ไฟล้อมน้ำ
นักเขียน : กันเกรา

อ่านการ์ตูน



“ขอโทษค่ะพี่หนึ่ง”


ปิยธิดา ศรีสวัสดิ์วัฒนา เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนคนตรงหน้าแทบไม่ได้ยิน แต่ถึงจะเอ่ยดังกว่านี้สักสิบเท่าเขาก็คงไม่ได้ยินอยู่ดี เพราะตอนนี้หูกำลังอื้อ ตากำลังลายกับข่าวร้ายที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากผู้หญิงที่เขาปักใจรัก ปากก็เหมือนจะพูดอะไรไม่ออก นอกจากนั่งนิ่งอึ้งอยู่แค่นั้น สาวสวยจึงตัดสินใจพูดปลอบขวัญเขาต่อ


“เอ... เอ่อ... ไม่รู้ว่าจะทำให้พี่หนึ่งเสียใจ ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ เอไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายพี่หนึ่งเลยนะคะ แล้วก็ไม่รู้ว่าพี่หนึ่งรักเอมากมายขนาดนี้ ยกโทษให้เอด้วยนะคะ ขอให้เราจากกันด้วยดี และคงความเป็นพี่น้องแบบนี้ไว้ตลอดไป สักวันพี่หนึ่งจะพบกับคนที่ดีกว่าเออย่างแน่นอนค่ะ”


เธอพูดพร้อมกับทำหน้าเศร้าอย่างคนรู้สึกผิดและเสียใจในทางเลือกที่ตัวเองยึดถือเอาไว้ ซึ่งเป็นผลให้หนุ่มรูปหล่อพ่อแม่ร่ำรวย และเป็นที่หมายปองของสาวๆ ต้องพานพบกับความเจ็บช้ำระกำทรวงเหลือคณานับ


“เอบอกพี่ได้มั้ยว่าเพราะอะไร ทำไมถึงเลือกเขาแทนที่จะเป็นพี่ ไอ้เป้มีอะไรดีกว่าพี่ ทำไมเอถึงเลือกมัน บอกพี่ได้มั้ยเอ บอกพี่ได้มั้ย พี่ไม่ดีตรงไหน ทำไมสู้มันไม่ได้”


พลาธิป พงษ์พันธุ์สถาพร เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ขณะจ้องมองใบหน้าสวยสะดุดตาของผู้หญิงที่เขาหลงรักมาหลายปีดีดัก และวาดหวังว่าจะมีวันวิวาห์ด้วยกันในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ ถ้าหากไม่ถูกมือดีชิงเธอตัดหน้าไปก่อน


“พี่หนึ่งกับพี่เป้ไม่มีใครด้อยไปกว่าใครหรอกค่ะ เอเลือกตรงที่ว่าเอจะเข้ากับใครได้มากที่สุด เลือกว่าเออยู่กับใครแล้วสบายใจมากที่สุดเท่านั้น”


ปิยธิดาพยายามยกเหตุผลร้อยแปดที่หาความจริงไม่ได้มาอ้าง เพื่อหวังให้เขาสบายใจขึ้นบ้าง


“แปลว่าเออยู่กับพี่แล้วลำบากใจอย่างนั้นเหรอ ทำไม! ทำไม! ทำไม!”


หนุ่มรักคุดทำใจเย็นฟังแฟนสาวอยู่ได้ไม่นาน ไฟรักไฟร้อนก็เริ่มแผดเผาอารมณ์ให้ระอุขึ้น จนต้องถามซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นด้วยความไม่เข้าใจ


“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะพี่หนึ่ง เอไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจ แต่อยากให้รู้ว่าเอเลือกและตัดสินใจแล้ว และจะไม่เปลี่ยนใจอีก พี่หนึ่งดีใจกับเราสองคน แสดงความยินดีกับเราสองคนเถอะนะคะ และเออยากให้พวกเรากลับมาเหมือนเดิม คบหาสมาคมกันเหมือนเดิม นะคะพี่หนึ่ง อย่าโกรธเอกับพี่เป้เลยนะคะ ขอร้องล่ะค่ะ ได้โปรดหลีกทางให้เราสองคนได้แต่งงานกัน อย่าทำให้เราสองคนลำบากใจเลย แค่นี้เราสองก็รู้สึกผิดมากพออยู่แล้ว โดยเฉพาะพี่เป้ที่ห่วงพี่หนึ่งกว่าใครทั้งหมด นะคะพี่หนึ่ง เอขอร้อง”


สาวสวยผู้กำลังสับสน พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน สีหน้าบ่งบอกว่าเสียใจยิ่งกับสิ่งที่ทำกับชายที่ตัวเองเกือบจะตัดสินใจเลือกมาเป็นคู่ชีวิต หากไม่มีเหตุผลอื่นและคนอื่นเข้ามา


หนุ่มหัวใจเดาะจ้องมองดวงหน้าสวยใสในวัยสาวเต็มตัว ตอนนี้เธอมีหยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ชนิดที่เขาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่คบหาดูใจกันมาหลายปี และแม้จะยังไม่กระจ่างในเหตุผล และยังไม่อยากจากไป แต่น้ำตาของผู้หญิงมักทำให้เขาพ่ายแพ้และทนเห็นไม่ได้


“เอลงทุนขอพี่ขนาดนี้ ทำไมพี่จะให้ไม่ได้ ถ้าเอมั่นใจว่ารักและจะแต่งงานกับไอ้เป้จริงๆ พี่จะกล้าขัดเอได้ยังไง พี่ก็แค่ไม่เข้าใจและมองไม่เห็นเหตุผลว่าพี่แพ้มันตรงไหน แต่ช่างเถอะในเมื่อเกมนี้พี่แพ้ พี่ก็ควรเป็นฝ่ายไป ขอให้โชคดีก็แล้วกันนะ ลาก่อน”


สิ้นคำพลาธิปก็เดินออกจากสนามหญ้าอันกว้างใหญ่และเขียวขจีของคฤหาสน์หลังงามแห่งบ้านศรีสวัสดิ์พงษ์ ตรงไปยังi5สปอร์ตคันงาม เขาปิดประตูรถดังปัง สตาร์ทเครื่องจนดังกระหึ่มเพื่อระบายอารมณ์ที่ระอุอยู่ภายใน โดยไม่สนใจแฟนสาวที่ยังคงนั่งอยู่ในศาลามองมาด้วยใบหน้าของคนสับสนไม่หาย


เอี๊ยด!!!


รถหรูเบรกกะทันหัน เมื่อกำลังจะพุ่งออกจากประตูอย่างรวดเร็ว แต่กลับมีหญิงสาวที่เขารู้จักดีเดินข้ามถนนมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ยังผลให้เขาอารมณ์เสียขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า จนต้องรีบเปิดประตูออกมา


เขาส่งสายตาขุ่นแค้นผ่านแว่นกันแดดจับจ้องเจ้าของใบหน้าสวย ร่างสูงโปร่ง ที่กำลังเดินมาเงียบๆ หล่อนก็จ้องเขาด้วยสายตาขุ่นเคืองไม่แพ้กัน


“อยากตายเหรอ เดินไม่ดูรถบ้าง หรือบ้านเธออับจนหนทาง หาเงินหมุนสร้างเปลือกปลอมๆ ไม่ทัน จนต้องมาหาเงินด้วยการเดินตัดหน้ารถแพงๆ เผื่อจะได้เงินสักแสนสองแสน”


ปราณปริยาวดี ศรีสวัสดิ์วัฒนา อยู่ในชุดกระโปรงยาวจีบรอบสีน้ำตาลเข้มและเสื้อคอจีน เธอสะพายกระเป๋าใบใหญ่ไว้บนบ่า ในท่วงท่าสง่างามและเยือกเย็น แต่ส่งสายตาสมเพชเวทนาไปหาเขา สุภาพบุรุษอกสามศอกที่กำลังยืนตะคอกใส่ผู้หญิงอยู่กลางทาง


“คุณเป็นคนขับต้องดูคนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่มายืนว่าคนอื่นแบบนี้ และกรุณารับรู้ไว้ด้วยนะว่าถนนเล็กๆ ในซอยแบบนี้ คุณไม่ควรขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด”


เธอไม่ได้แสดงกิริยาหรือท่าทางไม่ดีออกไป เพียงแค่เตือนเขาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ และไม่สนใจกับเรื่องที่เขาพูดถึงสถานะภาพทางบ้านของเธอเลยแม้แต่น้อย เรื่องจะยิ่งไม่จบง่ายๆ แต่มีหรือที่จะเป็นแบบนั้นไปได้ ในเมื่ออีกฝ่ายกำลังมองหาที่ระบายอารมณ์


“อ้อ! หัวหมอ! รู้กฎหมายซะด้วย ถ้าเก่งขนาดนี้ ทำไมสะกดคำว่าศีลธรรมไม่ออก ไม่รู้จักศีลห้าเหรอ ข้อสามคืออะไรรู้รึเปล่า ถ้าไม่รู้จะบอกให้เอาบุญ กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม รู้จักมั้ย ถ้ารู้ก็ช่วยเอาไปบอกแม่เธอด้วย จะได้ไม่ต้องปีนต้นงิ้วเวลาตกนรก และก็เตือนตัวเองด้วยล่ะ จะได้ไม่ตามแม่ลงนรก”


“งั้นคุณก็ควรจะเอาไปบอกพ่อคุณก่อน เพราะของอย่างนี้ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดัง และคุณก็ควรจะเตือนตัวเองเอาไว้ด้วย จะได้ไม่ตามพ่อไปปีนต้นงิ้วเหมือนกัน”


แล้วเธอก็เดินไปเปิดประตูเข้าบ้านด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางหงส์ ทิ้งให้หนุ่มอารมณ์ค้างยืนงงเป็นไก่ตาแตกหลายวินาที เขาพลาดให้แม่ลูกบ้านน้อยเล่นงานกลับได้ยังไง


คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ เขาจึงมุดตัวเข้าไปในรถ แล้วขับออกไปด้วยความเร็วและแรงดังเดิม ปราณปริยาวดีแค่หันกลับไปมองแล้วส่งยิ้มอย่างสะใจเท่านั้น ก่อนจะเดินเข้าบ้านหลังใหญ่ที่ใครๆ ก็เรียกว่าคฤหาสน์ เพราะมันตั้งตระหง่านคู่กับคฤหาสน์อีกหลังที่ใหญ่กว่าและหรูหรากว่าในความคิดของแม่ แม่ที่มักมองผ่านแนวรั้วต้นชาฮกเกี๊ยนหรือข่อยจีนซึ่งใช้กันเขตแดนระหว่างคฤหาสน์ทั้งสองไว้ จะได้ไม่มีใครเห็นใคร และจะได้ไม่มีเรื่องมีราวให้ปวดหัวทุกวัน



“ปราณปริยาวดี ศรีสวัสดิ์วัฒนา”


ปาน คุ้มวงศ์ แม่ของเธอโผล่ออกมาจากแนวรั้วข่อย และรีบเดินเข้าประตูครัวมาทักทายลูกสาวด้วยการเรียกซะเต็มยศ ก่อนจะยิ้มให้ด้วยความรักและพึงพอใจในตัวลูก ที่เป็นทุกๆ อย่างที่แม่อยากจะให้เป็นสมใจ


ชื่อของเธอยาวเฟื้อย แม่เป็นคนตั้งให้เองเพราะเก็บกด ที่แม่มีชื่อคำเดียวสั้นๆ ห้วนๆ


จะเปลี่ยนไปเป็นชื่ออื่น พระก็ดันทักว่าไม่ดี ชีวิตจะย่ำแย่ลง ปานเลยจำต้องใช้ชื่อนี้อย่างไม่เต็มใจนัก ลูกสาวจ้องแม่เขม็งเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าไม่ชอบให้แม่เรียกแบบนี้


เธอไม่ได้ปลาบปลื้มกับชื่อยาวๆ ของตัวเองนัก เพราะมักจะถูกเพื่อนๆ ในโรงเรียนตลอดจนคุณครูล้อเสมอ แต่แม่ทำเป็นไม่สนใจ แล้วเฉไฉถามเรื่องอื่นแทน


“ทำไมหนึ่งไม่เอารถไปล่ะ กว่าจะเดินจากปากซอยมาไม่เหนื่อยหรือไง”


ทำให้เธอนึกถึงรถสีขาวที่จอดอยู่ในโรงรถที่เพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่ก แต่ก็เป็นเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น เธอตอบอย่างไม่เกรงใจคนฟังสักนิด


“ไม่ล่ะค่ะคุณแม่ เปลืองน้ำมันจะตาย สู้หนึ่งขึ้นรถเมล์ไม่ได้ สบายกว่าเยอะ ถ้าขืนหนึ่งขับไปกลับบ้านคุณตาทุกวัน มีหวังเงินที่ได้จากงานคงไม่เหลือไว้ซื้อข้าวกินแน่ๆ”


แม่เดินตรงมาหายกแขนโอบไหล่ลูกอย่างสนิทสนม ท่ามกลางห้องครัวอันใหญ่โตหรูหรา ของใช้ทุกอย่างใหม่เอี่ยมและทันสมัยเหมือนหลุดออกมาจากแคตตาล็อกก็ไม่ปาน


“แหม! พูดยังกับว่าทุกวันนี้ต้องจ่ายเองยังงั้นล่ะ แม่บอกตั้งนานแล้วว่าจะออกค่าน้ำมันให้ หนึ่งก็ไม่ยอมนี่นา มีรถดีๆ ก็ใช้สิ เดี๋ยวคุณพ่อจะเสียใจนะ อุตส่าห์ซื้อเป็นรางวัลให้ที่หนึ่งได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง”


และผู้เป็นลูกสาวรู้ดีว่ากว่าพ่อจะยอมควักกระเป๋าล้านกว่าบาทมาซื้อรถให้เธอนั้น แม่ต้องออดอ้อนเอาอกเอาใจสารพัดแค่ไหน ทั้งๆ ที่ลูกสาวกับลูกชายบ้านโน้นของพ่อต่างได้รถราคาเหยียบสิบล้านทั้งสองคน แต่ป่วยการที่จะพูด แม่จะไม่สบายใจเปล่าๆ จึงเลือกดึงเอาเรื่องอื่นมาคุย เพราะวันนี้เป็นวันดี ไม่อยากพูดถึงเรื่องไม่ดี


“วันนี้แม่ทำอะไรเลี้ยงหนึ่งคะ ของเยอะแยะเลย” แม่เองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ทัน เลยจำต้องยอมเปลี่ยนเรื่องคุยตามลูก


“โอย! บอกไม่หมดหรอกจ้ะ แม่ชวนเพื่อนๆ มาหลายคนเหมือนกัน อาหารสั่งจากร้านก็มี ทำเองก็มี หนึ่งเอาของไปเก็บแล้วลงมาช่วยแม่กับป้ากอบเตรียมอาหารดีกว่านะจ๊ะ คุณตากับคุณยายจะมาถึงกี่โมงล่ะ”


“เห็นคุณยายบอกว่าต้องรอพี่ทินกับคุณตาให้กลับจากไปคุยกับเจ้าของงานก่อนถึงจะมาค่ะ น่าจะสักหกโมงหรือทุ่มหนึ่ง คุณแม่ งั้นหนึ่งขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะแล้วจะลงมาช่วย”


“จ้ะ”


ปานจ้องมองแผ่นหลังลูกสาวคนเดียวเดินขึ้นบันไดไปด้วยความอิ่มเอมหัวใจ เพราะแม้มองเพียงเบื้องหลังลูกสาวก็มีท่วงท่าสง่างามราวนางหงส์เหลือเกิน ไม่เสียแรงที่ตัวเองอุตส่าห์เฝ้าพากเพียรเลี้ยงลูกมาอย่างดี สรรหาแต่ของมีค่ามีราคาให้ลูก เพื่อไม่ให้น้อยหน้าลูกอีกบ้าน ที่ชอบข่มให้ตัวเธอและลูกดูด้อยกว่าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน


“มีอะไรให้หนึ่งช่วยบ้างจ๊ะป้ากอบ”


ปราณปริยาวดีเดินเข้ามาในครัวด้วยชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดพอดีตัว ผมยาวสลวยสีน้ำตาลดัดลอนใหญ่ๆ ถูกรวบมัดเป็นหางม้าไว้ด้านหลังเพื่อเตรียมพร้อมกับงานครัวอย่างเต็มที่


“คุณหนึ่งทำน้ำสลัดก่อนก็ได้ค่ะ”


กอบผู้เป็นแม่บ้านและเป็นเสมือนเพื่อนสนิทคนเดียวของปาน แถมอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันที่ปราณปริยาวดีเกิดจนถึงทุกวันนี้ รวมแล้วก็ยี่สิบสามปีพอดิบพอดี


“หนึ่ง! รู้หรือเปล่าว่าคุณหนูบ้านโน้นน่ะ สลัดรักหนุ่มรูปงามคนแรกไปอย่างไม่ไยดีเลยนะ ขนาดพ่อคุณตามมาง้อรอบที่สามแล้วก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนใจ จะเดินหน้าแต่งกับอีกคนท่าเดียว แม่เห็นแล้วก็สลดหดหู่ใจจัง รักกันมาก่อนแท้ๆ พอเจออีกคนที่ไม่ได้มีอะไรดีกว่าตรงไหน ก็ดันตัดสินใจรับหมั้นรับแต่งปุบปับเชียว ใจร้ายที่สุด”


ปานรีบเอ่ยในเรื่องที่ตัวเองอยากจะพูดมาตั้งนานแล้วทันที แต่ลูกไม่ค่อยอยากจะฟังสักเท่าไหร่ และไม่อยากจะให้แม่พาตัวไปข้องเกี่ยวหรือสืบเสาะหาข่าวของอีกบ้านเลยสักนิด เพราะรังจะทำให้แม่ไม่สบายใจเอามากๆ หรือเก็บมาคิดเวลาได้ยินเรื่องที่ไม่ดีก็เท่านั้น


“เหรอคะ”


เธอจึงเอ่ยกับแม่แค่นี้ แม้ในใจจะรู้ดีมานานแล้ว เพราะได้ยินแม่กับกอบคุยกันออกบ่อย


“ใช่สิ! แล้วเหตุผลที่เจ้าหล่อนบอกพ่อหนุ่มนั่นน่ะ อย่างกับนางเอกละครเชียวล่ะ 'เอเลือกตรงที่ว่าเอจะเข้ากับใครได้มากที่สุด เลือกว่าเออยู่กับใครแล้วสบายใจมากที่สุดเท่านั้น' แหม! ทำอย่างกับแม่จะไม่รู้ว่าที่เจ้าหล่อนกับนังแม่มารนั่นเลือกอีกคน เพราะไม่อยากจะได้ผู้ชายที่มีพ่อเจ้าชู้มีเมียไปทั่ว”


“จริงเหรอคะคุณ กอบไม่เห็นได้ยินหรือรู้เลย คุณไปเอามาจากไหนคะ”


แม่บ้านร่างอวบมาดทอมที่กำลังหั่นเนื้อเป็นชิ้นใหญ่ๆ สำหรับทำบาร์บีคิวอยู่ถึงกับหยุดมือแล้วหันไปหาเจ้านายทันที เพราะข่าวนี้ตัวเองยังไม่ได้ยินจากที่ไหน และสงสัยว่าเจ้านายรู้ได้ยังไงกัน


“อุ๊ย! หล่อนอยู่แต่ในครัวจะไปรู้อะไรล่ะ คนเขาปิดกันให้แซด มีคนเดียวล่ะที่ไม่รู้หรืออาจจะโง่ก็แค่พ่อหนุ่มนั่นล่ะ ที่หูหนวกตาบอดอยู่ได้ ไม่รู้ว่าครอบครัวแฟนรังเกียจพ่อตัวเอง กลัวเลือดเจ้าชู้ไก่แจ้ที่มากชู้หลายเมียมาตั้งแต่ปู่ทวดจะกระเด็นมาหา เลยพลอยต้องอกหักดังเป๊าะนั่นล่ะ”


ปานเล่าอย่างออกรส มือก็หั่นผักไปอย่างคล่องแคล่ว


“เหตุผลแค่นี้เองเหรอคะคุณ ที่บ้านนั้นไม่รับรักคุณรูปหล่อคนนั้นน่ะ”


กอบทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ


“ก็ใช่น่ะสิยะ ฉันล่ะเสียด๊ายเสียดาย ทำไมไม่มองลูกสาวคนสวยของฉันบ้าง ฉันจะรีบให้แต่งๆ ไปเลย หาได้ง่ายๆ ซะที่ไหนผู้ชายดีๆ หล่อๆ พ่อแม่รวยขนาดนั้น แต่ไม่เป็นไรหรอก ลูกสาวของฉันจะมีหนุ่มมาให้เลือกอีกเพียบ ไม่เชื่อคอยดูสิ”


ปานยิ้มอย่างมีเลศนัย จนลูกสาวต้องหันมามองแล้วจ้องเขม็งเป็นเชิงเตือนนิดๆ ว่าแม่พูดเกินไป





โปรดติดตามตอนต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

กันเกรา
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ไฟล้อ...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด