ปลูกรักริมใจ
นักเขียน : พิมพ์ชนก

อ่านการ์ตูน



ในตอนเย็นหลังเลิกงานวันหนึ่ง มือบางรับพัสดุกล่องหนึ่งมาจากผู้ดูแลคอนโด คอนโดแห่งนี้มีขนาดความสูงสิบชั้น เป็นที่อยู่อาศัยระดับกลาง กล่องพัสดุนั้นถูกส่งตรงมาจากจังหวัดราชบุรี นางสาวผักบุ้ง รุ่งอรุณวางกล่องลงบนโต๊ะขนาดเล็กในห้องพัก เธอมองกล่องพัสดุที่วางนิ่งรอเปิด หลังจากหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วกลับออกมาอีกในครึ่งชั่วโมงให้หลัง ขณะหย่อนก้นลงนั่งตาก็มองไปยังปฏิทินตั้งโต๊ะรูปดาราที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย


“วันนี้สินะ” ผักบุ้งครวญกับตัวเอง ร่างบางเย้ายวนในชุดคลุมอาบน้ำเดินไปหยิบปฏิทินตั้งโต๊ะบนชั้นวางหนังสือมาวางบนโต๊ะรับประทานอาหาร แล้วพลิกกลับไปกลับมา “ครบหนึ่งปีแล้ว” ผักบุ้งนึกถึงตัวเองในวันที่หิ้วกระเป๋าออกจากบ้านที่อยู่กับครอบครัว อันประกอบด้วยบิดามารดา พี่ชาย และพี่สาว พี่สาวขับรถมาส่งเธอยังสถานีขนส่งเพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ


สาเหตุที่เธอสามารถกล่อมให้บิดากับมารดายอมใจอ่อนยินยอมอนุญาตให้เข้ามาทำงานในเมืองหลวงได้ ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการปรับวิสัยทัศน์ในการทำงาน เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนางานในสวนของครอบครัว รวมทั้งกิจการที่ร่วมกันก่อตั้งกับพี่ทั้งสอง ผักบุ้งรู้ว่าท่านไม่เต็มใจให้เธอจากบ้านมาอยู่เมืองหลวง ทว่า ลูกทุ่ง พี่ชายที่เข้าใจเธอดีพร้อมสนับสนุนด้วยรู้เหตุผลอันแท้จริงทั้งหมด


มือบางหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเชือกกล่องพัสดุที่ทางบ้านส่งมาให้ จ่าหน้าคนส่งคือมารดาของเธอเอง แต่เธอรู้ว่าไม่ใช่มารดาเป็นผู้ส่ง พี่ลูกทุ่งมักแอบอ้างชื่อมารดาเสมอ เธอจำลายมือพี่ชายได้ดี พี่น้องกันทำไมจะจำรายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้ อย่าคิดหลอกกันให้ยากเลยไอ้พี่ชาย หญิงสาวยิ้มขณะเปิดกล่องพัสดุอย่างเบามือ เกรงว่าของด้านในจะได้รับความเสียหาย


ของด้านในปรากฏโฉมต่อหน้าผักบุ้ง หญิงสาวหยิบกระปุกพลาสติกออกจากกล่อง น้ำพริกนรกกุ้งของโปรดเธอจำนวนสามกระปุก ซึ่งสามารถเก็บไว้รับประทานได้ร่วมเดือนเชียวล่ะ จริงๆ เธอไม่ต้องประหยัดอะไรให้มากนักหรอก แต่ถ้าอยากโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่อยากร้องขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในบ้าน เธอก็ต้องรู้จักคำว่าประหยัดและทำบัญชีค่าใช้จ่ายเมื่อเงินเดือนออก แบ่งใช้แบ่งออมและแบ่งไว้สำหรับส่งประกันชีวิต


ผักบุ้งหยิบโทรศัพท์ที่ขึ้นมากดเบอร์โทรพี่ชาย รอจนปลายสายส่งเสียงทักทาย


“ได้ของแล้วค่ะพี่ทุ่ง” กรอกเสียงหวานบอกพี่ชาย


“ถึงไวนะ สองวันเอง” ฝ่ายนั้นก็ตอบกลับมาเสียงอบอุ่นในแบบพี่ชายรักน้องสาว เขาคอยส่งนั่นส่งนี่ให้น้องสาวไม่เคยขาด รู้ว่าผักบุ้งชอบกินน้ำพริกนรกกุ้ง จึงหาซื้อหรืออ้อนขอมารดาทำให้บางที แล้วจัดแจงส่งมาถึงคนอยู่เมืองหลวง


“ขอบคุณที่ส่งมาให้นะคะพี่ชายสุดที่รัก ของชอบเลย เย็นนี้มีกับข้าวแล้ว” หญิงสาวยิ้มหน้าบานกับโทรศัพท์ ส่งเสียงร่าเริงบอกพี่ชาย


“อย่าประหยัดให้มากนักล่ะ ผอมเป็นกุ้งเสียบไม่รู้ด้วยนะ” เตือนน้องสาวที่หุ่นสวยสะคราญเป็นที่หมายตาของบรรดาหนุ่มๆ


“จะหุ่นดีไปให้ใครดูล่ะ” นึกถึงตรงนี้ใบหน้าของไอดินกับเด็กสาวก็ล่องลอยเข้ามาในความคิด ผักบุ้งถามตัวเองเสมอ ป่านนี้เธอยังลืมไอดินไม่ได้อีกหรือ ความจริงเธอลืมได้ แต่เมื่อนึกถึงวันนี้ในปีที่แล้ว หัวใจดวงน้อยก็ฝ่อลงทันที


วันนั้นไอดินเดินมาบอกต่อหน้าเธอว่าเขารักเธอ แต่ต้องรับผิดชอบใครอีกคน ให้ตาย!! รักภาษาอะไร ทำไมถึงต้องไปรับผิดชอบอีกคน และใครอีกคนที่เขาว่าคือเด็กข้างบ้านของเธอ เด็กสาวรั้วติดกันที่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายด้วยซ้ำ ไอดินบอกกับเธอว่าเด็กสาวท้องสามเดือนแล้ว พ่อแม่ของเด็กสาวไม่ยอมปล่อยเรื่องขายขี้หน้านี้ผ่านไปง่ายๆ


ดังนั้นครอบครัวของไอดินจึงย่องมาคุยกับครอบครัวข้างบ้านเงียบๆ เพื่อตกลงจัดการแต่งงานระหว่างแก้วตากับไอดิน ไอดินหาโอกาสมาบอกเธอ หรือเรียกง่ายๆ คือตัดสัมพันธ์กันอย่างถาวรนับจากนั้น หัวใจผักบุ้งราวกับถูกกรีดด้วยมีดแหลมคม เมื่อคนรักกับเด็กข้างบ้านแอบเล่นเสียวลับหลังเธอจนยัยแก้วตาป่องกลาง


ไม่ว่าผักบุ้งจะพยายามทำใจอย่างไร เธอก็ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้โดยง่าย ไม่กี่วันต่อมาบ้านรั้วติดกันก็เริ่มจัดเตรียมงานแต่ง เด็กแก้วตามองมาด้วยสายตาหยามเหยียด เชิดหน้าด้านๆ เย้ยหยันเธอที่แย่งแฟนของเธอไปเป็นพ่อของลูกในวัยไม่ประสาได้ ผักบุ้งบอกตัวเองว่าไม่ควรอยู่ที่นี่ต่อไป การทนเห็นไอดินเดินเข้าออกบ้านที่มีเพียงรั้วกั้นคงไม่ดีแน่ แล้วยัยเด็กเวรนั่นก็หึงหวงจนอยากฉีกร่างเธอส่วนๆ อุ้มท้องที่โตวันโตคืนมายืนด่าเธอหน้าบ้านปาวๆ ทุกครั้งที่ติดต่อไอดินไม่ได้ หล่อนก็มักคาดเดาว่าสามีจะแวะเวียนมาหาเธอ


ตอนนั้นผักบุ้งเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ร่วมปีแล้ว และมาช่วยงานกิจการไร่นาสวนผสมซึ่งกำลังเจริญรุ่งเรืองของที่บ้าน รวมทั้งวางแผนกับพี่ๆ ทั้งสองทำโฮมสเตย์ครบวงจร โดยระดมทุนสามหุ้น ลูกทุ่ง กุ้งนาง และเธอเอง โครงการกำลังไปได้สวย เธอทำหน้าที่ออกแบบตกแต่ง ส่วนพี่สาววางแผนการตลาดด้วยการทำเว็บไซด์ เพื่อโปรโมตภาพในแฟนเพจเป็นระยะๆ รวมไปถึงจัดพิมพ์ใบปลิวประชาสัมพันธ์ ‘โฮมสเตย์สามพี่น้อง’ โครงการดำเนินไปอย่างงดงาม หากไม่มีเรื่องบ้าบอนี้เข้ามาบั่นทอนจิตใจของผักบุ้งซะก่อน


ผักบุ้งอ้อนขอทางบ้านให้ปล่อยเธอก้าวออกมาจากวังวนของความเจ็บปวดและความหึงหวงของแก้วตา และที่สำคัญคือได้หนีห่างจากไอดินที่ไม่มีทีท่าจะตัดความสัมพันธ์กับเธอได้อย่างเด็ดขาด แต่เหตุผลที่เธอขอกับบิดามารดากลับไม่ใช่เหตุเบื้องต้นนั้น มีเพียงพี่ชายและพี่สาวเท่านั้นที่เข้าใจ สนับสนุนให้เธอจากไปเพื่อห่างจากปัญหาหนักสมอง ใครไม่เจอไม่รู้หรอกปัญหารักคุดตุ๊ดเมินนั้น หนีไปทำใจดีกว่าทนนอนฟังเครื่องไฟให้ปวดใจทำลายสมองเปล่าๆ


“พี่ทุ่ง ทางนั้นเป็นไงบ้าง” ตอนที่เธอจากมา แก้วตาตั้งครรภ์ได้สี่เดือน ป่านนี้คงคลอดแล้ว เพราะตอนนี้เธอย้ายมาอยู่เมืองหลวงได้ร่วมปี โดยกลับบ้านบ้างเฉลี่ยเดือนละครั้ง บางครั้งติดงานก็ไม่ได้กลับ แต่กลับไปทีไรไอดินก็ยังส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้ตลอด เหตุนี้ผักบุ้งจึงไม่อยากกลับบ้านสักเท่าไหร่ ไม่ใช่ทำใจไม่ได้ แต่เพราะไม่ต้องการทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก การคิดจะแย่งไอดินกลับคืนช่างง่ายดาย ทว่าคนคุณธรรมสูงอย่างผักบุ้งทำไม่ได้และไม่คิดจะทำ เธอไม่ชอบสายตาจิกกัดของว่าที่คุณแม่อายุน้อยท้องโย้ จากวันนั้นถึงวันนี้เด็กน้อยพยานรักของไอดินกับแก้วตาอายุเกือบหนึ่งขวบแล้ว


“ทางนั้นคือทางไหน” พี่ชายแกล้งเย้าทั้งที่ทราบดี

“เอ่อ...พ่อกับแม่น่ะสบายดีไหม” ผักบุ้งเบี่ยงประเด็น พูดตรงข้ามกับสิ่งที่หัวใจบอก


“ไม่ได้ถามถึงพ่อกับแม่ใช่ไหม เพราะเราโทรหาแม่ทุกวัน” พี่ชายรู้ทัน

“รู้ทันอีกแล้ว ไม่รู้สักเรื่องได้ไหมพี่ชาย” ต่อว่าพี่ชายอย่างน่ารัก พี่ชายคนนี้ใส่ใจเธอเสมอ


“ถ้าไม่รู้ใจน้องจะเป็นพี่ชายได้ไง” ฝ่ายพี่ชายก็หยอดได้น่ารัก สามพี่น้องรักกันกลมเกลียว ตัดไม่ตายขายไม่ขาด ที่สำคัญไม่มีเรื่องให้ตัดด้วย


“เออ...นั่นแหละ ทางนั้น...” ผักบุ้งยอมจำนนต่อความรู้จริงของพี่ชาย

“ไม่ค่อยดี ระหองระแหง ยัยแก้วมันงี่เง่าแว้ดๆ ได้ทุกวัน คงเพราะยังเด็ก ไม่ควรเป็นแม่ตั้งแต่แรก คนที่เลี้ยงหลานส่วนใหญ่ก็พ่อแม่ยัยแก้วตานั่นล่ะ ส่วนเจ้าดินอยู่ไม่ติดบ้าน ออกเที่ยวเตร่ได้ทุกคืน บางคืนไม่กลับ ยัยแก้วตาก็เดือดเร่ตามหาผัว ตามไม่เจอก็แวะมาแว้ดที่บ้านเรา” พี่ชายบอก ซึ่งนั่นกลายเป็นเรื่องปกติของบ้านนั้นไปซะแล้ว


“อ้าวเกี่ยวอะไรกับบ้านเราล่ะพี่ทุ่ง” แสร้งถามไปอย่างนั้น ไม่ว่าเธอจะหนีมาอยู่ไกลแล้ว หากแต่แก้วตาก็ยังคงคิดว่าเธอกับไอดินมีความสัมพันธ์กันอยู่ร่ำไป


“ยัยแก้วก็กล่าวหาว่าไอ้ดินไปมั่วกับบุ้งน่ะสิ ปากน่าตบนัก เด็กเวร ดีนะยัยกุ้งไม่ตบจนปากเจ่อไล่ตะเพิดไป”


“เด็กเวรจริงๆ ด้วย” ผักบุ้งว่า

“ก็บอกแล้วไง ยัยแก้วตายังเด็ก ไม่พร้อมเป็นแม่คน และไม่พร้อมเป็นเมียใคร เพราะความสนุกแท้ๆ ปัญหาเลยยาว”


“ช่างเถอะพี่ทุ่ง บุ้งไม่อยากยุ่งเกี่ยว ขอตัดให้ขาด อย่าได้มาข้องเกี่ยวกันอีกเลย คนไม่ซื่อก็สมควรรับกรรมที่ตัวเองก่อ” ณ ตอนนี้ผักบุ้งไร้เยื่อใยต่อไอดินแล้ว สภาพจิตใจของเธอดีขึ้นตามลำดับ ปีกว่าแล้วที่รู้เรื่องเลวร้ายต่อหัวใจ รักกันแค่ไหนแต่เมื่อเขาไม่ซื่อกับความรักที่เธอมีให้ ความหมางเมินก็เข้ามาแทนที่ได้ เวลาของความเจ็บปวดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไปนี้คือเวลาของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดด้านการงานและอนาคต


“ตัดใจได้จริงๆ นะ” ลูกทุ่งหยั่งเชิงน้องสาว เขารักน้องสาวมาก ไม่อย่างนั้นไม่ปล่อยให้มาอยู่แบบนี้แน่ ทั้งที่พี่น้องทั้งสามไม่เคยห่างกันนานขนาดนี้


“ทำใจได้นานแล้ว ไม่มีอะไรแล้วค่ะ รับรอง” รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่หรือในใจทั้งนั้น สังคมเมืองหลวงที่กำลังก้าวสู่ถนนอาเซียน วุ่นวายแข่งขันสูงจนผักบุ้งที่ไม่เคยมุ่งมั่นเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองนี้ยังถูกกลืนไปกับสังคมต่างคนต่างอยู่ สังคมที่มีเวลามากกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงเช่นกรุงเทพฯ ได้


“ดีแล้วล่ะ เมื่อวันก่อนเจ้าดินก็มาขอเบอร์โทรบุ้ง แถมยังถามถึงที่อยู่ เลยโดนยัยกุ้งไล่ตะเพิด” อีหรอบนี้ลูกทุ่งเชื่อว่าตัวเองคิดถูกตั้งแต่แรกที่สนับสนุนให้ผักบุ้งย้ายมาอยู่ห่างจากปัญหามือที่สามของครอบครัวไอดิน


“อย่าให้เชียวนะพี่ทุ่ง” ผักบุ้งกำชับ เรื่องใหญ่แน่ถ้าไอดินได้ที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ของเธอไป


“พี่ไม่ให้มันหรอก เรื่องอะไรจะให้” ไม่ถีบออกจากบ้านก็ดีถมไป บังอาจทำให้น้องสุดที่รักเสียใจ แถมไม่ไกลจากปลายจมูก แต่จะว่าผู้ชายฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ในเมื่อเด็กมันยั่วซะขนาดนั้น ไม่สนว่าผู้ชายจะเป็นแฟนใคร แต่จะเอา จึงรีบหาทางอ่อยเหยื่อลากเข้าถ้ำไปกินจนได้


“ดีๆ อย่าเผลอเชียว” ผักบุ้งพาตัวเองมายืนรับลมตรงระเบียง มองแสงไฟจากยานยนต์แทนแสงหิ่งห้อยยามค่ำคืน ช่างต่างจากบรรยากาศที่บ้านของเธอลับลับ หญิงสาวแหงนหน้ามองฟ้า ไม่เคยมีสักคืนที่จะมองเห็นแสงดาวเช่นค่ำคืนที่บ้านราชบุรี


“ไว้ใจเถอะ” พี่ชายไม่เคยขายน้อง คนเลวทรามอย่างไอดินไม่สมควรได้คนดีๆ อย่างน้องสาวสุดที่รักของเขา ไม่ว่ากรณีใดๆ


“ขอบคุณค่ะพี่ชาย ฝากความคิดถึงถึงพ่อกับแม่และพี่กุ้งด้วยนะ” มือบางลูบหน้าท้องแบนราบ ยิ้มกับโทรศัพท์อย่างร่าเริง แหม...พี่ชายรู้ใจจริงๆ “เย็นนี้จะกินน้ำพริกกับผักให้พุงกางเลยค่ะ” น้ำเสียงหญิงสาวเริงร่าเมื่อนึกถึงน้ำพริกที่พี่ชายส่งมาให้ตั้งสามกระปุก


คืนนี้ท้องฟ้ายังคงไร้ดาว แสงนีออนนั้นสว่างไสวกว่าแสงดาวบนฟ้ายามถูกทาบทาด้วยสีดำทะมึน แสงไฟตามอาคารบ้านเรือนยังสว่างจ้ากว่าแสงดาวแสงเดือน รวมไปถึงสภาพควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ที่ลอยคลุ้งปิดบังท้องฟ้า ต่างจากท้องฟ้าต่างจังหวัด ฉะนั้นผักบุ้งที่อยู่บนชั้นเจ็ดของอาคารคอนโดระดับกลางจึงไม่หวังจะได้เห็นแสงดาวงดงามอย่างบ้านเกิด


หญิงสาววางสายจากพี่ชาย เพราะคิดถึงข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงไว้ในหม้อหุงข้าวใบย่อมสำหรับรับประทานคนเดียว และน้ำพริกนรกกุ้งของโปรด ผักสดเด็ดจากกระถางตรงระเบียงอร่อยที่สุดแล้ว ผักบุ้งไม่ยอมซื้อข้าวก้อนตามร้านขายข้าวที่คนเมืองนิยมซื้อกัน เธอว่ามันไม่นุ่มลิ้นอย่างข้าวที่หุงสุกใหม่ควันกรุ่นส่งกลิ่นหอม ข้าวที่บ้านเธอหุงขึ้นหม้อ ทั้งหอมเรียกน้ำลายมากกว่าข้าวในถุงพลาสติกไร้ซึ่งไอความร้อนแบบนั้น


ผักบุ้งอยู่กินแบบเด็กอนามัยจัด ทำกับข้าวกินเอง หุงข้าวเอง กินนอนเป็นเวลา ไม่เที่ยวกลางคืน เพื่อนๆ ที่ทำงานโดยเฉพาะกุลสตรี เพื่อนสนิทของเธอมักกล่าวหาว่าเธอคงมีเงินเก็บหลายล้าน แต่ไม่ใช่เลย เธอสูญเงินไปกับเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของแต่งตัว เพราะชอบแต่งตัว ชอบเครื่องประดับสวยงาม เงินเดือนที่ได้มาส่วนใหญ่หายไปกับของพวกนี้เกินครึ่ง แต่ดีหน่อยที่เธอทำบัญชีรายรับรายจ่ายจึงยังพอมีเงินเหลือเก็บ

 








โปรดติดตามตอนต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

พิมพ์ชนก
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ปลูกร...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด