ตอนที่ 1 Lucky in game, unlucky in love

สายลับจับแอ๊บ
นักเขียน : พิมาลินย์

อ่านการ์ตูน



ตอนที่ 1

Lucky in game, unlucky in love



“ผมขอให้คำมั่นสัญญา ว่าจะรักและดูแลเกศไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ครับ”


น้ำเสียงนุ่มนวลประดุจฟองเบียร์และรอยยิ้มบาดใจสาวของเจ้าบ่าวผู้หล่อเหลาบนเวทีนั้นเรียกเสียงแซวจากบรรดาเพื่อนหนุ่มสาวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างมีสีสัน ในขณะที่เจ้าสาวยิ้มรับทั้งน้ำตารื้น เมื่อเจ้าบ่าวหนุ่มหันไปเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ก็มีเสียงแว่วว่าอิจฉาๆ มาจากทางเพื่อนเจ้าสาวผู้โสดสนิทและมีแววจะเกาะคานทองนิเวศน์ไปอีกยาวนาน


“เกศก็ขอสัญญาว่าจะรักและดูแลกันต์ตลอดไปค่ะ”


เจ้าสาวเอ่ยเสียงสั่นเครือ ก่อนที่สายตาของหล่อนจะหยุดอยู่ที่วทันยู แขกรับเชิญผู้สวมชุด ‘เพื่อนเจ้าบ่าว’ และติดกุหลาบขาวไว้ตรงอกเสื้อสูทสีเทาเพียงคนเดียวในงาน


เขากำแก้วเหล้าบนโต๊ะมือเกร็ง กรามขบแน่นอย่างพยายามเก็บกลั้นอารมณ์บางอย่างไว้ภายใน หากแต่ชายหนุ่มก็พยายามคลี่รอยยิ้มส่งมาให้ แต่ถึงกระนั้น เกศสุดาก็มองเห็นความร้าวรานในแววตาของเขาชัดเจนจนเธอพูดอะไรต่อไปไม่ได้อีกแม้สักคำ


เจ้าสาวแสนสวยในชุดสีขาวฟูฟ่องส่งไมโครโฟนคืนให้พิธีกร และรับกระดาษทิชชูจากเจ้าบ่าวมาซับน้ำตาด้วยตัวเอง



 

“ตั้งวงรินกินเหล้า ถ้าไม่เมาไม่เลิก* ♪”


เสียงร้องเพลงอ้อแอ้จากเพื่อนเจ้าบ่าวนั้นทำให้ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่กึ่งพยุงกึ่งลากวทันยูออกมาจากงานเลี้ยงไม่รู้จะสงสารหรือขำดี


ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมคายไว้หนวดเคราตัดสั้นและเซ็ตผมที่ปกติปล่อยยุ่งๆ ไม่เป็นทรงให้ปัดไปด้านหลังจนเรียบร้อยเข้ากับชุดสูทนั้นออกแรงลากเพื่อนสนิทออกจากลิฟต์และลากมาตามทางเดินปูพรมสีแดงเลือดนก ก่อนกดรหัสปลดล็อกที่ประตูเพื่อเข้ามาในห้องชุดของคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งใกล้กับสถานที่จัดงานแต่ง


เขาลากวทันยูให้มานอนกึ่งนั่งบนโซฟา อยากตบหน้าผากคุณเพื่อนเจ้าบ่าวสักทีที่ดันยิ้มเผล่ออกมาทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขัน


“ยิ้มหาพระแสงอะไร”


พันธิตรบ่นอย่างหงุดหงิดพลางถอดเสื้อสูทตัวนอกออก ทั้งที่อากาศปีนี้หนาวหนักกว่าทุกปี แต่การกึ่งพยุงกึ่งลากวทันยูที่มีรูปร่างพอๆ กับตัวเองขึ้นมาถึงชั้นสามสิบนี้ก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากฟิตเนสหลังยกจากเวทอยู่นานนับชั่วโมงก็ไม่ปาน


ชายหนุ่มพาดเสื้อสูทไว้บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ใกล้ๆ กัน เขาดึงเนกไทลงพร้อมกับเดินอ้อมเคาน์เตอร์สีน้ำตาลเข้มไปยังตู้เย็นเพื่อหาน้ำดื่ม ในขณะที่คู่บ่าวสาวเพิ่งพากันรวบกระโปรงเจ้าสาวฟูฟ่องเข้ามาในห้องรับแขกของเขาได้อย่างทุลักทุเล


“เป็นไงบ้าง ยู” เกศสุดานั่งลงบนโซฟาข้างกันและร้องถามอย่างห่วงใย “ที่จริงไปนอนที่บ้านเราก็ได้ ไม่เห็นต้องรบกวนคุณติณณ์เขาเลย”


“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเกศ” พันธิตรเดินออกมาจากมุมครัวพร้อมน้ำดื่มสะอาดและแก้วสามใบ เขาวางมันลงบนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา แม้จะรู้ดีว่านอกจากวทันยูแล้วคงไม่มีใครมีอารมณ์ดื่มน้ำสักเท่าไหร่ “คอนโดผมอยู่ใกล้แค่นี้เอง เดินออกมาจากโรงแรมที่จัดงานแค่ห้านาทีด้วยซ้ำ ยูมันเมาเละขนาดนี้ ให้มันนอนที่นี่ดีแล้วครับ แล้วอีกอย่าง วันนี้วันแต่งงานของพวกคุณ ควรใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่ามาดูแลเพื่อนเจ้าบ่าวขี้เมานะ”


“แต่เกศกับกันต์ยินดีดูแลยูนะคะ คุณติณณ์”


“เอาน่า” วทันยูเอ่ยแทรก ใบหน้าเขาแดงก่ำด้วยฤทธิ์เหล้า และรอยยิ้มพรายทั้งๆ ที่ตาแทบปิดนั้นก็อาจเป็นเพราะน้ำเมา “ติณณ์มันอุตส่าห์ลากเราขึ้นมาถึงนี่แล้ว อย่าให้มันลากลงไปอีกรอบเลยเกศ ลากขึ้นลากลง เดี๋ยวมันคงตายก่อนพอดี”


เขาหัวเราะเสียงแห้งจนต้องลุกขึ้นนั่งและหยิบน้ำแก้วหนึ่งที่พันธิตรรินไว้ไปดื่มจนหมดแก้ว หวังให้ตัวเองสร่างเมามากพอที่จะประดิษฐ์คำพูดที่ดูเข้มแข็งที่สุดออกมาได้


“ดึกแล้วนะ เกศกับกันต์กลับไปเถอะ ติณณ์มันพูดถูก คืนแต่งงานไม่ใช่เวลาจะมาดูแลเพื่อนเจ้าบ่าวขี้เมา”


วทันยูเงยหน้าขึ้นยิ้มตอบสายตาห่วงใยอย่างเหลือล้นของคนทั้งคู่ ก่อนลดสายตาลงมามองหน้าเกศสุดา เขายิ้มทั้งที่ดวงตาแดงก่ำและน้ำเสียงแหบเครืออย่างพยายามเก็บกลั้นอารมณ์บอบช้ำจนถึงที่สุด


“ดีใจด้วยนะ เราขอแค่อย่างเดียว ขอให้เกศกับกันต์มีความสุข... ไม่ต้องห่วงเรา”


น้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้มของเกศสุดานั้นถูกวทันยูเช็ดออกให้อย่างเบามือ เขาเงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้กันต์เป็นสัญญาณให้พาตัวหญิงสาวกลับออกไป กันต์หลุบตามองไหล่เปลือยที่สั่นเทาของเจ้าสาวของเขา ก่อนจับมือเธอและดึงให้ลุกโดยไร้คำพูดจา


บรรยากาศรอบกายทั้งสามคนอึดอัดราวกับไม่มีอากาศให้หายใจจนพันธิตรซึ่งเป็นคนนอกยังสัมผัสได้ เจ้าของห้องจึงเลี่ยงเข้าไปในครัวหยิบนั่นนี่มาวางบนเคาน์เตอร์กุกกัก แต่ก็ลอบมองออกมาที่ช่องว่างของเคาน์เตอร์บาร์เป็นระยะ


“เกศกับกันต์กลับก่อนนะคะ” เกศสุดาปล่อยให้เจ้าบ่าวยืนรออยู่ข้างโซฟาในขณะที่เดินมาบอกลาพันธิตรด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อยเสียจนดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งจะเข้าพิธีที่สำคัญที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย “ฝากคุณติณณ์ดูแลยูด้วยนะคะ”


“ครับ คุณเกศไม่ต้องห่วง ยูมันก็เพื่อนผมเหมือนกัน”


พันธิตรตอบยิ้มๆ และมองดูคู่บ่าวสาวพากันเดินไปทางประตูโดยที่กันต์ต้องรวบกระโปรงเจ้าสาวยกขึ้นเพื่อให้เกศสุดาเดินง่ายๆ สองหนุ่มสาวหันมองวทันยูอีกครั้งที่หน้าประตู ชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งเพื่อนเจ้าบ่าวขี้เมาจึงยกมือโบกตอบและยิ้มกว้างจนตาหยี


กระทั่งคู่บ่าวสาวหายลับจากไป วทันยูก็หุบยิ้มลงทันควัน เขาหยิบขวดน้ำขึ้นดื่มอึกๆ จนหมดขวด แล้วก้มหน้าลงใช้นิ้วนวดที่เปลือกตาด้วยท่าทางเคร่งเครียด อาการเมารั่วจนถึงยิ้มโดยไม่มีสาเหตุและร้องเพลงมั่วซั่วหายวับไปทันควัน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นรับผ้าเย็นจากพันธิตร ก่อนเอนกายพิงพนักโซฟา และวางผ้าเย็นไว้บนดวงตาทั้งสองที่ปิดสนิท


เจ้าของห้องชุดจึงทิ้งให้คนอกหักนั่งพักอยู่แบบนั้น ส่วนตัวเขาเองเลี่ยงมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเรียบร้อยก็ออกมาดูที่ห้องรับแขกอีกที


พันธิตรเห็นเพื่อนเจ้าบ่าวขี้เมาที่ตอนนี้เป็นแขกของเขากำลังรินเหล้าราคาแพงที่เขาเก็บไว้ในตู้โชว์ใส่แก้วแล้วดื่มอักๆ ราวกับดื่มน้ำเปล่า


“เดี๋ยวก็ตายหรอก” เอ่ยติงอย่างรู้ดีว่าเพื่อนสนิทคออ่อนและไม่สันทัดการดื่มแอลกอฮอล์แค่ไหน “ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไป ดึกแล้วนะ พรุ่งนี้ฉันมีงานตอนเช้า”


“แต่ฉันไม่มีนี่หว่า” คนเมาหันมายักคิ้วข้างเดียวยั่วโมโห แม้ว่าดวงตาจะแดงก่ำจากความเจ็บช้ำที่ตอนนี้อาจลืมๆ ไปบ้างแล้วเพราะน้ำเมา “เหล้าแกอร่อยดี อร่อยกว่าในงานอีก ขวดก็สวยด้วย”


เขายกขวดวิสกี้ชูขึ้นพร้อมกับหยีตา


“ยี่ห้ออะไร ขวดแปลกดี”


“ชีวาส รีกัล รอยัล ซาลูท ห้าสิบปี ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะบ่มเมื่อปี 1952 แล้วบรรจุลงขวดเพื่อเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบรอบห้าสิบปีของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่สอง ตอนปี 2002 ผลิตออกมาสองร้อยห้าสิบห้าขวดทั่วโลก ราคาหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ”


วทันยูพ่นน้ำเมาราคาเรือนแสนพรวดจนพันธิตรอุทานเสียงหลงเพราะห่วงพรมปูพื้นจะด่าง แต่ชายหนุ่มเจ้าของห้องและเจ้าของวิสกี้ก็ถอนหายใจอย่างหน่ายเซ็งและไม่ถือสาเพราะเห็นใจที่วทันยูอกหักครั้งใหญ่จากเกศสุดา เพื่อนสาวคนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เยาว์วัย


พันธิตรไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวทันยู เกศสุดา และกันต์มากนัก รู้แค่ว่าสามคนนี้บ้านอยู่ละแวกเดียวกัน อายุเท่ากัน โตมาด้วยกัน ตัวเขานั้นรู้จักวทันยูก็ตอนเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เรื่องวทันยูแอบชอบเกศสุดา เขาก็เพิ่งมารู้เอาก่อนวันแต่งงานไม่กี่วัน เพราะวทันยูหลุดปากพูดกับเขาตอนเมาในงานวันเกิดเพื่อนว่าอกหัก คนที่รักกำลังจะแต่งงานอะไรทำนองนี้


ซึ่งพันธิตรไม่แปลกใจเลย เพราะเห็นอยู่ว่าช่วงสองสามปีหลัง วทันยูครองตัวเป็นโสดมาตลอด หลังถูกผู้หญิงคนที่สามหักอกด้วยประโยคคลาสสิกว่า ‘ดีเกินไป’ สำหรับวทันยูแล้วมันคงคลาสสิกเกินเหตุไปนิด เพราะเขาเคยคบผู้หญิงมาสามคน และถูกทิ้งด้วยเหตุผลเดียวกันมาสามคนถ้วนไม่ขาดไม่เกิน


และด้วยท่าทีของเกศสุดาที่ห่วงใยวทันยูเหลือเกินในวันนี้ ก็ทำให้พันธิตรอดคิดไม่ได้ว่าสาวเจ้าก็รับรู้ในความรู้สึกของเพื่อนเขาเหมือนกัน แต่ก็อาจไม่ได้ไม่รักวทันยูเพราะเหตุผลเดียวกับสามคนแรกก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็ไม่รู้จะสงสารหรือยุให้เพื่อนลองเลวดูสักตั้งดี จะได้ไม่ต้องอกหักซ้ำซากอยู่แบบนี้


จะว่าไปการแต่งงานคืนนี้ก็เป็นเรื่องช็อกของสื่อมวลชนและแฟนละครของเกศสุดา นางเอกอันดับหนึ่งของช่องฟรีทีวีชื่อดังที่กำลังบูมสุดขีดด้วยข่าวการท้องก่อนแต่งถูกกระพือดุจไฟไหม้ฟาง เพราะเป็นการแต่งงานสายฟ้าแลบ


ตัวเกศสุดาเองก็โสดสนิทไม่เคยให้ข่าวว่าคบหากับใคร ไม่ว่าจะเป็นกันต์หรือวทันยู เธอก็ใช้คำว่า ‘เพื่อนสนิท’ กับทั้งสองหนุ่มมาตลอด


เมื่อจู่ๆ กันต์กลายมาเป็นเจ้าบ่าวคืนนี้ จึงมีข่าวลือมากมายถูกปล่อยออกมาให้ผู้เสพข่าวได้เมาธ์กันอย่างสนุกปาก


แต่พันธิตรมองว่าคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางอย่างแท้จริงก็คือคู่บ่าวสาวมากกว่า


ชายหนุ่มทอดสายตามองเพื่อนที่ยังถือขวดวิสกี้ค้างหน้าตาเหลอหลาอย่างเข้าอกเข้าใจอารมณ์อยากเมาแบบที่วทันยูเผชิญมาหลายวันก่อนจนกระทั่งวันนี้ เขาเองก็เคยนึกอยากหยิบเหล้าขวดนี้ออกมาจากตู้ของบิดาทั้งตอนอกหักครั้งแรกและครั้งที่สองจากผู้หญิงคนเดิมเหมือนกัน... แต่รู้ดีว่าถ้าตอนนั้นบังอาจแตะต้องของขวัญที่ถูกส่งตรงมาจากอังกฤษขวดนี้ เขาคงถูกตีจนมือชา


“ของพ่อน่ะ อาจอห์นส่งมาให้เป็นของขวัญวันเกิด”


เขาหมายถึงเพื่อนสนิทของบิดาที่เคยเรียนในมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดด้วยกันเมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่บิดาของเขาจะกลับมาเป็นพระเอกชื่อดังของเมืองไทยและแต่งงานกับแม่ซึ่งเป็นสาวนอกวงการในตอนที่ชื่อเสียงกำลังเฟื่องฟูสุดขีด


บิดาของพันธิตรเป็นคนเก่ง เป็นทั้งดาราเจ้าบทบาทและนักธุรกิจแนวหน้าของประเทศ แม้จะเสียชีวิตไปหลายปีแล้วด้วยโรคประจำตัว แต่ก็ทิ้งบริษัทชยันต์ฟิล์มไว้ให้เขาบริหารต่อสบายๆ จนชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าหากไม่มีพ่อ ป่านนี้เขาจะไปหกคะเมนตีลังกาอยู่ที่ไหน


วทันยูกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ก่อนวางขวดเหล้าลงบนโต๊ะเล็กเบื้องหน้าอย่างทะนุถนอมราวบิดาตระกองกอดบุตร


“ขอโทษ” เขาเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ของดูต่างหน้าพ่อแกใช่ไหม?”


พันธิตรหัวเราะ


“ดื่มไหวก็ดื่มไปเหอะ พ่อฉันไม่ว่าหรอก ที่บ้านมีของดูต่างหน้าพ่ออยู่เต็มบ้าน แต่ไม่มีสิ่งของอะไรที่เป็นของดูต่างหน้าพ่อได้ดีเท่ากับที่ฉันยังสำนึกในบุญคุณของท่านเสมอ ไม่ว่าท่านจะยังมีชีวิตอยู่หรือจะจากไปแล้วหรอก” เขารินเหล้าลงในแก้วสองใบ แล้วส่งใบหนึ่งให้วทันยู “แด่ผู้ชายที่มีดีแค่หล่อไปวันๆ Lucky in game, unlucky in love ตลอดกาลแบบเรา”


วทันยูหัวเราะขันกับตลกร้ายนั้น เขารับแก้วเหล้ามาชนกับแก้วของพันธิตร ดวงตาบอบช้ำมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างขอบคุณ


“แด่ชีวิตแต่งงานของคนที่ฉันรักที่สุด... ทั้งสองคน”



 

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในล็อบบีของคอนโดมิเนียมแห่งนั้นเผยให้เห็นร่างอวบอั๋นของหญิงวัยกลางคนที่ทำผมทรงตั้งกระบังและตีโป่งแข็งปั๋งเหมือนปูนปั้น นางสวมผ้าไหมไทยหรูหราสีเขียวขลิบทองและสวมสร้อยเพชรเม็ดใหญ่จนดูเหมือนของเก๊ ราวกับตั้งใจจะไปเดินกรุยกรายในงานการกุศลของโรงแรมหรู หากแต่แท้จริงแล้ว อรนาฏเพียงมาเยี่ยมบุตรชายคนโตที่โหมงานหนักและเอาแต่พักผ่อนนอนหลับที่คอนโดส่วนตัว ไม่ได้กลับบ้านนานร่วมเดือนแล้วเท่านั้น


นิ้วอวบที่สวมแหวนเพชรพราวกดปุ่มลิฟต์ด้วยสีหน้ากระวนกระวายแบบที่หากเหาะขึ้นไปชั้นสามสิบได้ นางก็จะทำ!


พันธิตรอายุสามสิบปีเต็มแล้ว อายุอานามสมควรแก่การแต่งงานมีครอบครัวเสียที แต่ชายหนุ่มกลับโสดสนิทมาตลอดชีวิต แม้นางจะไม่รู้ว่านอกบ้านเขาเป็นอย่างไร แต่พันธิตรก็ไม่เคยควงใครให้นางระแคะระคายหรือแม้กระทั่งให้มีข่าวมาเข้าหู


แรกๆ อรนาฏก็ปลาบปลื้มที่บุตรชายขยันเรียน ขยันทำงาน ยิ่งบิดาของเขาเสียชีวิตไปกะทันหัน พันธิตรก็ต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่าตัว จนบริษัทเป็นปึกแผ่นอย่างทุกวันนี้ได้


แต่เมื่อเวลาผ่านไป อรนาฏก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้อุ้มหลานหรือกระทั่งรับขวัญสะใภ้ แต่นางก็ยังมองโลกในแง่สวยงามว่าพันธิตรอาจยังไม่เจอผู้หญิงที่ถูกใจ กระทั่งชายหนุ่มเริ่มไปไหนมาไหนกับวทันยูสองต่อสองในระยะหลัง ทั้งที่แต่ก่อนก็ไม่เห็นจะสนิทกันขนาดนี้


มิหนำซ้ำ ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่พันธิตรเป็นผู้อำนวยการสร้างและกำลังถ่ายทำก็ดันมีชื่อว่า...


‘ทะเลลาเวนเดอร์’


เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีทั้งเก้งกวางบ่างชะนีเป็นตัวละครหลักเข้าให้อีก!


ความที่พันธิตรโสดสนิทและเมินหญิงมาตลอดชีวิตทั้งที่มีดารานางแบบมากมายดาหน้ามาให้เขาชี้เลือกควงเล่นๆ สักเดือนละสามสี่คน หรือควงทีเดียวพร้อมกันสามคนเลยก็ได้ แต่อรนาฏก็ไม่เคยเห็นเขาทำ แล้วยังมาสร้างภาพยนตร์ชายรักชาย สื่อก็ยิ่งเล่นข่าวว่าคุณติณณ์รูปหล่อพ่อรวยนัยน์ตาสวยเหมือนแม่แต่มาดเซอร์ตัวพ่อคนนี้จะเป็น ‘อีแอบ’ หรือไม่?


อรนาฏเห็นข่าวแล้วก็ยิ่งไม่สบายใจ นางนอนไม่หลับจนต้องลุกขึ้นมาโทรหาบุตรชายเมื่อคืนนี้หลังเที่ยงคืน


แต่พันธิตรก็ไม่รับสาย...


ความที่รู้ว่าพันธิตรกับวทันยูไปงานแต่งงานของเกศสุดา ดาราสาวชื่อดังด้วยกัน อรนาฏก็ยิ่งจินตนาการไปร้อยแปดพันประการว่าบุตรชายกับเพื่อนสนิทอาจใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งคืน!


อันที่จริงพันธิตรมีห้องชุดในคอนโดมิเนียมและเพนเฮาท์ที่อื่นอีกห้าหรือหกแห่ง อรนาฏไม่แน่ใจนักเพราะนอกจากห้องชุดหลักๆ ที่พันธิตรอาศัยนอนประจำแล้ว บุตรชายของนางก็ซื้อๆ ขายๆ ห้องชุดพวกนี้ราวกับผู้หญิงซื้อกระเป๋าหรือรองเท้า แต่เพราะคอนโดมิเนียมแห่งนี้อยู่ใกล้สถานที่จัดงานแค่ห้านาที นางจึงเดาว่าคืนนี้พันธิตรคงไม่ไปนอนที่อื่นให้เหนื่อยหรอก


เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก อรนาฏจึงถลันเข้าไปในลิฟต์และรีบกดปุ่มปิดย้ำๆ จากนั้นจึงเดินวนไปมาระหว่างที่ลิฟต์กำลังถีบตัวเองสู่ชั้นสามสิบ ราวกับว่าการเดินของนางจะทำให้ลิฟต์เลื่อนเร็วขึ้นกระนั้น


ร่างอวบในชุดผ้าไหมถลาออกจากลิฟต์และกดรหัสปลดล็อกประตูที่จำได้ขึ้นใจ ก่อนเดินอาดเข้าไปในห้องพักของบุตรชาย อรนาฏเบิกตากว้างเมื่อเห็นขวดวิสกี้ของขวัญจากเพื่อนสนิทสามีนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นข้างโซฟา บนพรมมีรอยด่างสีฟ้า แก้วเหล้าและผ้าเย็นเช็ดหน้าวางระเกะระกะ


นางเดินไปหยิบถุงเท้าที่หล่นอยู่ข้างโซฟาขึ้นมาเมียงมอง ก่อนเดินตามไปยังถุงเท้าอีกข้างที่หล่นอยู่ตรงทางเดิน และเดินตรงไปยังเสื้อสูทสีเทาติดกุหลาบขาวเหี่ยวๆ ซึ่งหล่นอยู่หน้าประตูห้องนอนใหญ่


อรนาฏเปิดประตูห้องเข้าไป เห็นกางเกงสเล็คถูกถอดทิ้งไว้ ตามด้วยเนกไท เสื้อเชิ้ตขาว และ... กางเกงในชายยี่ห้อ Calvin Klein!


สองมือหอบบรรดาเสื้อผ้าซึ่งนางงุนงงเหลือเกินว่าพันธิตรซึ่งเป็นชายหนุ่มเจ้าระเบียบทำไมถอดเสื้อผ้าเรี่ยร่ายไว้รายทางแบบนี้ได้ไว้ในอ้อมแขน ขณะเดินผ่านมุมห้องเข้าไปถึงเตียงนอนขนาดคิงไซส์สีขาวสะอาดที่แสงแดดสาดส่องเข้ามาจากทางหน้าต่างกรุกระจกใสสูงตั้งแต่เพดานจรดพื้น


และแล้วอรนาฏก็ทิ้งเสื้อผ้าทั้งหมดที่กอดอยู่ลงด้วยอาการมือไม้อ่อน เสียงตุบของบรรดาผ้าราคาแพงดังเข้าโสตประสาทนางเหมือนถูกของแข็งตีเข้าที่ศีรษะ ดวงตาที่มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาเบิกกว้าง ราวกับจะซึมซับภาพที่เห็นบนเตียงนั้นไว้ตลอดกาล


อรนาฏได้ยินเสียงร้องกรี๊ดดังลั่น ก่อนจะค้นพบว่าเสียงโหยหวนด้วยความสะเทือนจิตสะเทือนใจสุดชีวิตที่ลอดผ่านโสตประสาทนั้น...เป็นเสียงร้องของนางเอง!



โปรดติดตามตอนต่อไป

*เพลง หมาเศร้า ศิลปิน แก้ว ลายทอง

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

พิมาลินย์
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'สายลั...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด