COMICOการิน ปริศนาคดีสยอง สาปสยองป่าอาถรรพ์

เรื่องสยองที่ 1 คำสัญญาของผีหลังกลวง ตอนที่ 3

การิน ปริศนาคดีสยอง สาปสยองป่าอาถรรพ์
นักเขียน : อัยย์

อ่านการ์ตูน

Chapter 3 ผิดแผน


ชายแก่พูดจบประโยคลมก็กระโชกแรง ทิวไม้สั่นรัว

ทว่าที่ทำให้เด็กสาวขนลุกวาบไม่ใช่บรรยากาศมืดครึ้ม แต่เป็นสายตาเย็นเยียบที่จ้องมองเธอจากด้านหลังจนขนคอลุกชัน

 

การินกำลังโกรธมากแน่ๆ

 

ความเย็นยะเยือกนั้นให้ความรู้สึกราวกับมีมือเอื้อมออกมาระปลายผม กวนให้ท้องไส้ปั่นป่วน

“เป็นอะไรไป ยัยแม่มด จะทำอะไรก็รีบทำ” เสียงพูดดังขึ้นข้างๆ เรียกสติเธอให้กลับมา ลัลทริมาหันขวับไปข้างหลังแล้วหันลับมาจ้องหน้าการินที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงง

ความรู้สึกเมื่อกี้ ไม่ได้มากจากการินหรือนี่

แต่เพียงครู่เดียวความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไป เธอจำเป็นต้องกลับมาจัดการกับปัญหาตรงหน้าที่ดูท่าจะใหญ่กว่า

“ที่นี่ไม่ใช่บ้านธรรมชาติหรือคะคุณลุง”

“ก็ไม่ใช่น่ะสิ ดูป้ายนี่ บ้าน - ริม - เล จะไปก็รีบไป เขาว่าเย็นนี้พายุจะเข้า จะหาว่าลุงไม่เตือน”

ครืน...

ฟ้าเหนือหัวร้องคำราม ลมที่พัดกระโชกเมื่อครู่ดูท่าจะแรงขึ้น

“ต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหนคะ”

“ออกไปเจอทางแยก แล้วก็...”

 

เปรี้ยง!

“กรี๊ด!”

ฟ้าร้องดังสนั่น ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นร้องออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ ลัลทริมายกมือขึ้นปิดหู ใบหน้าซีดเผือด อยู่ในเมืองต่อให้ฝนหนักอย่างไรก็ยังอยู่ในตัวอาคาร ช่างแตกต่างกับการอยู่กลางสวนแบบนี้โดยสิ้นเชิง แค่คิดว่าต้องเดินกลับออกไป เด็กสาวก็ขอบตาร้อนผ่าว ได้แต่มองเจ้าของบ้านขอความเห็นใจ

“หนูไม่ได้จอง ให้พักไม่ได้หรอก บ้านมีแค่หลังเดียวแล้วก็มีคนพักแล้ว รีบไปซะ เอ้า...จะเอาร่มนี่ไปก็ได้” ชายแก่ปฏิเสธสายตาอ้อนวอนอย่างไร้เยื่อใยพลางยื่นร่มเก่าๆ ให้

ดูเหมือนนี่คงเป็นความช่วยเหลือที่ดีที่สุดแล้วที่เขาจะให้ได้ เด็กสาวจำใจรับร่มมา พยายามโทรหาบ้านพักที่จองเอาไว้กะว่าจะให้ส่งคนมารับก็ไม่มีใครรับสาย

“นี่น้อง! มากันแค่สองคนเหรอ” ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตสีสดใสร้องทัก ลุกขึ้นจากแคร่ที่อยู่ไม่ห่าง “ถ้ายังไงจะมาพักด้วยกันกับพวกเราไหมล่ะ”

เป็นเด็กหนุ่มที่แม้สวมหน้ากากอนามัยก็ยังมองออกว่าหน้าตาดียกมือทักทายทั้งคู่อย่างเป็นกันเอง แต่จู่ๆ โดนถามแบบนี้ลัลทริมาก็ไปไม่เป็น ส่วนการินนั้นดูออกว่าอารมณ์เริ่มไม่ดี

“ดูท่าพวกเราน่าจะอายุมากกว่าไม่กี่ปี คืออย่างนี้ พวกพี่มากันสี่คน ถ้าเธอสองคนจะมาแชร์บ้านก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องเดินออกไปอีก ถึงตอนนี้จะแค่สี่โมงเย็นแต่ลมแรงแบบนี้ก็ออกไปลำบากนะ เอ้า พวกนายล่ะว่าไง โอเคไหม” ชายหนุ่มผิวขาวหันไปขอความเห็นเพื่อนร่วมก๊วนอีกสามคน

“ก็ดีนะ อยู่กันหลายคนครึกครื้นดี” ชายหนุ่มสวมแว่นปรี่เข้ามาทักทาย

“น้องเขาจะสะดวกเหรอ มากันสองคนอาจจะอยากอยู่กันเป็นส่วนตัวก็ได้ อีกอย่างพวกเรา...” ในขณะที่มีคนเห็นด้วยก็มีคนค้าน เธอคือเด็กสาวผมยาวหน้าตาสะสวย

เพราะนอกจากเด็กสาวที่ต้องแชร์ที่พักด้วย ยังมีอีกคนที่ท่าทางอึมครึมและสายตาไม่เป็นมิตร ซ้ำยังมีผ้าพันแผลที่มืออีก แต่ดูเหมือนเพื่อนอีกสองคนจะไม่ใส่ใจความเห็นของเธอ จึงส่งสายตาเป็นเชิงถามความเห็นไปที่เพื่อนคนสุดท้าย

“โบ๊ต พูดอะไรบ้าง อย่าเอาแต่เล่นเกมสิ”

“ฉันไงก็ได้ แล้วแต่มาร์กก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มรูปร่างล่ำสันและสูงกว่าเพื่อนเงยหน้าจากหน้าจอมือถือ ยักไหล่เล็กน้อย ทำเอาหนุ่มสวมแว่นตบมืออย่างดีใจ จัดแจงโกยเพื่อนๆ เข้ามาทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ แบบไม่ดูสีหน้าของการินเลยสักนิด 

“สามต่อหนึ่ง...เอาเป็นว่าตกลงนะ มาทำความรู้จักกันก่อน นี่มาร์ก ฉันชื่อตรัย ส่วนเจ้านี่โบ๊ต แล้วนี่ก็พลอย” ตรัยไล่แนะนำเพื่อนทีละคน เริ่มจากหนุ่มหล่อที่เข้ามาทักลัลทริมาตอนแรก “พวกน้องชื่ออะไรกันล่ะ”

“หนูชื่อลัลค่ะ ส่วนนี่การิน” บอกชื่อออกไปแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบรับคำชวนให้แชร์บ้านพักหรือเปล่า จึงหันไปถามเพื่อนร่วมทาง “การิน นายว่าไง...อุ๊ย”

สายตาถมึงทึงและสีหน้าของการินที่ตอบกลับ ขนาดไม่ต้องพูดเธอยังรู้ว่าอย่างไรก็คงต้องจำใจเดินฝ่าพายุออกไปแน่ๆ

“เฮ้ๆ พวกน้องใจเย็นก่อนนะ พี่ว่าอย่าเสี่ยงออกไปเลย บ้านพักมีตั้งหลายห้อง พวกพี่อยู่ด้วยกันยังเหลือๆ ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยให้ทางที่พักของน้องเอารถมารับก็ได้” มาร์กหาทางออกให้ จัดแจงบอกให้ลุงเจ้าของบ้านนำทางไปยังบ้านพัก ทุกคนรวมถึงพลอยหิ้วกระเป๋าตามไปอย่างไม่มีปากเสียง

เมื่อดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ การินจึงได้แต่นิ่งเงียบ กระชากกระเป๋าขึ้นจากแคร่อย่างเสียไม่ได้ ลัลทริมาถอนหายใจโล่งอก

 

ฉันถือว่านายเห็นด้วยก็แล้วกันนะ ส่วนจะโดนบ่นหลังจากนี้ขนาดไหนก็ค่อยว่ากัน

 

......................................

 

แขกของโฮมสเตย์ทั้งหมดหกคนเดินตามชายแก่เลาะไปตามทางเดิน พอพ้นจากแนวสวนก็ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ลมแรงที่มีกลิ่นเกลือและกลิ่นปลาของหมู่บ้านชาวประมงลอยมาแตะจมูก

อากาศหน่วง เย็นชื้น อบอ้าว เมฆก้อนใหญ่ดำทะมึนแบ่งชั้นท้องฟ้าและทะเลสีเทาชัดเจน คลื่นขาวแตกฟองยามซัดโดนโขดหิน ชายหาดที่นี่ไม่ได้มีทรายขาวละเอียดเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป แต่กลับปกคลุมด้วยผักบุ้งทะเล เศษหินและทรายหยาบ เรือไม้ลำเขื่องจอดเกยตื้นไว้ ดูแล้วให้บรรยากาศรกร้างวังเวง และทิวสวนมะพร้าวที่ถูกลมพัดแรงยิ่งทำให้รู้สึกตัวเล็กจิ๋วลงไปอีก

“ที่แบบนี้ยังอุตส่าห์ดั้นด้นมา สมองเธอทำด้วยอะไรยัยแม่มด” การินบ่นพึมพำในลำคอ ไม่ต้องหันไปดูก็พอจะเดาสีหน้าของเขาได้

“เอาน่ะ ฉันหาข้อมูลมาแล้ว หมู่บ้านชาวประมงที่นี่มีเรื่องน่าสนใจเยอะนะ เดี๋ยวเรามาขอข้อมูลจากคุณลุงก็ได้” ลัลทริมาทำใจดีสู้เสือ

 

บ่นจริงๆ ด้วย ยังไม่พ้นคืนเลย

 

เนื่องจากทางเดินถูกแผ้วถางไว้แคบๆ สองข้างทางเป็นรากไม้ ทรายและพื้นขรุขระ ทั้งหมดจึงเดินตามกันเป็นแถวเรียงหนึ่ง โดยมีการินเดินปิดท้าย

ทว่าจู่ๆ เด็กสาวซึ่งเดินอยู่ตรงหน้า กลับยั้งฝีเท้ากะทันหันจนเขาเดินชนร่างที่ยืนนิ่ง อึดใจก็ค้อมตัวเล็กน้อย ยิ้มให้ความว่างเปล่าตรงหน้า

“เธอยิ้มให้ใคร ยัยแม่มด”

“ชาวบ้านแถวนี้ไง อ้าว...เมื่อกี้ยังอยู่ตรงโน้นเลย”

ปลายนิ้วเด็กสาวชี้ไปยังสวนมะพร้าวที่เต็มไปด้วยหญ้ารก ว่างเปล่า ไม่มีใครยืนอยู่

เสียงลมหวีดหวิวทำเธอขนลุกเกรียว

“เจออะไรดีๆ แล้วสินะ หึ...หึ” การินหัวเราะในลำคอ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ “ไง เห็นอะไร หรือว่า ญาณอาถรรพ์ของเธอเรียกอะไรออกมา”

“ไม่มีอะไรหรอก นายอย่าคิดแต่เรื่องพวกนี้ได้ไหม”

 

ก็แค่ชาวบ้าน ไม่มีเรื่องอาถรรพ์อะไรทั้งนั้นหรอกน่า

 

เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าการออกหาข้อมูลครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรจะไม่ยอมให้การินทำเสียเรื่องง่ายๆ

ลัลทริมาสูดลมหายใจ ตั้งสติได้ก็รีบสาวเท้าตามกลุ่มด้านหน้าให้ทัน

 

......................................

 

ถึงจะเรียกว่าเป็นโฮมสเตย์ แต่บ้านพักที่นี่ปลูกแยกออกมาเป็นส่วนตัว ด้านหน้าบ้านอยู่ห่างจากริมหาดไม่ถึงร้อยเมตร เป็นบ้านก่ออิฐชั้นเดียว มีระเบียงยื่นออกมาเป็นลานหน้าบ้านพร้อมชุดเก้าอี้ไม้ ตัวบ้านตกแต่งเรียบง่าย ทว่าทาสีสันฉูดฉาดตามแบบนิยมของท้องถิ่น

รอบบ้านปลูกตะไคร้หอมไล่ยุงเอาไว้จำนวนมาก แค่เดินเข้าไปใกล้ก็ได้กลิ่นหอมฟุ้ง

“ยุงที่นี่ดุ ค่ำมืดปิดบ้านกันให้ดี อย่าออกไปเดินเพ่นพ่าน” ลุงเจ้าของบ้านเปิดประตูหน้า คากุญแจเอาไว้ที่ลูกบิดโดยไม่ก้าวเข้าไปในตัวบ้าน “อาหารเย็นวันนี้มีน้ำพริกกับผัก ฉันจะให้คนเอามาให้ตอนหกโมงเย็น มีอะไรไปเรียกได้ที่บ้านใหญ่ อ้อ...อย่าลืมที่บอก แถวนี้ด้านหลังเป็นป่า เด็กๆ อย่างพวกเธอ ‘อย่า’ ไปออกเดินเพ่นพ่าน”

ชายแก่จงใจเน้นย้ำ กวาดสายตาผ่านทุกคนมาหยุดอยู่ที่ลัลทริมากับการิน

“ในป่ามีอะไรงั้นหรือตาแก่ ถึงห้ามไม่ให้เข้าไป” การินถามสีหน้านิ่ง

“งู ตะขาบ แมงป่อง มีทุกอย่าง แต่ในบ้านปลอดภัยไม่มีอะไร”

ชายแก่ตอบห้วนๆ เหลือบมองลัลทริมาอีกครั้งก่อนเดินจากไป ทิ้งให้ทุกคนขนข้าวของเข้าบ้านกันเอง ซึ่งเป็นการินที่เดินเข้าไปสำรวจบ้านเป็นคนแรก

ประตูหน้าของบ้านพักเป็นประตูไม้บานคู่ เปิดเข้าไปเป็นห้องโถงกลาง มีโทรทัศน์แบบล้าสมัยตั้งอยู่บนชั้นวางของ นอกจากเก้าอี้นวมสองตัว ในห้องนี้ก็ไม่มีของตกแต่งอะไรอีก ที่สองฟากของผนังมีประตูห้องแยกออกซ้ายขวา

“ฉันนอนห้องนี้กับลัลก็ได้” พลอยเอ่ยปากพลางเปิดประตูห้องด้านซ้าย มองเห็นฟูกสองหลังปูผ้าอย่างดีพร้อมเครื่องใช้จำเป็น เพดานห้องมีพัดลมปรับอากาศอันใหญ่ ด้านในมีห้องน้ำในตัว ถึงจะไม่สะดวกอะไรมาก แต่ถือว่าสะอาด

“งั้นพวกเราอยู่ห้องนี้” มาร์กเปิดประตูห้องนอกอีกห้อง

 

แกรก!

ในจังหวะที่กำลังแบ่งห้องขนของ กลับมีเสียงไม้ครูดกับพื้นบ้านดังสนั่นมาจากด้านในสุดของห้องโถงกลางจนทุกคนสะดุ้งเฮือก มองไปทางต้นเสียงก็เห็นการินกำลังพยายามเลื่อนฉากกั้นไม้บานหนึ่งออกจากที่

“ทำอะไรน่ะการิน”

การินไม่ตอบ ยังคงลากฉากไม้ออกจากกลางผนัง จัดการพับแล้วเอามันไปแอบที่มุมหนึ่ง ตอนนั้นเองทุกคนจึงเห็นว่าด้านหลังฉากกั้นคือประตูไม้อีกหนึ่งบาน และดูเหมือนไม่ได้ทาสีใหม่เหมือนบานอื่นๆ

พอบิดลูกบิดประตูก็เปิดออกให้เห็นด้านใน มันเป็นครัวแบบง่ายๆ เคาน์เตอร์ก่ออิฐพร้อมตู้ใส่ของมีฝุ่นเกาะเต็ม แต่ไม่มีเตาแก๊สและเครื่องใช้ มองตรงไปข้างหน้ามีประตูอีกบานปิดอยู่

ราวกับเจ้าของบ้านไม่ได้ตั้งใจให้คนเข้าพักมาได้มาใช้พื้นที่ส่วนนี้ ดูแล้วช่างประหลาดน่าขนลุก

“ห้องครัวนี่นา ฝุ่นเยอะเป็นบ้า” ตรัยจามเสียงดัง รีบเอาผ้าปิดจมูกแล้วเดินหนี รุ่นพี่ทั้งกลุ่มพากันกลับไปเก็บของ เหลือแค่ลัลทริมายืนมองอยู่

“อย่าไปยุ่งเลยการิน” เธอกระซิบ แต่ไม่ทันแล้ว ประตูด้านหลังบ้านถูกเปิดออก

เมื่อทางลมเปิด ลมทะเลจากหน้าบ้านก็พัดอู้เข้ามาทางประตูด้านหน้า ทะลุผ่านประตูห้องโถงกลางที่ต่อกับครัว ก่อนพัดออกประตูหลังเกิดเป็นเสียงหวีดแปลกประหลาด

ประตูหน้า ประตูกลาง และประตูหลังตั้งตรงเป็นแนวเดียวกัน

และหลังบ้านเป็นป่าจริงอย่างที่ชายแก่บอกเอาไว้ ต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นแทรกอยู่ตามโคนต้นมะพร้าวสูงใหญ่ แสงยามใกล้มืดทำให้มองเห็นเงาในป่าเอนไหวไปมาเหมือนกลุ่มคนยืนโงนเงน

พริบตานั้น ในพงป่าก็มีบางอย่างกระตุ้นประสาทสัมผัสของเด็กสาว แผ่นหลังของเธอเย็นวาบ เหมือนถูกจ้องมองมาจริงๆ พอเพ่งมองให้ดีจึงเห็นทางเดินเล็กๆ เลาะขึ้นไปตามเนิน ใบไม้สีเขียวไหววูบราวกับกำลังกวักมือเรียกให้เดินเข้าไป

 

ไม่...ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปคิดสิ

 

ลัลทริมารีบตั้งสติ ละสายตาจากความหวาดผวาตรงหน้า แต่รู้ตัวอีกทีว่าเธอคงเก็บอาการเมื่อกี้ไม่อยู่ก็ตอนที่การินซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ดึงหน้ากากอนามัยสีดำลงมาแล้วแสยะยิ้มเย็นเยียบ

“ว่าอยู่ว่าบ้านนี้อาจจะมีอะไรน่าสนุก หึ...หึ ฉันว่าเราอยู่ที่นี่สักคืนก็ดีเหมือนกันเนอะยัยแม่มด”

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

อัยย์
"เมื่อการินและลัลทริมาต้องจับกลุ่มทำรายงานช่วงปิดเทอม ครั้งนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านชาวประมงทางภาคใต้ ทว่า... หมู่บ้านนั้นกลับมีความลึกลับชวนขนหัวลุกบางอย่างซ่อนอยู่!"

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'การิน...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด