COMICOดั่งน้ำค้างกลางตะวัน

ตอนที่ 1 บทพิสูจน์...สุดเจ็บช้ำ

ดั่งน้ำค้างกลางตะวัน
นักเขียน : ชนิตร์นันท์

อ่านการ์ตูน



ตอนที่ 1 บทพิสูจน์...สุดเจ็บช้ำ



ดวงตาหวานจ้องหน้าประตูไม้สีขาวอย่างชั่งใจ แววหวานหวั่นไหวกับบางสิ่งบางอย่างที่ครุ่นคิดมาตลอดทั้งคืน ความกลัวมีมากก็จริง แต่ก็ไม่เท่าความใคร่รู้ที่เร่งเร้าให้เธอทำตามสิ่งที่ตัดสินใจและวางแผนจนทำให้ร่างบางสมส่วนมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องนี้


‘น้ำค้าง แกต้องพิสูจน์ ถ้าแกอยากรู้ว่าที่พวกยายพัชรพูดกันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า’


‘แต่...ฉันไม่กล้าหรอกดา อยู่ๆ แกจะให้ฉันไปทำอะไรอย่างนั้นได้ไง ฉันเป็นผู้หญิงนะ’


‘ฉันก็ไม่ได้ให้แกไปปล้ำพี่เขาเสียหน่อย แค่ใส่จริตเล็กๆ น้อยๆ มีมารยาหน่อยๆ ให้พี่เขาปึ๋งปั๋งบ้างน่ะ แกทำเป็นไหม ให้พี่เขาแสดงความแมนให้แกเห็นน่ะ แค่เขาตื่นตัวหรือจุ๊บๆ แกนิดหน่อยก็โอเคแล้ว แกต้องสัมผัสได้แน่ว่าเขาเป็นหรือไม่เป็น โอเคนะ!’


‘จะทำอย่างนั้นได้ไงล่ะดา พี่ชัฎเขาจะหาว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหน ที่จู่ๆ เอ่อ...เอ่อ...ไปให้ท่าเขาน่ะ’


‘อ้าว! แล้วแกจะเอายังไง มีอย่างที่ไหน คบกันมาสี่ปีไม่เคยแม้แต่จะจับมือถือแขน เป็นคนอื่นน่ะเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ไม่งั้นแกก็ถามพี่ชัฎเขาไปตรงๆ เลยว่าเป็นหรือไม่เป็น ไอ้ที่สงสัยจะได้หายเสียที ฉันเป็นเพื่อนแกนะน้ำค้าง ฉันไม่อยากให้แกตัดสินใจผิดๆ นี่ยังไม่ได้แต่งงานก็ถือว่าดีไป แต่คุณหญิงแม่ของพี่แกเล่นลงข่าวว่าลูกชายเขาจะแต่งงานต้นปีหน้าโดยที่ไม่ถามแกสักคำ แล้วแกจะยอมเรอะ เป็นฉันไม่อะ ไม่รู้พี่นพยอมได้ไง พี่นพนะพี่นพ เฮ้อ!’


กิริยาทอดถอนหายใจของนิดาทำให้ ‘น้ำค้าง’ หรือ ‘ศิศิรา’ นั่งยิ้มแหยๆ อย่างไม่รู้ว่าจะพูดต่อได้ยังไงว่าคนที่ทำให้เธอต้องคิดหนักนั้นไม่ใช่ ‘ชัฎพงษ์’ ที่เป็นคนรัก แต่ทว่าเป็น ‘นพนิตย์’ ผู้เป็นพี่ชายของเธอต่างหาก


คำพูดของนิดาเหมือนจะยังก้องอยู่ในสมองที่ตอนนี้อื้อๆ ตึงๆ กับหลายความคิดที่ประเดประดังกันเข้ามา มือบางยกขึ้นหมายจะเคาะ ก็เธอตัดสินใจแล้วนี่ อุตส่าห์ช่วยกันวางแผนจนได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองในบังกะโลริมทะเลหลังนี้ หาดส่วนตัวที่เงียบสงบ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน หากพลาดพลั้งไปคงจะไม่มีใครคาบข่าวไปถึงหนังสือพิมพ์ได้


ประตูห้องด้านหน้าถูกเปิดออกก่อนที่เธอจะทันได้เคาะเรียก ทำให้ใบหน้าสวยหวานต้องยิ้มเก้อๆ กับกิริยายกมือค้างของตัวเอง


“อ้าว! น้ำค้าง ว่าไงจ๊ะ หิวข้าวแล้วใช่ไหม มา...พี่จะพาไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกัน”


เจ้าของห้องที่เปิดประตูออกมาจัดได้ว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีมากคนหนึ่ง เรือนร่างสูงโปร่งออกจะผอมบางไปสักนิด แต่ด้วยมาดหนุ่มออฟฟิศจึงทำให้เขาดูดีไปอีกแบบหนึ่ง ผิวกายที่ขาวนวลอมชมพูกับริมฝีปากแดงระเรื่อที่เธออดจะสงสัยทุกครั้งไม่ได้ว่ามันเป็นสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเป็นสีที่เขาปรุงแต่งขึ้นมาให้ดูดียิ่งขึ้น แต่วันนี้เธอจะต้องรู้ให้ได้


“น้ำค้างจะมาชวนพี่ชัฎไปทานอาหารน่ะค่ะ แต่ไม่ต้องออกไปข้างนอก เพราะว่า...นางฟ้าเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพแล้วค่ะ”


“หือ เหรอจ๊ะ เอ...แต่ว่านางฟ้าของพี่เตรียมอะไรไว้ให้พี่ทานบ้างล่ะ” ชัฎพงษ์พูดพลางเอียงคอยิ้มเก๋ ก่อนที่จะแทรกตัวออกมาจากประตูโดยที่ไม่ได้สัมผัสร่างของศิศิราที่ยืนขวางอยู่เลยสักนิด ศิศิราปรายตามองกิริยาของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้น แววคลางแคลงใจบ่งบอก


‘นางฟ้า’ คำเรียกขานที่พี่ชายและคู่หมั้นหนุ่มมักจะใช้เรียกเธออยู่เสมอ นับจากพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตเพราะเครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อน ทำให้มีเพียงนพนิตย์คนเดียวเท่านั้นที่ดูแลเธอมาตลอด และนพนิตย์มักจะพูดเสมอว่าเธอเป็น ‘นางฟ้าน้อยๆ ที่พี่นพต้องดูแลปกป้อง’ ทำให้คู่หมั้นหนุ่มเรียกเธอว่า ‘นางฟ้า’ ตามไปอีกคน แต่ในยามนี้ไม่มีใครสักคนที่จะรู้ว่าหัวใจของนางฟ้าบอบช้ำแค่ไหน ดวงตาหวานฉายแววเศร้า แต่เพียงครู่เดียวก็กลับเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“พี่ชัฎคะ งั้นเราไปดินเนอร์กันเถอะค่ะ น้ำค้างขอฉลองความสำเร็จโปรเจ็กต์ใหม่ของพี่ชัฎล่วงหน้าเลยละกัน”


ร่างบางก้าวประชิดตัว มือบางคล้องต้นแขนชายหนุ่มในลักษณะกึ่งชวนให้เดินไปข้างหน้า


“โอ๊ะ! จ้ะ น้ำค้างเดินไปก่อนเถอะนะ ขอให้องครักษ์พิทักษ์นางฟ้าเดินตามละกัน เดี๋ยวนางฟ้าของพี่หกล้มหกลุกไป พี่ชายนางฟ้าจะได้มาเอาพี่ตายกันพอดี” ชัฎพงษ์เบี่ยงตัวหลบอย่างสุภาพพร้อมผายมือไปด้านหน้า


“ค่ะ” ใบหน้างามยิ้มหวานอย่างเขินอายในคำพูดที่คู่หมั้นหนุ่มสัพยอก ก่อนสีหน้าจะฉายแววเจ็บปวดกับความสงสัยใคร่รู้ ดวงตาหวานงดงามร้อนผ่าว แพขนตางอนหนากะพริบถี่ขับไล่หยาดน้ำตาที่พานจะไหล


‘น้ำค้าง ที่ฉันมาบอกเธอน่ะเพราะไม่ต้องการให้เธอโดนเขาสนตะพายนะ ถ้าเขาแมนเต็มร้อยคงไม่ไปเดินเฉิดฉายอยู่ในบาร์เกย์ที่ฮ่องกงหรอก เธอเชื่อฉันดิ ถ้าเธอยังไม่อยากช้ำใจ’


‘พี่นาเขาจำคนผิดหรือเปล่าพัชร ก็วันที่เธอบอกน่ะ พี่ชัฎเขาไปภูเก็ตกับฉัน แล้วพี่ชัฎเขาจะไปโผล่อยู่ที่ฮ่องกงได้ยังไง’


‘เฮ้ย! แต่พี่นาบอกว่าเป็นคุณชัฎจริงๆ นะ พี่นาจะจำคนผิดได้ไง หน้าแบบพี่ชัฎนี่ โหยเธอ เห็นห้าร้อยเมตรยังจำได้เลย’


‘แต่ก็ฝากขอบคุณพี่นากับเธอด้วยนะที่เป็นห่วง ยังไงฉันก็จะระวังไว้ ถ้าพี่ชัฎเขามีพฤติกรรมอย่างว่าจริง ฉันก็คงไม่กล้าหรอก’


ศิศิรายิ้มรับพลางเอ่ยขอบคุณทั้งพัชราและฝากขอบคุณไปถึงพี่สาวของพัชราที่เปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่ฮ่องกง แม้สมัยเรียนเธอจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพัชราที่ตอนนี้ผันตัวเองไปเป็นแอร์โอสเตสประจำสายการบินไทย-ฮ่องกงก็ตาม


แต่เมื่อเรียนจบและโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ความไม่ลงรอยก็กลับกลายเป็นสนิทสนมกันอย่างไม่รู้ตัว ศิศิรามองเพื่อนสาวสวยที่เขี่ยปลายเส้นผมตัวเองไปมาอย่างสับสน รอยยิ้มสดใสส่งไปถึงเพื่อน แต่ทว่าภายในใจนั้นอยากจะร้องไห้โฮ ข่าวร้ายที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่มีมูล...อย่างเช่นตอนนี้ไง


โต๊ะสีขาวเข้าชุดกับเก้าอี้ไม้และตัวบ้าน ตัดกับแสงสีส้มนวลในยามพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า แสงอุ่นๆ ริมทะเลประกอบกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งขับขาน สร้างบรรยากาศโรแมนติกรายล้อมรอบกาย อาหารหลายอย่างพร้อมอาหารทะเลสั่งตรงมาจากโรงแรมหรูถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงาม


“โห! น้ำค้าง เตรียมอาหารไว้ตั้งเยอะเลย แล้วจะทานกันหมดเหรอจ๊ะ มีแต่ของที่พี่ชอบทั้งนั้นเลย นางฟ้าคิดจะขุนพี่ให้อ้วนหรือไงจ๊ะ นี่พี่ก็อ้วนมากอยู่แล้ว ถ้าน้ำหนักขึ้นสักโลครึ่งโล ซัมเมอร์นี้พี่คงใส่เทรนด์ใหม่ที่สั่งมาไม่ได้แน่”


ชัฎพงษ์พูดพลางก้มสำรวจร่างกายตัวเอง กิริยามองแขนมองขาจับเอวตัวเองอย่างกับกลัวว่าไขมันจะสะสมมากยิ่งขึ้นนั้นทำให้ศิศิราต้องสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกขวัญและกำลังใจให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว


“โถ! พี่ชัฎคะ พี่ชัฎน่ะอ้วนได้อีกตั้งเยอะ นี่น้ำค้างว่าผอมไปแล้วนะคะ ถ้าพี่ชัฎอ้วนกว่านี้สักนิด มีกล้ามเนื้อสักหน่อย ขี้คร้านน้ำค้างต้องช้ำใจตายเสียก่อนแน่ค่ะ ถ้ามีสาวเล็กสาวใหญ่มาเหล่พี่ชัฎ แถมด้วยลิง ค่าง บ่าง ชะนี เก้ง กวางอีก มีหวังพี่ชัฎได้เป็นขวัญใจชาวสีม่วงแน่ๆ”


เสียงหวานพูดเรื่อยๆ ในขณะที่มือบางรินไวน์เสิร์ฟ ดวงตาหวานชำเลืองมองกิริยาของคู่หมั้นหนุ่ม ทว่าต้องชะงักกึกเมื่อสบดวงตาคมเฉี่ยวที่วาบขึ้นอย่างไม่พอใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มดังเดิม


ศิศิรารับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นเร่าของตัวเอง มือเท้าชื้นไปด้วยเหงื่อยามต้องทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จสิ้น หากเธอไม่ทำก็จะไม่มีวันรู้ว่าสิ่งที่สงสัยนั้นเป็นจริงหรือไม่ สิบอย่างที่สงสัย ร้อยอย่างที่ได้ยินมา ก็ไม่เท่าพิสูจน์ดูสักครั้ง


“น้ำค้างดื่มไวน์ด้วยหรือจ๊ะ พี่คิดว่าเราจะ No แอลกอฮอล์เสียอีก” เสียงนุ่มนวลออกจะสะบัดในตอนท้ายเหมือนจะจงใจเปลี่ยนเรื่องสนทนา


“ก็ดื่มบ้างเล็กน้อยค่ะ เวลาสังสรรค์กับเพื่อน พี่ชัฎคงไม่ว่า...”


“อืม จะว่าได้ไงจ๊ะ พี่เข้าใจ คนเราก็ต้องมีสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง แต่น้ำค้างต้องสัญญากับพี่นะจ๊ะว่าจะรู้ตัวเองอยู่เสมอ จะไม่ดื่มมากเสียจนทำให้ตัวเองเป็นอันตราย”


“ค่ะ น้ำค้างรับรอง”


รอยยิ้มหวานส่งไปให้ในขณะที่หัวใจยิ่งเต้นเร่ามากขึ้น ‘No แอลกอฮอล์...นั่นมันเราชัดๆ’ ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลยสักครั้ง นี่จะเป็นครั้งแรก เพราะถ้าเธอไม่มีแอลกอฮอล์ปะปนอยู่ในกระแสเลือดเลย เธอคงจะไม่กล้าทำอะไรที่น่าอายแบบนี้แน่


“น้ำค้างขอฉลองให้กับความสำเร็จของพี่ชัฎค่ะ ขอให้คอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาของพี่ชัฎขายหมดทุกห้องภายในหนึ่งเดือนค่ะ”


แก้วไวน์สีสวยถูกยกขึ้นตรงหน้า ชัฎพงษ์แตะสัมผัสแก้วทรงสูงที่บรรจุน้ำสีแดงสุกใสของเขากับแก้วของเธอเบาๆ ดวงตาคมเฉี่ยวหรี่มองหญิงสาวบอบบางที่มีหน้าตาสวยสดงดงามตรงหน้าอย่างแปลกใจ ศิศิราในวันนี้ดูแปลกตาไปมาก


เริ่มตั้งแต่เธอเอ่ยชวนให้เขามาเที่ยวตากอากาศกันที่นี่โดยบอกว่าเพื่อนๆ มารออยู่แล้ว แต่เมื่อมาถึงกลับมีเพียงสองคนที่เดินทางมา ส่วนเพื่อนๆ ของเธอติดธุระอย่างเร่งด่วน! ทำให้เดินทางมาสมทบไม่ได้ ยังจะกิริยาถึงเนื้อถึงตัวที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่หญิงสาวจะกล้า ตลอดจนน้ำสีแดงสดใสที่บรรจุอยู่ในแก้วทรงสูงที่หญิงสาวกระดกกลืนสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะจิบชิมรสชาติให้กระจายอยู่ในอุ้งปากอย่างที่ควรจะทำ


“น้ำค้าง...ไม่สบายหรือเปล่า มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ พี่ก็เหมือนกับนพนั่นแหละ น้ำค้างปรึกษาได้ทุกเรื่อง”


เมื่อเห็นหญิงสาวยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดดื่มทั้งที่แสดงอาการจะขย้อนออกมาตลอดเวลา ทำให้อดที่จะถามไถ่อย่างเสียไม่ได้


“น้ำ...ค้าง มะ ม่ายเป็นอะไรค่ะ ม่ายได้กุ้มใจอะไรด้วย แค่...น้ำ...ค้าง เอิ๊ก! ดีใจกับพี่ชัฎและก็ดีใจกับตัวเอง...ก็เท่าน้านเอง...เอิ๊ก!”


“ดีใจ... ดีใจเรื่องอะไรกันจ๊ะ ถ้าเรื่องคอนโดพี่ขอบใจมาก ถ้าไม่ได้นพช่วยพี่ก็คงจะไม่มีกำลังใจทำจนสำเร็จ”


ศิศิราเหมือนจะเห็นแวววาบประหลาดปรากฏในดวงตาคมเฉี่ยวคู่นั้น รอยวาบที่ปรากฏมันเจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เธอหนาวสะท้านไปถึงข้างใน


“ก็ทั้งเรื่องคอนโด และก็เรื่องที่คุณหญิงป้า...จะจัดงานแต่งงานให้เรายังไงคะ น้ำ...ค้าง ดีใจม๊ากมาก... พี่นพก็คงจะดีใจไปกับน้ำค้างและก็พี่ชัฎ เอิ๊ก!”


“ระ เหรอจ๊ะ นพเขาบอกน้ำค้างแบบนั้นเหรอ” แววกราดเกรี้ยวปรากฏพร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปากดั่งคนเจ็บช้ำอะไรบางอย่างในใจ


“ก็...ช่าย...สิคะ ก็น้ำค้างน่ะเป็นนางฟ้าของพี่นพ...นี่ค่ะ อะไรที่น้ำค้าง...มี...ฟาม...สุข พี่นพก็มี...ฟาม...สุขไปด้วยเสมอ พี่ชัฎว่าไหมคะ”


“เอ่อ...จ้ะ ตามนั้น” ใบหน้าคมเชิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวในขณะที่ในใจประหวัดถึงคนที่จะตามมาในวันรุ่งขึ้น


ร่างบางเดินโซเซมาตามโต๊ะก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงใกล้ๆ คู่หมั้น ชัฎพงษ์กระเถิบหนีอย่างอัตโนมัติแต่ก็ยังคงสงวนท่าทีไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป ดวงตาคมวาวขึ้นด้วยความไม่พอใจในกิริยาที่หญิงสาวเป็นและความขุ่นมัวในใจที่ต้องรอให้คนต้นเรื่องมาแก้ไข ผิดกับดวงตาที่ช้อนขึ้นสบคู่หมั้นหนุ่มหวานหยาดเยิ้ม มือบางเอื้อมไปข้างหน้าหมายจะคล้องคอ แต่ก็โดนปัดป้องไม่ให้เข้าใกล้


“น้ำค้าง...เมาแล้วนะเนี่ย นี่ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่านะ ปกติน้ำค้างก็เรียบร้อยนี่ ทำไมถึงทำอะไรไม่สำรวมแบบนี้” เสียงทุ้มปนหวานสะบัดพูดอย่างไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร


“โถ! พี่ชัฎขา... น้ำ...ค้าง ม่ายเมานะคะ แค่มึน...นิดหน่อย พี่ชัฎ...พาน้ำค้างไปส่งที่ห้องนอนหน่อยนะคะ”


ข้อมือตวัดโอบรัดรอบลำคอที่ชัฎพงษ์หลบหลีกไม่ทัน ก่อนที่ร่างบางแต่ทว่าสมส่วนไปด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวจะทิ้งร่างนั่งลงบนตักคู่หมั้นของตัวเองอย่างไม่นึกรังเกียจรังงอนอะไรอีกแล้ว ในยามนี้สมองสั่งเพียงอย่างเดียวคือต้องพิสูจน์ในสิ่งที่สงสัยให้ได้


“เอ่อ...น้ำค้าง น้ำค้างลุกขึ้นเดี๋ยวนี้! อย่าทำแบบนี้นะ มันไม่งาม ถ้าใครเขามาเห็นเข้า” เสียงสะบัดเข้มขึ้นอย่างระงับอารมณ์ที่เริ่มครุกรุ่นไปด้วยไอโกรธเกรี้ยวไม่อยู่


“อิๆ... ใครจะมาเห็นคะ แต่...ถึงเห็นก็...ม่าย...เป็นไร ก็น้ำค้างกับพี่ชัฎจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ คนรักกันจะจู๋จี๋กันไม่ได้หรือคะ ใช่ไหม...คนหล่อ พี่ชัฎขา...พาน้ำค้างไปส่งห้องหน่อยนะคะ”


ใบหน้านวลแนบซบอยู่ที่หน้าอกของคู่หมั้น ดวงตาหวานคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อสิ่งใหม่ที่ล่วงรู้กลับยิ่งตอกย้ำในความสงสัย ‘น้ำหอม’ มันคงไม่แปลกหากมันจะเป็นน้ำหอมผู้ชาย แต่...ไม่ใช่


“อื้อ...ตัวพี่ชัฎห๊อมหอม... พี่ชัฎใส่น้ำหอมอะไรคะ”


“เหรอจ๊ะ หอมเหรอจ๊ะ ขวดนี้น่ะนพเขาซื้อมาฝากจากปารีสเลยนะ”


ชัฎพงษ์เหมือนจะลืมความขุ่นใจในคราแรกเพียงแค่ได้คุยในเรื่องสวยๆ งามๆ เสียงหวานกับดวงตาพร่างพราวยามนึกไปถึงใครคนนั้น


“งั้นเหรอคะ พี่นพนี่เข้าใจซื้อของมาฝากพี่ชัฎ ดูไปแล้วพี่นพจะรักพี่ชัฎมากกว่าน้ำค้าง...อีกนะเนี่ย” น้ำค้างมองใบหน้าหล่อเหลาที่ระเรื่อขึ้นด้วยความอาย ก่อนจะตัดสินใจทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้


“พี่ชัฎขา...พาน้ำค้างไปนอนหน่อยนะ น้ำค้างเดิน...ม่าย...ไหว”


“เอ่อ...”


“นะค้า... พาไปหน่อยนะ... พี่ชัฎขา...พาไปหน่อยนะ”


ชัฎพงษ์จำใจต้องอุ้มศิศิราอย่างทุลักทุเล เพราะไม่งั้นเธอไม่ยอมปล่อยเขาแน่วันนี้ แม้ระเบียงหน้าบ้านกับห้องนอนด้านในจะไม่ไกลกันมาก แต่เขาที่ไม่เคยหยิบจับของหนักมาก่อนก็แทบจะทนอุ้มเธอไปถึงห้องไม่ไหว ยิ่งมาเห็นเรือนร่างสตรีอย่างใกล้ชิดในลักษณะถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความอึดอัดใจ


ดวงตากราดเกรี้ยวมองตรงไปข้างหน้า ไม่อยากชำเลืองคนในอ้อมแขนสักนิด เสื้อคอปาดลาดต่ำเน้นทรวงอกเบียดแนบชิดไม่ทำให้เขาเกิดอาการใดนอกจากแสยงขนเสียจนอยากไปรดน้ำมนต์สักเจ็ดวัดเก้าวัด


“ว้าย! ปล่อยนะน้ำค้าง ปล่อย... พี่บอกให้ปล่อย” ชัฎพงษ์ดิ้นรนหนีในทันทีที่ส่งเจ้าหล่อนถึงเตียง ด้วยอยู่ๆ คนที่นอนอ่อนระทวยก็โน้มศีรษะเขาเข้าไปใกล้


“ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้! น้ำค้าง เมาแล้วก็นอนซะ อย่าทำแบบนี้”


“ไม่ปล่อยค่ะ พี่ชัฎขา... มองน้ำค้างสิคะ น้ำ...ค้าง...ไม่สวยตรง...หนาย... ดูสิคะ” เสื้อคอปาดถูกรั้งลงต่ำ เผยให้เห็นไหล่เนียนละมุนและทรวงอกอวบอิ่ม


“สะ สวยจ้ะ น้ำค้างสวยมาก แต่...ปล่อยพี่เถอะนะ พี่ไม่อยากให้น้ำค้างต้องเสียหาย”


“โธ่! พี่ชัฎขา... แค่กอดกันนิด หอมกันหน่อย น้ำค้างไม่เสียหายหรอกค่ะ อีกไม่กี่เดือนเราก็จะแต่งงานกันแล้ว น้ำค้างไม่ว่าพี่ชัฎหรอกค่ะ”


“ไม่เอาหรอก พี่ไม่อยากเอาเปรียบนางฟ้าของพี่ ปล่อยพี่เถอะนะ ถ้านพรู้เข้าคงต่อว่าพี่แน่ๆ ที่ทำรุ่มร่าม” ชัฎพงษ์พยายามแกะมือที่เกาะเกี่ยวต้นคอตัวเองออก แต่ลักษณะคู้กายทำให้แกะไม่สะดวก


“พี่ชัฎขา...” ข้อมือบางโน้มคอคู่หมั้นจนสุดแรง ส่งผลให้ชัฎพงษ์เสียหลักล้มทับบนร่างบางทั้งตัว


“โอ๊ะ! ว้าย!!”


ริมฝีปากแตะต้องสัมผัสกันโดยความตั้งใจของศิศิรา แต่เป็นความตกใจของอีกฝ่าย ริมฝีปากบางพยายามบดเบียดริมฝีปากอ่อนนุ่มเกินบุรุษของอีกฝ่ายตามที่เคยพบเห็นในละครทีวี โดยไม่สนใจแรงดิ้นหนีของชัฎพงษ์ที่พยายามแกะมือที่โอบกอดรอบต้นคออย่างสติแตก


“ปล่อย!!! นังบ้า! แกมันบ้าไปแล้ว นังบ้า! นังร่าน! อดอยากปากแห้งนักนะแก นางฟ้าจอมปลอม นางมารของจริง แหวะ!... อ้วก!... อีบ้า! แก...ฉันหมดความอดทนกับแกแล้ว อีบ้า! อี...อี...อีเรยา ฉันไม่รู้จะด่าจะเปรียบเปรยแกกับอะไรดี แค่ฉันลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับแกก็มากพอแล้ว ยังจะมาทำทุเรศให้ฉันสมเพชความบ้าความปัญญาอ่อนของแกมากเข้าไปอีก รู้ไว้ด้วยว่าฉันอยากจะอาเจียนทุกครั้งที่เรียกแกว่านางฟ้า อยากจะเรียกว่านางมารซะมากกว่า ฉันจะกลับกรุงเทพฯ แกอยากจะร่านอยู่ต่อ หรือจะไปร่านระริกกับใครก็เรื่องของแก อีบ้า!”


เสียงเดินลงส้นด้วยความโมโหจากออกไปจนไม่ได้ยินอะไรอีก แต่ก็ไม่ทำให้ร่างบอบบางที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงมีปฏิกิริยาอะไร ท้องฟ้าข้างหน้าที่มืดมนไม่เท่ากับใจที่มองไม่เห็นแสงสว่างใดหลงเหลือ น้ำตาที่ไหลลงอาบสองแก้มยังคงไหลต่อดังก๊อกรั่ว แต่ไม่มีแม้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา


ฝ่ามือบางยกขึ้นเช็ดริมฝีปากที่เจือสีชมพูระเรื่อ กลิ่นสตรอว์เบอร์รีที่เคลือบริมฝีปากอยู่คือคำตอบที่เธอเพียรถาม ทั้งกิริยาต่างๆ ที่เขาทำ ไม่มีตรงไหนที่จะบอกว่าสิ่งที่คิด...ไม่จริง


คำด่าทอแสนเจ็บแสบเหมือนจะวิ่งวนเวียนไปมาอยู่ในหัวสมอง ‘ร่าน!’ สมควรแล้วใช่ไหมที่ถูกเรียกขานแบบนั้น สิ่งที่เธอทำอยู่มันสมควรที่เขาจะเรียกเธอแบบนั้นใช่ไหม ภาพใบหน้าพี่ชายผ่านเข้ามาในความคิด


“พี่นพ... ทำไมทำกับน้ำค้างแบบนี้...”



โปรดติดตามตอนต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

ชนิตร์นันท์
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ดั่งน...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด