COMICOรสนิยมลับของสุภาพบุรุษ

ตอนที่ 2 เหตุผลการจูบของสุภาพบุรุษ (2)

รสนิยมลับของสุภาพบุรุษ
นักเขียน : Park Sujeong

อ่านการ์ตูน



ใช่แล้ว ซูจีอ้วน ซึ่งตัวซูจีก็ยอมรับข้อนี้เหมือนกัน ส่วนสูงของซูจีอยู่ในค่าเฉลี่ยของผู้หญิงวัยยี่สิบ แต่น้ำหนักนั้นเกินไปมากแล้ว ต้องเท่าไรถึงจะเรียกว่าพอดีนะ แต่แค่ไม่มีภาวะไขมันในเลือดสูงก็น่าจะพอแล้วนี่นา


ความจริงแล้วซูจีไม่ได้อ้วนโดยกำเนิด ตอนเด็กๆ ถูกเรียกว่าโครงกระดูกเดินได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นตอนเรียนอยู่ชั้นประถมสาม แม่เป็นห่วงว่าร่างกายของซูจีจะอ่อนแอเลยไปหายาบำรุงมาให้กิน เพราะเจ้ายาบำรุงนี่แหละตัวต้นเหตุที่ทำให้ซูจีมีรูปร่างแบบนี้จนอายุยี่สิบห้า


ใช่ว่าจะอยู่เฉยๆ ไม่เคยลองพยายามอะไรเลย เธอลองทำมาหมดแล้วทั้งอดอาหาร ออกกำลังกายแบบเอาเป็นเอาตาย ลองลดน้ำหนักตามวิธีที่เขาว่าดี แต่เพราะร่างกายมีแต่ไขมัน ทุกครั้งที่กลับมากินแบบเดิม ต่อให้ลดน้ำหนักได้สักแค่ไหนน้ำหนักก็กลับมาเท่าเดิมอยู่ดี ตอนที่ลดน้ำหนักนั้นใช้ทั้งความพยายาม ทั้งเงิน ไหนจะความเครียดอีก แต่สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์แถมยังรู้สึกละอายใจอีกด้วย


เป็นไปตามสำนวนที่ว่าที่ว่า ‘มันจะง่ายขึ้นถ้าเรายอมแพ้เสีย’


ซูจีเคยเป็นโรคกลัวอ้วนซึ่งเป็นผลจากการพยายามลดน้ำหนักอย่างเคร่งเครียด แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปด้วยรูปร่างแบบนี้แหละ และใช้แรงกายแรงใจที่เคยใช้ตอนลดน้ำหนักไปเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ แทน เช่น ทำงานพิเศษเพิ่มเป็นสองเท่า ลงเรียนวิชานอกหลักสูตรเพิ่ม พยายามเพิ่มผลการเรียนให้ดีขึ้น เธอเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาที่สอง และภาษาที่สามด้วย เธอทำแม้แต่ลงเรียนวิชาเอกของสาขาอื่น จนกระทั่งใกล้เรียนจบ เธอมีเงินเก็บในบัญชีและผลการเรียนดีจนสามารถคว้าอันดับหนึ่งในสาขาได้


แต่ถึงแม้จะมีคุณสมบัติมากขนาดไหน การหางานในปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การได้เข้ามาฝึกงานที่เนโอคอมมิวนิเคชันที่ยากเหมือนเด็ดดาวจากฟ้านั้นต้องขอบคุณผลการเรียนที่ผ่านมาก ขนาดไม่ใช่การสมัครเป็นพนักงานประจำ แต่การสมัครขอฝึกงานที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด เพราะอัตราการแข่งขันนั้นสูงถึงหนึ่งต่อหนึ่งร้อย


อย่างไรก็ตาม ซูจีพอใจกับการใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว เธอเชื่อว่าถ้าพยายามมากพอ ผลลัพธ์ก็จะดีตามไปด้วย แม้ว่าเธอจะเคยฝันถึงเสื้อผ้าสวยๆ หรือการมีคนรักดีๆ แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการหรอก


แต่ก็อดที่จะรู้สึกเศร้าใจไม่ได้ ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมต้องคิดว่าคนอ้วนจะต้องแรงเยอะกันด้วย เพราะสมการ F=ma อย่างนั้นหรือ แต่ว่านั่นมันเป็นแค่กฎทางฟิสิกส์ ซูจีก็มีแรงเท่าๆ กับผู้หญิงทั่วไปนั่นแหละ ไม่สิ บางทีอาจจะแรงน้อยกว่าด้วยซ้ำ ใช่ว่าแขนใหญ่แล้วจะมีแรงเยอะสักหน่อย พวกรุ่นพี่ไม่ค่อยให้ยุนฮเยทำอะไรเอาแต่สั่งให้ซูจีทำคนเดียว แม้ว่าจะเคยชินกับเรื่องแบบนี้แล้วแต่บางทีก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้


โลกสกปรกที่ผู้หญิงอ้วนเท่านั้นเข้าใจ!


ซูจีถอนหายใจ อุ้มถังน้ำขึ้นพลางหันหน้าไปทางโกดัง พอลองยกแล้วเอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้หนักมาก แต่ระยะทางระหว่าห้องชงกาแฟกับโกดังมันอยู่ไกลกันมากๆ ต่างหาก ไปได้ไม่ถึงครึ่งทางขาก็สั่นแล้ว วางลงแล้วนั่งพักสักประเดี๋ยวดีไหมนะ แต่การวางลงก็ไม่ง่ายอีก ซูจีได้แต่กัดฟันอุ้มถังน้ำเดินต่อไป ระหว่างที่กำลังจะเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดินก็ชนคนที่เดินมาอย่างรวดเร็วเข้าอย่างจัง


“ว้าย!”


ซูจีเสียหลักและทำถังน้ำร่วงลงจากอ้อมแขนตัวเอง ฝาถังกระเด็นหลุดออก น้ำที่อยู่ข้างในกระฉอกหกออกมา ชั่วพริบตาซูจีก็กลายเป็นหมูตกน้ำไปเสียแล้ว


‘จะทำอย่างไรดี!’


ซูจีลนลานไปหมด การทำน้ำหกไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็จริง แต่ซูจีไม่อยากทำเรื่องผิดพลาดในระหว่างฝึกงาน


โดยเฉพาะผู้ช่วยกวัก เขาไม่มีทางจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่ แบบนี้ต้องไม่ผ่านการประเมินแน่ๆ


แต่ปัญหาไม่ได้มีแค่นั้น ซูจีเพิ่งจะนึกได้ว่าไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่เปียกน้ำ ท่อนล่างของคนที่เดินชนกับเธอนั้นเปียกชุ่มไปหมด กางเกงทำงาน รองเท้าหนังที่ท่าทางจะแพงน่าดูเปียกชุ่มไปหมด


“ขอโทษค่ะ!”


ซูจีรีบลุกขึ้นมาโค้งขอโทษจนศีรษะแทบจะติดพื้น เธอกลัวจนไม่กล้าเงยหน้ามองฝ่ายตรงข้ามได้แต่หลับตาเตรียมรอฟังเสียงตวาด


‘ทำบ้าอะไรของเธอ!’


แต่กลับไม่มีเสียงอะไรออกมาเลย เงียบสนิท


ซูจีค่อยๆ เงยหน้ามองอย่างช้าๆ แต่เพราะใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามอยู่สูงกว่าที่คิดเลยยิ่งตกใจมากกว่าเดิมตอนที่ได้เห็นใบหน้านั้นชัดๆ


ว้าว!


ซูจีอุทานอยู่ในใจ นี่ใช่เรื่องจริงหรือเปล่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอใครหล่อขนาดนี้มาก่อนเลย หล่อจนไม่กล้ากะพริบตา ซูจีได้แต่มองผู้ชายคนนั้นราวกับตกอยู่ในภวังค์ ผู้ชายที่ชนกับซูจีก็จ้องสีหน้าที่เหมือนตกในภวังค์ของซูจีอยู่เช่นกัน


จากนั้นไม่นานริมฝีปากที่สวยราวกับภาพวาดก็ขยับเอ่ยขึ้น


“คุณชื่ออะไรครับ”


เพราะโมโหมากเลยทำแบบนี้หรือเปล่านะ แต่ว่าเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมากนั้นกลับทำให้ใจเต้นแปลกๆ


หลังจากได้สติแล้วซูจีก็เอาแต่ตกตะลึง แม้จะไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคือใคร แต่เป็นคนตำแหน่งสูงกว่าตัวเองแน่นอนแบบไม่ต้องสงสัย เสียมารยาทต่อคนตำแหน่งสูงกว่าอย่างการสาดน้ำใสแบบนี้น่ะหรือ...


“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ดิฉันไม่รู้ว่าจะมีคนเดินมาพอดี ฉัน...”


ซูจีรีบละล่ำละลักขอโทษ ผู้ชายคนนั้นจึงได้ถามอีกครั้ง


“เป็นพนักงานของบริษัทเราหรือเปล่าครับ อยู่แผนกอะไร”


ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ ซูจีไม่สามารถตอบได้ถ้า หากตอบไปคงจบเห่ไม่สามารถเป็นพนักงานประจำที่นี่ได้แน่นอน


“ขออภัยจริงๆ ค่ะ ยกโทษให้ดิฉันสักครั้งเถอะนะคะ”


ซูจีได้แต่ขอโทษซ้ำๆ พลางจะร้องไห้ ผู้ชายคนนั้นพูดออกมาอย่างรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย


“ตอนนี้ผมถามชื่อคุณอยู่นะ ตอบยากมากนักหรือไง”


ในตอนนั้นมีผู้ชายอีกคนวิ่งเข้ามาพร้อมกับตะโกน


“ท่านประธาน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ เดี๋ยวนะ น้ำพวกนี้มันอะไรกัน!”


ท่านประธานอย่างนั้นเหรอ ผู้ชายที่ท่าทางเหมือนเลขาฯ เลิกสนใจซูจีแล้วหันไปอีกทางแทน


“นี่ไม่ใช่เวลามาอยู่ที่นี่นะครับ ท่านรัฐมนตรีกำลังรออยู่ รีบไปเปลี่ยนชุดก่อนครับ”


แต่ทว่าท่านประธานที่เลขาฯ พูดถึงนั้นกลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด เอาแต่จ้องมาที่ซูจีไม่หยุด


“คุณจะไม่บอกชื่อตัวเองจริงๆ ใช่ไหม”


ซูจีได้แต่เอ่ยชื่อตัวเองออกไปอย่างเสียไม่ได้


“เด็กฝึกงานทีมโฆษณา ยูนซูจีค่ะ”


ซูจีตอบออกไปอย่างรู้สึกสิ้นหวังเต็มที


“ยูนซูจี คุณยูนซูจี”


เขาเอาแต่พึมพำชื่อของเธอไม่หยุดราวกับจะท่องจำให้ขึ้นใจ ซูจีรู้สึกหมดหวังแล้ว เรื่องนี้คงไม่ปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ แน่


“ท่านประธานครับ!”


เลขาฯ เรียกชื่ออีกครั้งพร้อมกับย่ำเท้าไปมา เขาจึงทำสีหน้าเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน


“ตอนนี้ผมยุ่งนิดหน่อยคงต้องขอตัวก่อน ไว้เรามาคุยเรื่องนี้กันคราวหลังนะครับ”


ซูจีได้แต่ใจเต้นกับคำว่าคราวหลังที่เขาเอ่ยออกมา





to be continued...



เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

Park Sujeong
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'รสนิย...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด