โซ่หัวใจมาร
นักเขียน : อิ่มอุ่น

อ่านการ์ตูน



ตึกแถวสามชั้นริมถนนบางลำพูแหล่งช็อปปิ้งตั้งแต่รุ่นคุณแม่ยังสาว วันนี้ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนขวักไขว่เต็มถนนไปหมด ร้านตัดเสื้อแก้วใจเป็นร้านหัวมุมสุดท้ายของตึกที่เปิดให้บริการแก่ลูกค้ามากหน้าหลายตามาเป็นเวลาเกือบสามสิบปี


“ฉันไม่รู้หรอกว่าแม่แก้วจะได้ค่าตัดเสื้อเมื่อไร แต่วันนี้วันที่หนึ่ง และก็เป็นวันที่หนึ่งของทุกเดือนที่แม่แก้วต้องจ่ายค่าเช่าร้านมาหกเดือนแล้วด้วย” คุณนายอนงค์ ชาติสุข เป็นเศรษฐีนีวัยกลางคนที่ครองสถานะสาวโสดมาจนเกือบห้าสิบปี นางเป็นเจ้าของที่ดินย่านบางลำพูเกือบทั้งหมดรวมถึงตึกแถวของร้านแก้วใจนี้ด้วย


“แต่วันนี้ไม่มีค่าเช่าให้คุณนายจริงๆ ค่ะ อีกสามวันทางสมาคมที่ดิฉันไปรับตัดสูทให้เขาถึงจะจ่ายเช็คมาให้ คุณนายรออีกหน่อยได้ไหมคะ นึกว่าช่วยคนจนเถอะนะคะ” แก้วใจ เจ้าของร้านอ้อนวอนขอ


“ได้เช็คแล้วต้องรออีกกี่วันถึงจะได้เงิน คราวก่อนที่ขอร้องฉันก็ให้แล้ว กว่าจะได้เงินก็เกือบชนเดือนเลยนะ”


คุณนายอนงค์ยังจำได้ดีว่าครั้งก่อนที่แก้วใจติดค่าเช่าร้าน นางก็ได้สิทธิ์ถือเช็คที่รอเงินจากลูกค้าโอนเข้ามาจ่ายค่าตัดเสื้อเป็นค่าเช่าแทน แต่กว่าจะได้เงินก้อนนั้นมาก็ต้องรอเกือบครบเดือน ครั้งนี้นางจะไม่รออีกแน่


“ตึกนี้มีคนมาขอซื้อฉันตลอด แต่ก็ไม่ขายก็เพราะเห็นว่าเราอยู่กันมานานเป็นสิบปี ห้องอื่นไม่ค่อยมีปัญหาตรงเวลากัน มีแต่ร้านเธอนี่ละที่ติดค่าเช่าได้นานที่สุด” คุณนายอนงค์บอกด้วยความอ่อนใจ


“ดิฉันก็เกรงใจคุณนายค่ะ แต่ว่ามันไม่มีจริงๆ งานที่ได้ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นงานเหมา ส่งงานแล้วก็รอเงินเบิก เห็นใจกันเถอะนะคะคุณนาย” แก้วใจขอร้องอีกครั้ง


เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผู้คนหันไปนิยมเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่หาซื้อจากห้างสรรพสินค้าและท้องตลาดได้ในราคาย่อมเยากว่า ดังนั้นร้านตัดเสื้อแก้วใจจึงมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ยังไว้ใจในฝีมือและใช้บริการกันมายาวนาน


ซึ่งนั่นหมายความว่าจำนวนลูกค้าคงที่และดูเหมือนจะเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่รายจ่ายทุกอย่างยังเท่าเดิม หนำซ้ำงานที่หายากขึ้นก็ต้องใช้เวลาในการเก็บเงินนานขึ้นตามลำดับ


จะว่าไปร้านแก้วใจอยู่ได้จนทุกวันนี้ก็เพราะน้ำใจที่มาจากเจ้าบ้านแสนดีอย่างคุณนายอนงค์ที่บางครั้งทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับการจ่ายค่าเช่าช้าในแต่ละเดือน เพียงแต่คราวนี้มันนานถึงหกเดือนเต็ม ซึ่งผู้เช่าอย่างแก้วใจก็รู้ดีว่าคราวนี้คุณนางอนงค์คงไม่ยอมง่ายๆ แน่


“ลูกสาวเธอก็เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่รู้จักทำงานหาเงินมาช่วยแม่บ้าง” นางจำได้ว่าแก้วใจมีลูกสาวตัวเล็กๆ ที่เคยเห็นกันตั้งแต่ที่มาเช่าตึกเปิดร้านตัดเสื้อใหม่ๆ


“ยัยหนึ่งเพิ่งเรียบจบค่ะ กำลังหางานทำอยู่” แก้วใจรีบบอก


“เหรอ จบอะไรมาล่ะ” คุณนายอนงค์ถามต่อไป พลางมองผ้าที่แก้วใจกำลังตัดด้วยความสนใจ


นางยอมรับว่าอะลุ่มอล่วยให้สองแม่ลูกนี้มากกว่าผู้เช่ารายอื่น เพราะสงสารที่เห็นแก้วใจต้องรับผิดชอบดูแลลูกสาวคนเดียวนับจากหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิตไป และตัวแก้วใจเองก็มีน้ำใจหลายอย่างกับคุณนายอนงค์ จนทำให้บางครั้งเมื่อได้รับค่าเช่าแต่รู้ว่าหนึ่งฤทัยจะไม่มีค่าเทอม หลายหนที่นางก็ใจอ่อนยกค่าเช่าที่เพิ่งได้รับมาเป็นค่าเทอมให้เด็กน้อยตาดำๆ ไปแทน


“จบครุศาสตร์มาค่ะ” แก้วใจบอกสาขาที่บุตรสาวจบมา


“หา...จบครูเหรอ นึกอย่างไรถึงอยากเป็นครู เด็กสมัยนี้ไม่เห็นใครคิดแบบนี้” เผลอแป๊ปเดียวเด็กหญิงที่นางเห็นเมื่อวันก่อนก็เรียนจบเสียแล้ว 

หนึ่งฤทัยถูกตามลงมาจากชั้นบนเพื่อให้มาพบกับคุณนายอนงค์ที่นั่งรออยู่ข้างล่าง หลังจากที่ได้คุยกับแก้วใจทำให้รู้ว่าบุตรสาวของช่างตัดเสื้อเรียบจบครุศาสตร์มาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ที่สำคัญมหาวิทยาลัยเพิ่งจะเรียกตัวไปสัมภาษณ์เพื่อเสนอให้รับทุนเรียนต่อในระดับสูงขึ้น


“สวัสดีค่ะ” หนึ่งฤทัยทำความเคารพคุณนายอนงค์อย่างนอบน้อม


เจ้าของตึกพิจารณาสาวน้อยร่างสมส่วนที่มีเค้าความสวยจากมารดามาอย่างเห็นได้ชัด ผิวขาวเนียนดูสะอาดสะอ้านใบหน้ารูปไข่ ที่สำคัญดวงตาบ่งบอกให้คุณนายอนงค์รู้ว่า เด็กคนนี้หนักเอาเบาสู้แค่ไหน


“จบครูมาใช่ไหม” คุณนายถามคำแรก


“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ


“เห็นแม่บอกว่าเธออาจจะเรียนต่อ”


“ค่ะ เมื่อวานอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกเข้าไปพบ” หนึ่งฤทัยเดาว่าคุณนายอนงค์คงรู้เรื่องนี้จากมารดาแน่ๆ


“ไม่คิดจะหางานทำก่อนเหรอ เรียนปริญญาโทใช้เงินมากแค่ไหนรู้หรือเปล่า ถึงจะได้ทุนก็เถอะมันก็ไม่พอ” นางหยั่งเชิงถามต่อ


“ค่ะ ก็คิดว่าอาจจะหาทำด้วย”


หนึ่งฤทัยรู้ดีว่าตอนนี้สภาพครอบครัวเป็นอย่างไร เพราะมารดาล้มป่วยด้วยโรคหัวใจเมื่อปีก่อนทำให้ไม่สามารถทำงานหนักได้เหมือนเมื่อเก่า อีกทั้งต้องพักรักษาตัวให้อาการดีขึ้นหลายเดือนและปัจจุบันยังต้องไปพบแพทย์อยู่เป็นระยะ


โชคดีที่ฝีมือการตัดเสื้อของแก้วใจไม่เป็นรองใครและค่อนข้างมีชื่อด้วยซ้ำ ทำให้เหล่าลูกค้าที่รู้ว่าแก้วใจสามารถกลับมาทำงานได้แล้ว ต่างก็ค่อยทยอยกันเอางานมาให้เรื่อยๆ แต่กระนั้นเพราะสุขภาพทำให้บางครั้งทำได้ไม่ทันตามกำหนด ลูกค้าบางคนจึงหันไปตัดร้านอื่นหรือไม่ก็ซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูป


“ตอนนี้ก็ยังว่างละสิ”


“ค่ะ แต่ถ้าเรียนจริงๆ ก็คงปีหน้า”


หนึ่งฤทัยยังมีเวลาอีกหลายเดือนที่จะเตรียมตัวสำหรับการเรียนต่อถ้าสอบได้จริงๆ แต่ถ้าค่าใช้จ่ายมันเยอะมากเกินกำลังก็คิดว่าอาจจะสละสิทธิ์ให้คนที่พร้อมมากกว่าเธอ


“สนใจอยากทำงานไหม ตอนนี้เธอน่าจะรู้ว่าที่บ้านติดค่าเช่ากี่เดือน และกว่าจะหางานได้มันอีกนานแค่ไหน ถ้าตกลงทำงานกับฉันเราก็จะมาคุยเรื่องค่าเช่าและค่าจ้างกัน” จู่ๆ คุณนายอนงค์ก็เอ่ยชวนให้มาทำงานโดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน


สองคนแม่ลูกหันหน้ามามองกันด้วยความแปลกใจ งานอะไรที่คุณนายอนงค์หยิบยื่นมาให้ในเวลาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าหนึ่งฤทัยไม่คิดหางาน แต่สมัครไปกี่ที่ก็ยังไม่มีใครเรียก ถ้างานนี้น่าสนใจ มีรายได้มากพอให้ดูแลมารดาและค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ต่อให้เหนื่อยหรือลำบากแค่ไหนหญิงสาวก็ไม่หวั่น


“งานอะไรคะ” แก้วใจถามขึ้นมาก่อน


“หลานสาวฉันกำลังต้องการครูไปสอนเพื่อสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ลูกสาวเธอสอนได้ไหม” คุณนายหันมามองหน้าหนึ่งฤทัยแทน


“ถ้าสอนติวให้ไปสอบคิดว่าทำได้ค่ะ” หนึ่งฤทัยเองก็เคยเป็นครูสอนพิเศษมาก่อนสมัยเรียนปีสามปีสี่ ดังนั้นเรื่องติวนักเรียนเข้าสอบจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหญิงสาวอยู่แล้ว


“แต่หลานฉันคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น เพราะอีกหกเดือนข้างหน้ายัยฟ้าใสจะเข้ารับการผ่าตัดที่ขาเพื่อให้กลับมาเดินได้ ถ้ารับงานนี้ก็ต้องไปทำที่ไร่อิ่มรัก สนใจไหมล่ะ”


สองแม่ลูกมองหน้ากันอีกครั้ง ไร่อิ่มรักอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้และหลานคุณนายอนงค์กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ว่าที่ลูกศิษย์เธอเป็นอย่างไรกันแน่


“ไร่อิ่มรักอยู่ที่เพชรบูรณ์ เธอต้องไปสอนฟ้าใสให้พร้อมสำหรับการสอบเข้าเรียนต่อ เพราะหลังจากผ่าตัดยัยฟ้าใสจะได้เรียนหนังสือต่อเสียที” คุณนายขยายความต่อ


“ไม่ทราบว่าหลานคุณนายอายุเท่าไรคะ” หนึ่งฤทัยอยากรู้


“ปีนี้ยี่สิบเต็ม ถ้าไม่เกิดเรื่องร้ายนั่นตอนนี้ยัยฟ้าใสก็คงจะใกล้เรียนจบแล้ว” น้ำเสียงคุณนายอนงค์เศร้าลงมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหลานสาวคนนี้

สถานีขนส่งจังหวัดเพชรบูรณ์


หนึ่งฤทัยหิ้วกระเป๋าเดินทางลงจากรถทัวร์มายืนรอตามที่นัดหมาย หลังจากที่ได้คุยกับคุณนายอนงค์และปรึกษากับมารดาแล้ว หญิงสาวตัดสินใจที่จะมาทำงานที่ไร่อิ่มรักในฐานะคุณครูของคุณหนูฟ้าใส


‘แค่หกเดือน พอยัยฟ้าใสผ่าตัดเธอก็กลับมาได้ เงินเดือนฉันจะจัดการเอาเข้าบัญชีให้ทุกเดือน เธอก็จัดสรรค่าใช้จ่ายเอง แต่ที่แน่ๆ คงไม่ต้องค้างค่าเช่าเหมือนเมื่อก่อนแน่’


เงินเดือนที่คุณนายอนงค์เสนอมานั้นสูงมากกว่าการหางานทำที่กรุงเทพฯ เสียอีก หนึ่งฤทัยคิดว่าอย่างน้อยหกเดือนนี้ตนเองสามารถช่วยหารายได้เข้าบ้าน และที่สำคัญทันทีที่หญิงสาวตกลงว่าพร้อมเริ่มงานทันที คุณนายที่แสนรักหลานก็ใจดีไม่คิดค่าเช่าที่ค้างอยู่หกเดือนนั้นไปเฉยๆ หนำซ้ำยังใจดีออกเงินค่าตั๋วเดินทางให้เธอมาถึงเพชรบูรณ์ทันค่ำนี้ด้วย


“คุณครูหนึ่งฤทัยหรือเปล่าครับ” ชายท่าทางทะมัดทะแมงที่แนะนำตัวว่าชื่อนายสอนมาจากไร่อิ่มรักถามอย่างนอบน้อม


“จ้ะ นายสอนใช่ไหม” หนึ่งฤทัยยิ้มให้คนที่เพิ่งรู้จักอย่างเป็นมิตร


“ครับ เชิญคุณครูทางนี้เลย”


นายสอนเดินนำหญิงสาวมาที่รถกระบะซึ่งจอดรอไว้อีกด้าน จากนี้ไปหนึ่งฤทัยก็จะได้เจอหน้าลูกศิษย์คนใหม่ที่รออยู่ที่ไร่อิ่มรัก คุณนายอนงค์บอกเรื่องราวของคุณหนูฟ้าใสให้เธอรู้คร่าวๆ บ้างแล้ว คงไม่ยากถ้าคุณหนูตั้งใจจะเรียนหนังสือเพื่ออนาคตของตนเอง


คุณนายอนงค์เล่าว่าไร่อิ่มรักตั้งอยู่บนเขาค้อ น้องสาวและน้องเขยมาซื้อที่ปลูกพืชผลเมืองหนาวที่นี่เมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้ลูกชายที่ชื่อดนัยมาบริหารไร่จนขยายออกมามากกว่าเดิมและทำการตลาดไปได้ไกลกว่าที่คิด


โชคร้ายที่น้องสาวและน้องเขยมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปพร้อมๆ กันระหว่างเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ที่สำคัญลูกสาวคนเล็กที่เดินทางมาด้วยแม้รอดชีวิตแต่ก็พิการเดินไม่ได้ ดนัยรักน้องมากพยายามจะหาทางทุกอย่างที่จะรักษาขาของคุณหนูฟ้าใสให้กลับมาเดินได้


จนกระทั่งดนัยแจ้งข่าวดีนี้ให้คุณอนงค์ทราบว่าน้องสาวยอมเข้ารับการผ่าตัดเพื่อกลับมาเดินได้อีกครั้ง นับเป็นข่าวดีที่สุดหลังจากจากที่ทุกคนต้องจมอยู่กับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เมื่อสองปีที่ผ่านมา


“คุณครูไม่ต้องกลัวนะครับ ทางขึ้นเขาชันนิดหน่อยแต่ว่าผมขับได้แน่” นายสอนหันมาบอก หลังจากที่ชำเลืองมองเห็นคุณครูคนใหม่ทำท่ากลัวเส้นทางเข้าไร่ที่ค่อนข้างคดเคี้ยวและชันพอสมควร


แม้ทำใจมาแล้วว่าไร่อยู่บนเขา การเดินทางคงไม่สะดวกเหมือนพื้นราบ แต่พอเอาเข้าจริงหนึ่งฤทัยก็ทำท่าจะไม่ไหวเอา เธอเมารถมาแต่ไหนแต่ไรโดยเฉพาะเส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวไปมาแบบนี้พาลจะทำให้คายของเก่าออกมาง่ายๆ


“อีกนิดก็ถึงแล้วครับ คุณครู” สอนหันมามองหน้าซีดเผือดของคุณครูคนสวย


“ฉันไม่เป็นไร นายสอนตามสบายไม่ต้องห่วงฉัน” หนึ่งฤทัยไม่อยากให้ตนเองเป็นภาระแก่ใคร


นายสอนเดาว่าคุณครูมาใหม่คงไม่ชินกับการนั่งรถแบบนี้ เขาจึงค่อยๆ ชะลอความเร็วลงเพื่อให้หนึ่งฤทัยได้ปรับสภาพ สักพักความยิ่งใหญ่ของไร่อิ่มรักก็ปรากฏให้เห็น


 

 

 

 

to be continued...

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

อิ่มอุ่น
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'โซ่หั...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด