COMICOภรรยากาฝาก

ตอนที่ 1 คุณแม่กาฝาก 1

ภรรยากาฝาก
นักเขียน : อุมารินทร์

อ่านการ์ตูน

ตอนที่ 1

คุณแม่กาฝาก 1

ประตูกระจกบานสูงเกือบสามเมตรถูกเปิดออกด้วยมือของพนักงานเปิดประตูของโรงแรมห้าดาวซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายหลายสิบกิโลเมตร ก่อนที่ร่างบางระหงในชุดกี่เพ้าแบบสั้นสีชมพูอมม่วงจะก้าวเข้ามาภายในส่วนของฟรอนต์ ออฟฟิศ พนักงานทุกคนต่างก็ให้ความสนใจและจับจ้องความงดงามทั้งเรือนร่างอรชรและรอยยิ้มสดใสของหญิงสาว แต่ภายใต้ความสดใสที่ว่านั้น มีน้อยคนนักที่จะไม่รู้ว่าดวงตาคู่สวยมีความเศร้าหมองซุกซ่อนเอาไว้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา


มือขวาของเธอจับจูงมือเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยย่างสามขวบในชุดกี่เพ้าสีและแบบเดียวกันแต่ต่างไซส์ ใบหน้าของทั้งคู่นั้นเรียกได้ว่าแทบจะถอดแบบกันออกมา จะแตกต่างก็เพียงแค่องค์ประกอบบางอย่างบนใบหน้าเล็กๆ ยังมีส่วนคล้ายบิดา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...ดวิษ ชลพรรศ-ไกรการ ประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ บริษัทเฌอวาริช โฮเทล จำกัด นั่นเอง


หลังจากทักทายกับพนักงานฝ่ายต้อนรับเสร็จแล้ว สองแม่ลูกก็จับจูงกันเดินไปขึ้นลิฟต์ มุ่งหน้าไปยังส่วนออฟฟิศบริหารซึ่งเป็นอาคารเดี่ยวยกสูงตั้งอยู่ทางด้านหลังของตัวโรงแรมโดยมีสะพานเชื่อมออกไป ระหว่างทางก็ยังต้องส่งยิ้มทักทายกับพนักงานเป็นระยะๆ มีหลายคนที่ถือวิสาสะแวะทักทายและคุยเล่นกับคุณหนูตัวน้อย ทายาทคนเดียวของประธานหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ตอนนี้บินไปทำธุระยังต่างประเทศและมีกำหนดการจะกลับมาถึงสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงในเย็นวันนี้


“เหนื่อยไหมคะ” มิสาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อพาร่างเล็กๆ เดินมาถึงห้องที่มีป้ายติดว่า ‘ประธานรรมการบริหาร’ ซึ่งมีชายหนุ่มวัยสามสิบสามควบตำแหน่งพ่อของลูกเธอเป็นเจ้าของห้อง


“ไม่เหนื่อยค่ะ แม่มิสไม่เหนื่อย ลูกก็ไม่เหนื่อย” เสียงเล็กๆ ใสๆ ตอบกลับมา


คำว่า ‘เหนื่อย’ ออกเสียงไม่ชัด ฟังเกือบจะเพี้ยนเป็น ‘หน่วย’ ทำให้คนเป็นแม่คลี่ยิ้มกว้างแล้วย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้า สบตาใสแจ๋วคู่นั้นด้วยความรักสุดหัวใจ


“ถ้าอย่างงั้น วันนี้แม่ตรวจงานให้คุณพ่อเสร็จแล้วเราไปว่ายน้ำกันดีไหมคะ” หญิงสาวทำน้ำเสียงตื่นเต้น


คนตัวเล็กพอได้ยินก็กระโดดดึ๋งๆ ฉีกยิ้มร่าจนใบหน้ากลมๆ นั้นยู่ย่น


“ไปค่ะ ไปว่ายน้ำแล้วก็ไปรับคุณพ่อนะคะ”


ยิ้มกว้างๆ ของมารดาค่อยๆ หุบลงทันทีที่แม่หนูเอ่ยจบ


“นะคะแม่มิส...นะคะ ลูกอยากไปรับคุณพ่อ อยากไปกับแม่มิส” หนูน้อยเริ่มอ้อน


มิสาวางสีหน้าไม่ถูก เธอไม่อยากขัดใจลูกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ แต่คำว่า ‘ใครใช้ให้เสนอหน้ามา’ เมื่อครั้งที่เธอไปรับเขาที่สนามบินเมื่อสองปีก่อนทำให้หญิงสาวต้องใจแข็ง ครั้นจะอธิบายตามความเป็นจริง ลูกก็ยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจในความบาดหมางและความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอ


“แต่ลูกก็ไปกับป้าแต้วกับลุงวีได้นี่คะ” เธอหมายถึงสองสามีภรรยาที่คนหนึ่งเป็นคนขับรถประจำบ้าน ส่วนอีกคนเป็นแม่บ้านวัยห้าสิบเศษที่คอยควบคุมดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างในบ้าน


“ลูกอยากให้แม่มิสไป คุณพ่อจะได้หอม...หอมแก้มแม่มิส”


ไปรับเขาครั้งก่อน ลูกคงเห็นภาพการต้อนรับการทักทายอย่างอบอุ่นติดมาจากที่สนามบิน มิสาคิดแล้วน้ำตาตกใน สงสารลูก...สงสารตัวเอง ด้วยรู้ว่าภาพความอบอุ่นอ่อนโยนเช่นนั้นไม่มีวันเกิดขึ้นระหว่างเธอกับ ‘เขา’


หญิงสาวลอบถอนหายใจแผ่วเบา ลุกขึ้นยืนแล้วจูงลูกสาวเข้าไปนั่งบนโซฟารับแขกภายในห้องทำงานกว้างขวางสมฐานะและตำแหน่งผู้เป็นเจ้าของ ก่อนเดินไปเปิดม่านรับแสงสว่างเต็มที่ ดวงตาซ่อนความช้ำมองผ่านบานกระจก ดูความงดงามของเนินเขา ท้องฟ้าและสายน้ำที่เป็นลำธารขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวโรงแรมเอาไว้ น้ำในคลองใสสะอาด รอบๆ ปกคลุมด้วยผืนหญ้าสีเขียวเข้ม มีหงส์ขาวหงส์ดำหลายตัวลอยไปลอยมาอวดความสง่างามให้ผู้เข้าพักได้ชื่นชม


เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างเล็กๆ ลุกจากโซฟาเดินไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะรูปของชายหนุ่มผิวสีแทน เจ้าของใบหน้าคมเข้มในเสื้อลำลองโปโลสีดำ ในอ้อมแขนมีทารกวัยสามเดือนหน้าตาจิ้มลิ้มร่างกลมป้อมน่ารักน่าชังคนเดียวกับที่ยืนมองกรอบรูปตาแป๋วอยู่ในขณะนี้


“ลูกคิดถึงคุณพ่อ” หนูน้อยรำพึงออกมาลอยๆ


ความคิดถึงของลูกที่มีต่อพ่อไม่เดียงสา ไม่มีความเศร้าสลดในน้ำเสียงใสๆ ที่ฟังดูไม่ชัดถ้อยชัดคำนั้น แต่บาดหัวใจคนฟังเป็นที่สุด


‘แม่ก็คิดถึงจ้ะ’ เธอตอบลูกเพียงในใจ แต่สิ่งที่เอ่ยออกมาคือ “เย็นนี้คุณพ่อก็กลับมาแล้วนะคะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เจอกันแล้ว”


“แม่มิสคิดถึงคุณพ่อไหมคะ”


“คิดถึงสิคะลูก” มิสาเลือกที่จะไม่โกหกลูก ไม่โกหกตัวเอง และมันคุ้มเหลือเกินกับรอยยิ้มแสนสุขบนใบหน้าจิ้มลิ้มเล็กจ้อยเมื่อสิ้นคำตอบของเธอ


“ถ้าอย่างนั้น...เราไปรับคุณพ่อกันนะคะ”


ในที่สุดหญิงสาวก็จำต้องพยักหน้ารับปาก ลูกทั้งออด ทั้งอ้อน มีหรือที่เธอจะใจแข็งได้นาน แม้จะต้องเตรียมใจไปเผชิญกับสีหน้าไม่พอใจและวาจาเชือดเฉือนของเขา เธอก็จะทน เพื่อลูก...


มิสาหยิบตุ๊กตาลูกแกะสามสี่ตัว รวมถึงของเล่นเสริมพัฒนาการตามวัยของลูกออกมาวางบนโซฟา จากนั้นก็เดินกลับไปนั่งอ่านเอกสารด่วนซึ่งต้องใช้ภายในวันนี้และเขาให้สิทธิ์เธอมีอำนาจเซ็นแทนได้ในฐานะผู้ถือหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์ในบริษัท จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เธอจึงเก็บของ พาลูกไปยังสระว่ายน้ำที่แยกออกมาจากสระสำหรับแขก แต่ปรากฏว่าพนักงานกำลังทำการเปลี่ยนน้ำในสระ หญิงสาวจึงต้องไปใช้สระรวมซึ่งตอนนี้มีลูกค้าชาวต่างชาตินั่งอาบแดดอยู่ราวๆ สามถึงสี่เตียง และลูกค้าชาวไทยกลุ่มเล็กๆ นั่งพักผ่อนอยู่ที่ม้านั่งห่างออกไปทางที่ติดกับ ‘ธารหงส์’


คุณแม่ยังสาวเปลี่ยนจากชุดกี่เพ้าตัวสวยมาอยู่ในชุดว่ายน้ำทูพีชสีฟ้าพาสเทลแบบคล้องคอ ชิ้นล่างเป็นกางเกงคลุมสะโพกทับด้วยกระโปรงสั้นเป็นระบาย ดูพอเหมาะพอเจาะ แต่ก็อวดเรือนร่างกลมกลึงงามจับตาเกินกว่าจะเป็นมารดาของลูกสาวตัวอวบในชุดว่ายน้ำเด็กสีสดใสที่ลอยห่วงยางป๋อมแป๋มในสระได้ หน้าท้องเธอแบนราบไร้ส่วนเกิน

แม้เพียงนิด รับกับช่วงเอวคอดกิ่วและสะโพกผายโค้งเว้าเย้ายวนจนสองหนุ่มตาน้ำข้าวต้องทิ้งสายตามามองเป็นจุดเดียว


“วันนี้พอก่อนนะคะ ไปดื่มนมให้แม่กล่อมนอน ตื่นมาจะได้ไปรับคุณพ่อแล้วกลับบ้านกันนะคะ”


บ้านที่หญิงสาวว่าคือ คฤหาสน์สไตล์โคโลเนียลร่วมสมัยที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเนินเขาทรงกลมคล้ายหลังเต่า ล้อมรอบด้วยสวนส้มขนาดใหญ่นามว่า ‘สวนสิริยา’ ตามชื่อผู้เป็นเจ้าของซึ่งก็คือคุณสิริยา คุณย่าผู้ล่วงลับของดวิษนั่นเอง


“ไม่นอนได้ไหมคะ รับคุณพ่อ...แล้วค่อยนอน” แม่หนูต่อรองก่อนจะยกมือวักน้ำตีขาเล่น


มิสาขมวดคิ้วเม้มปากพร้อมทั้งส่ายหน้าปฏิเสธ ถึงเวลานอนกลางวันทีไร เป็นอย่างนี้ทุกครั้งไปสิน่า


“ถ้าลูกไม่นอน พอถึงตอนไปรับคุณพ่อ ลูกจะง่วง แล้วก็หลับก่อนได้เจอคุณพ่อนะคะ” หญิงสาวยกเหตุผลขึ้นมาตะล่อม ลูกสาวกะพริบตาปริบๆ คล้ายทำความเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด


“ลูกจะนอนนิดเดียว”


มิสาหัวเราะน้อยๆ กับความช่างต่อรองนั้น


“ได้ค่ะ งั้นเราขึ้นจากสระกันดีกว่านะคะ”


“ค่า”


พอลูกสาวพยักหน้า หญิงสาวก็จัดการยกร่างเล็กๆ ขึ้นบันไดสระ ถอดห่วงยางลายการ์ตูนวางไว้ขอบสระเพื่อให้แม่หนูเดินสะดวก พอขึ้นมาได้ก็เดินกลับไปที่เก้าอี้นอนริมสระ ส่วนเด็กหญิงดวิสานั้น พอมองกลับไปเห็นห่วงยางของตนวางอยู่ใกล้ๆ บันไดลงสระก็วิ่งดุ๊กๆ ไปเก็บทันที


“ลูกชุบ อย่าวิ่งไปลูกเดี๋ยวแม่เก็บให้!” มิสาร้องเรียกตามหลังอย่างตกใจ แล้วทันใดนั้นหัวใจของคนเป็นแม่ก็ถูกกระชากอย่างแรงเมื่อเท้าเล็กเหยียบลงบนครีมกันแดดวงใหญ่ที่เธอทำหกไว้ ก่อนที่ขาอวบๆ จะแฉลบพาร่างของหนูน้อยล้มลงฟาดขอบสระอย่างแรง ศีรษะเล็กๆ กระทบพื้นจนได้ยินเสียงดัง


ปุก!


“ลูก!” หญิงสาวแทบสิ้นสติ ร้องเสียงหลงพลางกระโจนไปยังขอบสระที่ตอนนี้มีร่างกลมป้อมพยุงตัวขึ้นมานั่งแผดเสียงร้องไห้จ้าเรียกความสนใจจากพนักงานที่อยู่ในตัวอาคารราวๆ สามสี่คนให้วิ่งออกมาด้วยความแตกตื่น ทำท่าจะเข้ามาช่วยโอ๋ แต่มิสาที่ตั้งสติได้ก่อนจึงโบกมือพร้อมทั้งส่งสัญญาณให้ทุกคนถอยห่างออกไป


เธอตกใจ แต่ก็ไม่แสดงออกจนลูกพลอยเสียขวัญไปด้วย สิ่งที่หญิงสาวทำต่อจากนั้นคือถามลูกว่าเจ็บตรงไหนบ้างนอกจากหน้าผากที่ปูดโนขึ้นมาชัดเจนนั้น พอได้คำตอบปนเสียงสะอึกสะอื้นว่าไม่เจ็บที่อื่นหญิงสาวจึงเริ่มใจชื้น


สงสารจับใจแต่ก็ต้องเข้มแข็งเป็นตัวอย่างให้คนเจ็บ หนุ่ม


ผมบรอนซ์สองคนลุกมาถามไถ่อาการ พอเธอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากพร้อมรอยยิ้มขอบคุณ ทั้งคู่จึงเดินกลับไป บริเวณนี้จึงมีเพียงสองแม่ลูกและพนักงานของทางโรงแรมที่เฝ้ามองอาการอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ


“โอ้โห ดูสิคะ พี่เป็ดยิ้มให้ลูกด้วย...” หญิงสาวชี้นำเบี่ยงเบนความสนใจให้ลูกลืมเจ็บ เอื้อมมือไปหยิบห่วงยางจิ๋วรูปเป็ดยิ้มมาวางใกล้ๆ ร่างเล็ก


“พี่เป็ดยิ้มให้...” เด็กหญิงดวิสาทวนคำเสียงอู้อี้ขึ้นจมูก น้ำตายังคลอเต็มเบ้า


“พี่เป็ดถามว่าน้องลูกชุบเจ็บตรงไหนคะ เจ็บมากรึเปล่า” เธอพยายามทำเสียงใสแม้ในใจหวิวไหวอย่างบอกไม่ถูก


ถ้าเขาเห็นลูกเจ็บ...มิสาไม่อยากจะคิด ถึงเขาจะเกลียดเธอ แต่สำหรับลูกนั้นเป็นยิ่งกว่าหัวใจทั้งดวง หากเย็นนี้เขาเห็นร่องรอยบนหน้าผากและแขนขวาของลูก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครจะโดนเล่นงาน


“เจ็บตรงนี้ค่ะ เจ็บนิดเดียว” มือน้อยแตะหน้าผากตรงรอยปูดช้ำเลือดนั้น


เสียงสั่นๆ ทำให้คนเป็นแม่หลุดจากภวังค์แล้วระบายยิ้มอ่อนโยน


“เพี้ยง! พี่เป็ดเป่าให้แล้ว อีกเดี๋ยวเดียวก็หายเจ็บแล้วนะคะ” มิสาคว้าเอาห่วงยางมาสวมที่คอ หันรูปเป็ดออกมาประกอบคำพูด และกิริยาเช่นนี้ก็เรียกยิ้มแรกออกมาหลังจากกินน้ำตาไปหลายอึก


“ลูกชุบหายเจ็บแล้วค่ะ”


“เก่งมากๆ เลยค่า” เธอยังเลียนเสียงเป็นพี่เป็ด “ถ้าอย่างงั้นน้องลูกชุบไปเปลี่ยนชุดแล้วไปหาคุณลุงหมอกันดีกว่านะคะ”


คุณลุงหมอคือนายแพทย์ประจำตัวหนูน้อย ไม่ว่าจะเจ็บเล็กๆ หรือป่วยน้อยๆ คุณลุงหมอตัวใหญ่ใจดีก็จะเป็นคนที่รับมือและรับรักษาจนลูกชุบเคยชินและไม่มีอาการ ‘กลัวหมอ’ อย่างที่เด็กหลายๆ คนเป็นกัน


จากที่ตอนแรกเธอคิดว่าจะกล่อมลูกนอนแล้วค่อยพาไปรับเขาที่สนามบิน กลับต้องเปลี่ยนแผนไปโรงพยาบาลแทน ถึงจะไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ขอให้ถึงมือหมอเช็กอาการให้แน่ใจก่อนเป็นดีที่สุด





to be continued...


เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง
  • ถูกใจ

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

อุมารินทร์
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ภรรยา...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด