายเชือกตะขอดินไว้ พอพวกเราตะโกนบอก เอ็งก็ลากเอาสิ่งของออกมา”


เด็กหนุ่มที่อายุน้อยสุดไม่ยินยอม “ข้าไม่ยอม พวกท่านลำเอียง ข้าจะไปฟ้องแม่”


ผู้เฒ่ายาสูบหัวเราะลั่น “ดูมันซิ ไอ้หนูสามยังไม่ชอบใจอีก อย่าก่อเรื่องวุ่นวาย เดี๋ยวข้าจะหามีดทองคำมาให้เล่มหนึ่ง”


“ข้าไม่เอา ข้าหาเองได้”


พี่รองซึ่งมีตาข้างเดียวอารมณ์เสีย กระชากหูน้องสาม “ไอ้หนู เอ็งคิดมีเรื่องกับข้ารึ งอแงอยู่ได้ วอนนักใช่ไหม!”


เด็กหนุ่มคนน้องดูท่าทางคงเคยโดนมือโดนเท้ามาแล้วไม่น้อย เมื่อเห็นพี่รองของขึ้นจริงๆ ก็เงียบกริบอย่างตกใจ หันไปมองพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ที่ไหนได้ พ่อของเขาหันไปเตรียมของเสียแล้ว พี่รองเห็นดังนั้นจึงย่ามใจ “เมื่อไหร่บ้างที่เอ็งจะไม่เรื่องมาก ทำตัวน่ารำคาญ คราวนี้ท่านพ่อก็ไม่ช่วยเอ็งแล้ว ถ้ายังงอแงไม่เลิก ข้าจะตบให้หน้าหัน!”


ผู้เฒ่ายาสูบตบไหล่พี่ชายคนรอง ตะโกนสั่งว่า “ไอ้หนู หยิบของได้แล้ว!” พูดจบก็เริ่มจับพลั่วลมกรดขึ้นมา แล้วเริ่มขุดมือเป็นระวิง


ผ่านไปครึ่งชั่วโมง อุโมงค์โจรก็ขุดลึกลงไปจนมองไม่เห็นก้นหลุม นอกจากพี่รองที่ขึ้นมาพักหายใจเป็นระยะๆ เสียงที่ดังมาจากในหลุมก็เบาลงทุกที น้องสามเริ่มหมดความอดทน ตะโกนถามลงไปในหลุมว่า “ท่านปู่ ขุดทะลุหรือยัง”


ผ่านไปหลายวินาทีจึงได้ยินเสียงขาดๆ หายๆ ดังตอบกลับมาว่า “ไม่... รู้ เอ็ง... รออยู่ข้างบน จับเชือก... ให้ดี!”


นั่นเป็นเสียงของพี่รอง จากนั้นได้ยินเสียงกระแอมทีหนึ่งของผู้เฒ่ายาสูบ “เบาๆ หน่อย... ฟัง! มีเสียงเคลื่อนไหว!”


จากนั้นคือความเงียบสงัดดั่งความตาย


น้องสามรู้ว่าข้างล่างต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ เขาขวัญหนีจนไม่กล้าส่งเสียง ทันใดนั้นเอง เขาได้ยินเสียงดัง “ครืด ครืด” ที่ชวนขนลุก คล้ายเสียงคางคกร้อง ดังออกมาจากหลุม


จากนั้นคือเสียงพี่รองของเขาตะโกนดังลั่น “ไอ้สาม ดึง!”


เขาไม่กล้าชักช้า ขายันพื้นดึงปลายเชือกสุดแรงเกิด ดึงได้สองสามที ทันใดนั้นคล้ายกับด้านล่างมีบางสิ่งรั้งไว้ ตามด้วยแรงกระชาก ดึงเชือกย้อนกลับลงไปในหลุม น้องสามไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พอได้สติเขารีบพันปลายเชือกเข้ากับเอว ทิ้งน้ำหนักตัวไปด้านหลังทันที แผ่นหลังของเขาทำมุมสามสิบองศากับพื้น นี่เป็นท่าที่เขาใช้แข่งชักเย่อกับพวกเด็กผู้ชายคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน มันทำให้สามารถทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนเชือก ต่อให้เป็นลาสักตัว เขาก็สามารถยื้อเอาไว้ได้ครู่หนึ่ง


เป็นไปตามคาด เขากับสิ่งที่อยู่ในหลุมกินกันไม่ลง ทั้งสองต่างฝ่ายต่างดึงอย่างสุดแรง แต่ต่างก็ดึงกันไม่ไป ค้างเติ่งอยู่สิบกว่าวินาที จากนั้นเกิดเสียงระเบิดตูมดังออกมาจากในหลุม ตามด้วยเสียงร้องลั่นของท่านพ่อ “ไอ้หนู รีบหนีไป!” เขารู้สึกว่าเชือกหย่อนแล้วดีดผึงออกมาจากหลุม และเหมือนกับว่าบนเชือกมีบางสิ่งผูกติดอยู่ด้วย! นาทีนั้นน้องสามไม่คิดอะไรอีก เขารู้ว่าข้างล่างเกิดเรื่องแล้วแน่ เขาคว้าเชือกได้ก็หมุนตัววิ่งทันที!


เขาวิ่งเฮือกเดียวไกลออกไปกว่าสองลี้จึงกล้าหยุด สาวเชือกที่เอวขึ้นมาดู แล้วต้องร้องลั่นออกมา เพราะสิ่งที่ห้อยติดอยู่บนปลายเชือกคือแขนข้างหนึ่งที่ขาดออกจากร่างจนเลือดท่วม เขาจำรูปพรรณของแขนข้างนั้นได้ ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เพราะมันเป็นแขนของพี่รองชัดๆ ดูท่าพี่รองของเขา หากไม่ตายก็ต้องพิการไปแล้ว นึกถึงตรงนี้ เขาจึงกัดฟัน คิดจะวกกลับไปช่วยพี่รองกับพ่อ แต่พอหันหน้ามาเท่านั้น กลับเห็นว่าข้างหลังมีวัตถุสีแดงที่เลือดชุ่มกำลังนั่งยองๆ จ้องเขาตาเขม็ง


น้องสามคนนี้ก็หาใช่โจรฝึกหัด เขาติดตามท่านพ่อออกตระเวนขุดสุสานไปทั่วแผ่นดิน ผจญเรื่องแปลกประหลาดพิสดารมาแล้วมิใช่น้อย รู้ว่าข้างใต้ดินนั่นอะไรก็เกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ตกอกตกใจ แต่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เขารู้ว่าผีที่ดุร้ายแค่ไหนก็ไม่แข็งแกร่งไปกว่าคนเป็นๆ คนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นมนตร์ขาวหรือมนตร์ดำก็ต้องอยู่ในกฎของฟิสิกส์ มีกระสุนในมือเท่าไหร่สาดเข้าไปสิ ยิงให้พรุนซะก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีก


นึกถึงข้อนี้ เขาตั้งสติ ก้าวถอยหลังพลางคว้าปืนกลไฟที่เอวขึ้นมากำไว้ สับสวิตช์ให้เป็นการยิงอัตโนมัติ หากวัตถุชุ่มเลือดนั่นเคลื่อนไหวขึ้นมา เขาก็จะระเบิดห่ากระสุนเข้าใส่ไม่ยั้ง ที่ไหนได้ ในเวลานี้เอง วัตถุสีแดงนั่นพลันยืนขึ้น เด็กหนุ่มเพ่งมอง รู้สึกหนังหัวชายิบ กระเพาะม้วนป่วน นั่นมันคือมนุษย์ที่ถูกถลกหนังออกชัดๆ! เลือดชุ่มไปทั่วตัว เหมือนกับคนที่เบียดเอาตัวเองออกมาจากหนังของตัวเอง แต่มนุษย์หนังกลับคนนี้กลับยังเดินได้ มันคือเรื่องสุดพิสดาร หรือว่านี่ก็คือโฉมหน้าที่แท้จริงของศพโลหิต


ขณะกำลังคิดอยู่นั้น ศพโลหิตนั่นพลันงอตัวแล้วพุ่งเข้าหา เพียงแวบเดียว เด็กหนุ่มก็ประสานสายตาเข้ากับมันอย่างจัง ใบหน้าเลือดโชกนั่นแนบชิดปลายจมูกของเขาในทันที กลิ่นเหม็นเปรี้ยวโถมทับเข้าใส่ เด็กหนุ่มทิ้งตัวไปข้างหลัง พร้อมกับสาดกระสุนใส่อกของเจ้าสิ่งนั้นเต็มเหนี่ยวในระยะเผาขน ด้วยระยะที่ใกล้เกิน กระสุนทั้งหมดทะลุออกหลัง แรงปะทะทำให้เจ้าสิ่งนั้นเลือดกระฉูด ถอยกรูดไปหลายก้าว เด็กหนุ่มใจชื้น ยกปืนขึ้นมาเล็งไปที่ศีรษะของเจ้าสิ่งนั้นแล้วเหนี่ยวไก ทันใดนั้นก็มีเสียงดังแชะ ปืนขัดลำกล้อง!


ปืนกลเก่าๆ กระบอกนี้ ปู่รองของเขาขุดได้จากสุสานของกองทัพแห่งหนึ่ง ดูสภาพก็น่าจะผ่านการใช้งานมาไม่นานนัก แต่เสียดายที่ตลอดหลายปีมานี้ เขาเดินทางติดตามท่านพ่อไปทุกที่ ไม่มีเวลาบำรุงรักษา โอกาสได้ใช้ยิงในยามปกติก็มีน้อยนัก ใครจะไปรู้ว่ามันจะมาเกเรเอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ แต่เด็กหนุ่มคนนั้นก็ไม่ธรรมดา เมื่อเห็นว่าปืนใช้งานไม่ได้ก็เหวี่ยงแขนปาออกไปอย่างสุดแรงเกิดแล้วไม่สนใจอีกว่าจะปาโดนหรือไม่โดน หมุนตัวโกยแน่บทันที คราวนี้แม้แต่หันกลับมามองก็ไม่กล้าอีกแล้ว เขาเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งข้างหน้าจึงวิ่งตรงไปหา นึกในใจว่าดีร้ายอย่างไรมันก็คงปีนต้นไม้ไม่เป็นหรอกน่า แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็สะดุดล้มหน้าคว่ำ หน้าฟาดเข้ากับตอไม้อย่างจัง เลือดกบปากกบจมูก


เด็กหนุ่มตีพื้นอย่างโกรธแค้น รู้สึกฉุนขาด อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนได้ขนาดนี้


ขณะนี้เอง เขาได้ยินเสียงลมจากด้านหลัง รู้ว่ายมบาลตามมาเช็กชื่อแล้ว กัดฟันปลง ตายก็ตายวะ จึงหมอบนิ่งอยู่กับพื้น ไม่ลุกขึ้นมาอีก ที่ไหนได้ ศพโลหิตตัวนั้นคล้ายกับมองไม่เห็นเขา ถึงกับเหยียบข้ามตัวเขาไปเฉยๆ ฝ่าเท้าที่ชุ่มเลือดประทับรอยลงบนแผ่นหลังของเขา ศพโลหิตนั่นตัวหนักมากอย่างประหลาด เมื่อถูกเหยียบเข้าทีหนึ่ง เด็กหนุ่มรู้สึกหวานวาบที่ลำคอ เหมือนกับกรดน้ำดีจะทะลักออกมาจากปาก ส่วนหลังบริเวณที่ถูกเหยียบเริ่มคันยิบๆ อย่างร้ายกาจ เบื้องหน้ามัวพร่าทันที เขารู้ตัวทันทีว่าอาจโดนพิษแล้ว ซ้ำยังเป็นพิษที่ร้ายแรงมาก ในความรู้สึกอันเลือนราง เขามองเห็นว่าบริเวณไม่ไกลออกไป มือของพี่รองข้างนั้นคล้ายกับกำบางสิ่งไว้


เขาออกแรงกะพริบตาทีหนึ่ง ที่แท้มันคือแผ่นปั๋วเพี่ยน (แผ่นผ้าไหมที่ใช้จารึกข้อความในยุคโบราณ) ชิ้นหนึ่ง เขานึกในใจว่า สิ่งของที่พี่รองยอมแลกมาด้วยชีวิตต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่ๆ ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรแล้ว เป็นตายร้ายดีก็ควรเก็บสิ่งนั้นมา ถ้าเกิดต้องตายจริงๆ เมื่อพวกเขามาเจอศพเข้าก็ยังหามันเจอ แขนของพี่รองจะได้ไม่เสียเปล่า ส่วนเขาเองก็ไม่ตายเปล่า เขานึกเช่นนี้แล้วคลานเข้าไปหาอย่างยากเย็น เขาออกแรงง้างฝ่ามือพี่รองออก ดึงปั๋วเพี่ยนชิ้นนั้นออกมายัดใส่กระเป๋าเสื้อของตน


ขณะนี้ หูของเขาก็เริ่มมีเสียงวิ้ง ดวงตาคล้ายกับทาบไว้ด้วยผ้าโปร่ง มือเท้าเริ่มเย็น จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เป้ากางเกงของเขาตอนนี้ต้องเลอะเทอะไปด้วยอุจจาระปัสสาวะแล้วเป็นแน่ คนที่ตายด้วยพิษผีดิบต่างมีหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวกันทั้งนั้น สิ่งที่เขาขอให้ไม่เกิดขึ้นคือ ขอให้อีสาวหมู่บ้านข้างๆ อย่าได้มาเจอตัวเขาในสภาพนี้เลย


เขาคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย สมองไม่รับฟังคำสั่งแล้ว ยามนี้เขาเริ่มรู้สึกรางๆ ว่าได้ยินเสียงครืดๆ แบบเดียวกับที่ได้ยินจากปากหลุมเมื่อครู่ เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เมื่อกี้นี้ตอนสู้กับศพโลหิตไม่ได้ยินมันส่งเสียงอะไรเลย ตอนนี้ทำไมจึงเกิดร้องขึ้นมาอีกล่ะ หรือว่าไอ้ตัวเมื่อครู่มันไม่ใช่ศพโลหิต ถ้างั้นสิ่งที่เห็นเมื่อครู่เป็นตัวอะไร น่าเสียดายที่ตัวเขาตอนนี้ไม่สามารถใช้ความคิดได้อีก เขาผงกหัวขึ้นมามองโดยสัญชาตญาณ พลันพบว่ามีใบหน้าประหลาดขนาดใหญ่กำลังโน้มตัวลงมามองเขา เบ้าตาที่ไร้ลูกตาคู่หนึ่ง ข้างในนั้นกลวงโบ๋ ไร้สัญญาณของชีวิต





โปรดติดตามตอนต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

หนานไพ่ซานซู (南派三叔)
"จุดเริ่มต้นแห่งตำนานของสามเหลี่ยมเหล็ก เรื่องราวการผจญภัยของโจรขุดสุสานที่อ่านสนุกจนวางไม่ลง"

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'บันทึ...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด