COMICOการิน ปริศนาคดีสยอง สาปสยองป่าอาถรรพ์

เรื่องสยองที่ 1 คำสัญญาของผีหลังกลวง ตอนที่ 2

การิน ปริศนาคดีสยอง สาปสยองป่าอาถรรพ์
นักเขียน : อัยย์

อ่านการ์ตูน

Chapter 2 บ้านพักริมทะเล

 

ในโลกใบนี้ มีสิ่งที่เรียกว่า...อาถรรพ์

และนั่นคือคำอธิบายเหตุการณ์แปลกประหลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับฉันในช่วงหนึ่งปี ไม่...ความจริงคือตลอดหลายปีที่ผ่านมา

นับตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป คนรอบตัวนอกจากน้าสาวและเพื่อนสนิท ก็แทบไม่มีใครเรียกชื่อของฉัน...

‘ลัลทริมา วิกรานต์วรสริต’

แต่ทุกคนในโรงเรียนนิศาพาณิชย์เรียกฉันว่า... ‘ยัยแม่มด’

เพื่อนในโรงเรียนต่างก็หวาดกลัวฉัน เพราะฉันมีบางสิ่งในตัวที่ทำให้ฉันสามารถรับรู้และมองเห็นสิ่งที่ไม่ควรมีใครเห็น หลายครั้งมันนำพาไปพบกับความน่าสะพรึงกลัว สยดสยอง รวมถึงความดำมืดใจจิตใจผู้คน

มีคนนิยามพลังของฉันว่า... ‘ญาณอาถรรพ์’

ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ความพยายามที่จะหนีห่างจากเรื่องเหล่านี้ไม่ประสบผลสำเร็จเลยสักนิด นั่นก็เพราะฉัน ได้รู้จักกับคนคนหนึ่ง ซึ่งรอบตัวแวดล้อมไปด้วยความดำมืดยิ่งกว่าใคร ผู้ชายที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ เพียงแต่มองหน้าก็พานจะพาให้ขนลุก สัมผัสได้ถึงพลังอาถรรพ์ที่เกิดจากความกระหายใคร่รู้ และหมกมุ่นอยู่แค่เรื่องราวของศาสตร์อาถรรพ์ ไสยศาสตร์ มนตร์ดำ ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันและเขาต้องผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน

และตอนนี้ เขาคนนั้นก็นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน มองมาด้วยสายตาที่เหมือนเหยียดหยามคนทั้งโลก

 

......................................

 

รถสองแถวกลางเก่ากลางใหม่วิ่งไปตามทางลูกรังที่ขรุขระ ผู้โดยสารสองคนที่นั่งด้านหลังตัวโยกไปมาเหมือนตุ๊กตาหัวสปริง อากาศร้อนชื้นอบอ้าวยามบ่ายแก่ๆ ปนกลิ่นหืนของโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มสร้างความวิงเวียนให้กับผู้โดยสารทั้งสองไม่น้อย

ก่อนหน้านี้รถสองแถวคันนี้รับผู้โดยสารจากสถานีขนส่งในตัวเมือง มุ่งหน้าจากเส้นทางหลักเข้าสู่ถนนชุมชน จนกระทั่งตัดเข้าสวนปาล์มตามด้วยสวนมะพร้าวที่ร่มครึ้ม ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีท่าว่าจะถึงจุดหมาย

เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังสวมเฮดโฟนฟังเพลงเสียงดังพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู GPS ด้วยความหงุดหงิด ส่วนเด็กสาวอีกคนซึ่งนั่งอยู่ตรงกันข้ามก้มหน้าก้มตาเขียนบางอย่างลงในสมุดบันทึก คิ้วเด็กหนุ่มกระตุกรัวๆ ด้วยความเบื่อที่ถูกปล่อยให้นั่งฟังเพลงอยู่เพียงลำพัง ซ้ำยังต้องเอาขาคอยกั้นไม่ให้กระเป๋าเดินทางไหลลงจากรถซึ่งไม่มีที่กั้นด้านหลังอีกด้วย

พอไม่เห็นอีกคนเงยหน้าขึ้นมาเสียที เขาจึงถอดเฮดโฟนแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า จงใจปล่อยปลายผ้าพันแผลบนมือข้างขวาให้ระลงบนหน้ากระดาษบนตักอีกฝ่าย ในขณะที่เขาบรรจงกระซิบเสียงเย็นชาใส่

“ก้มหน้าก้มตาทำอะไรของเธอ...ยัยแม่มด”

จู่ๆ ก็มีเสียงคนพูดขึ้นข้างหู เด็กสาวผมยาวสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาดำขลับที่ปรายตามองมาอย่างไม่พอใจ

“ทำอะไรของนายน่ะการิน” เธอถอยหลังอย่างลืมตัวจนแทบหงายเพราะรถที่กำลังโยกเยก ในขณะที่ตัวต้นเหตุไม่มีท่าทีจะช่วย นอกจากขมวดคิ้วบ่นเธอด้วยสายตา “จะทำอะไร ก็จดข้อมูลน่ะสิ เรามาทำรายงาน นายจำไม่ได้แล้วหรือไง”

“ข้อมูลในเน็ตมีเยอะแยะ ไม่เห็นต้องดั้นด้นมาเองเลย”

“ทำแบบนั้นก็ขี้โกงน่ะสิ ถึงเอมกับนีจะติดธุระกับที่บ้านแต่พวกเรารับปากไว้แล้วว่าจะแบ่งกันหาข้อมูลไง อีกอย่างถึงโรงเรียนจะเปิดช้าแต่ใช่ว่าพวกเราจะขี้เกียจได้นะ”

ลัลทริมาพูดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้โรงเรียนต้องชะลอการเปิด แต่ถึงอย่างนั้นใช่ว่าการเรียนการสอนจะไม่คืบหน้า พวกเธอที่ลงเรียนวิชาเลือกเกี่ยวกับภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวจึงต้องลงพื้นที่มาค้นคว้าข้อมูลเพื่อทำรายงานเป็นเวลาสองสัปดาห์

“นี่เหรอการหาข้อมูลของเธอ นั่งรถมาจนจะเข้าป่าอยู่แล้วจะให้ไปหาอะไร หึ...หึ หรือว่ายัยแม่มดอย่างเธอตั้งใจพาฉันมาที่ลึกลับแบบนี้เพราะมีอะไรสนุกๆ รออยู่กันนะ”

แค่เสียงหัวเราะเย็นเยือกและสายตาที่จ้องมา ก็ทำเอาลัลทริมาขนลุกวูบ

เพราะเธอรู้ดีว่าความหมายของอะไร ‘สนุกๆ’ ของการินไม่เคยมีเรื่องดีๆ เลยสักครั้ง

“ว่าไง...เธอว่าคราวนี้พวกเราจะเจออาถรรพ์อะไร ฮะยัยแม่มด หึ...หึ สถานที่แบบนนี้น่ะ...ผีเยอะนะ

 

เอี๊ยด!!!

ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะเถียงกลับไป รถโดยสารเก่าครึก็เบรกกะทันหัน ทำเอาทั้งคนทั้งของไถลไปกองรวมกัน ปลายศอกของลัลทริมาถองเข้าไปที่ท้องการินเต็มแรง

“อุก! นี่เธอจงใจใช่ไหม ยัย...” ก่อนที่การินจะได้ต่อว่าจนจบ เสียงของคนขับรถก็ตะโกนออกมาจากที่นั่งคนขับ

 

“เอ้า รถเข้าไปได้แค่นี้ล่ะ”

สำเนียงติดทองแดงและพูดเร็วจนทั้งคู่ต้องปรับสมองเล็กน้อยถึงเข้าใจ

“หมายความว่าไง ไปได้แค่นี้?” การินกระโดดลงจากหลังรถ มองไปรอบๆ ก็เห็นแต่สวนมะพร้าว ในขณะที่คนขับซึ่งเป็นชายหนุ่มผิวเข้มชี้นิ้วไปยังทางเดินเล็กๆ ที่ทอดยาวเข้าไปในดงมะพร้าว พอการินเข้าใจสถานการณ์ก็หันมามองลัลทริมาแบบอยากจะฉีกเนื้อเธอทิ้งมันตรงนี้

“พวกเธอจะไปบ้านธรรมชาติใช่ไหม ไปทางนี้ล่ะ จากนี้รถใหญ่เข้าไม่ได้ เดินไปไม่ไกลจะเจอทางแยก” ชายหนุ่มพูดเร็วรัว ออกท่าทางประกอบไปด้วย “ทางแยะน่ะทางแยก แล้วเลี้ยวขวา ไปอีกไม่ไกลก็ถึงแล้ว”

ลัลทริมาพยักหน้ารับทราบ ควักเงินจ่ายค่ารถ แล้วพอจะหันไปคว้าเป้ก็เห็นการินรวมกระเป๋าทั้งหมดไปแบกไว้คนเดียว เดินเชิดหน้าไปตามทางเดินจนเธอต้องรีบวิ่งตาม

“รีบๆ เดินล่ะ ฝนใกล้ตกแล้ว อย่าเลี้ยวผิดนะไอ้น้องเอ้ย อ้อ แล้วขากลับจะเรียกฉันมารับก็ยินดีนะ”

ได้ยินเสียงคนขับรถรับจ้างตะโกนไล่หลังมาแบบนั้น ทั้งคู่ถึงรู้ตัวว่าเหนือหัวมีแต่เมฆสีดำก้อนใหญ่ ลมพัดกลิ่นชื้นของดินโชยมา อีกไม่นานฝนคงตกจริงๆ

และนั่นคงไม่ดีแน่ ถ้าพวกเขายังไปไม่ถึงที่พัก

อากาศทั้งร้อนและชื้น เล่นเอาแผ่นหลังเปียกเหงื่อจนชุ่ม แต่เดินจนเหนื่อยรอบข้างก็มีแต่ต้นมพร้าวกับพงหญ้า ไม่มีแม้แต่ชาวบ้านจะให้ถามทาง

‘สิ้นสุดการนำทาง คุณถึงที่หมายของคุณแล้ว’

แอพพลิเคชั่นนำทางบนมือถือของการินส่งเสียงเตือน ทว่าที่ทั้งคู่หยุดอยู่เป็นเพียงทางแยกเล็กๆ แยกออกเป็นสองทาง

ไม่มีที่พัก หรืออะไรทั้งนั้น

ลัลทริมาหันกลับไปมองด้านหลังโดยสัญชาตญาณ แน่นอนว่ารถรับจ้างคงกลับออกไปนานแล้ว ฝนก็เริ่มตั้งเค้า

 

แกรก...

จู่ๆ พงหญ้าข้างทางก็ขยับ เด็กสาวกระเถิบตัวหนีด้วยความตกใจ ทั้งคู่จ้องเขม็งไปตามยอดหญ้าที่ขยับไหว ลมเหนือหัวพัดมาแรงวูบใหญ่จนใบมะพร้าวกระทบกราวน่าเสียวสันหลัง

มองตามไปจนสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่โผล่พ้นพงหญ้า ก็เห็นกระรอกตัวเขื่องวิ่งไปตามเสาไม้ที่ล้มอยู่ข้างทาง ลัลทริมาถอนหายใจ ค่อยเดินออกมาจากหลังการิน ชะโงกวัตถุบนพื้น

“การินดูนี่สิ”

ปลายเสาคือป้ายไม้สีน้ำตาลเขียนชื่อ ‘บ้านธรรมชาติ’ พร้อมเครื่องหมายลูกศรให้เดินตรงไปอีกสองร้อยเมตร ตามทางแยกฝั่งซ้าย

“เรามาถูกทางแล้ว ไปกันเถอะ อีกนิดเดียวเอง” ลัลทริมายิ้มอย่างโล่งใจ

“เดี๋ยวก่อน” แทนที่จะเห็นด้วย เด็กหนุ่มกลับขมวดคิ้ว ดึงชายเสื้อของเด็กสาวเอาไว้จนเธอเสียงจังหวะ “ป้ายมันล้มไม่เห็นหรือไง เธอแน่ใจได้ยังไงว่าต้องไปทางนี้ เมื่อกี้คนขับก็บอกอยู่ว่า...”

“แต่ป้ายมันชี้ไปทางนี้นะ คนขับอาจจะจำผิด” พูดไปก็ลองเดินห่างออกไปอีกหน่อย ครู่เดียวก็โบกมือให้การินเดินตามไป “ใช่จริงๆ มองเห็นบ้านแล้วการิน ข้างหน้าเป็นทะเลด้วย”

พอเห็นแบบนั้นลัลทริมาก็ยิ่งมั่นใจ ว่าแล้วก็วิ่งนำหน้าไป ทำเอาการินค้อนขวับใหญ่ แต่หันไปมองแยกทางขวาก็ไม่เห็นอะไรนอกจากสวนมะพร้าว อย่างไรถ้าด้านหน้ามีบ้านคนก็ยังพอถามได้

“หวังว่าเธอจะเลือกไม่ผิดทางนะ ยัยแม่มด”

ไม่มีทางเลือก สุดท้ายเด็กหนุ่มก็แบกกระเป๋าเดินตามเพื่อนร่วมทางไปอย่างเสียไม่ได้ ท่ามกลางอากาศที่ไม่เป็นใจเลยสักนิด

 

......................................

 

สิ่งที่รอพวกเขาอยู่เป็นไปตามที่ลัลทริมาคิดเอาไว้ ห่างออกไปราวอึดใจ ทั้งคู่ก็มองเห็นบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่ ปลูกอยู่ไม่ห่างจากริมทางเดิน ด้านข้างตัวบ้านคือโครงหลังคามุงด้วยใบจากแห้ง บุด้านหลังด้วยไม้ไผ่เป็นแนวผนัง ติดป้าย ‘ติดต่อบ้านพัก - Homestay’ มีต้นไม้และเก้าอี้สำหรับนั่งพักทำด้วยไม้ไผ่

ที่เคาน์เตอร์ซึ่งทำจากลำต้นมะพร้าวมีชายสูงอายุร่างกำยำคนหนึ่งกำลังหยิบพวงกุญแจออกมาจากตู้ไม้ เขามีผมสั้นขาวโพลน ผิวสีน้ำตาลแดง สวมเสื้อกล้ามสีขาวและพาดไหล่ไว้ด้วยผ้าขาวม้าสีหม่น

การินวางกระเป๋าลงบนแคร่พลางมองไปรอบๆ พอเห็นว่าที่แคร่อีกตัวมีคนกลุ่มหนึ่งนั่งกันอยู่ก่อนกำลังล้างมือด้วยเจล ก็เพยิดหน้าให้เธอรีบเข้าไปติดต่อห้องพัก เด็กสาวจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาหันให้ชายแก่ดู

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อลัลทริมา ที่จองห้องพักเอาไว้คืนนี้”

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยภายใต้หน้ากากผ้านิ่งเฉย เพียงหรี่ตามองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่งก็ส่ายหน้า

“ไม่มีชื่อนี้ วันนี้บ้านเต็มแล้ว ไปที่อื่นเถอะ”

คำตอบเป็นภาษาท้องถิ่นรัวเร็วไม่ต่างจากการพูดของชายคนขับรถ แต่คราวนี้ลัลทริมาคิดว่าเธอน่าจะจับใจความผิดหรืออะไรสักอย่าง

“แต่หนูจองมาจริงๆ นะคะ นี่ไงคะ บ้านธรรมชาติ พักสองคืน”

“โอ๊ย...อีหนู นี่มันใช่บ้านธรรมชาติที่ไหน นี่ๆ...บ้านริมเล - Homestay พวกหนูมาผิดที่แล้ว”

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

อัยย์
"เมื่อการินและลัลทริมาต้องจับกลุ่มทำรายงานช่วงปิดเทอม ครั้งนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านชาวประมงทางภาคใต้ ทว่า... หมู่บ้านนั้นกลับมีความลึกลับชวนขนหัวลุกบางอย่างซ่อนอยู่!"

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'การิน...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด