ตอนที่ 2 บทที่ 1 ย้ายโรงเรียน (ตอนปลาย)

คืนก่อนที่เสียงของนุเอะจะสิ้นสุดลง
นักเขียน : door

อ่านการ์ตูน



“ย้ายโรงเรียน" ให้ความรู้สึกแบบไหนงั้นเหรอ?


ตั้งแต่สมัยชั้นประถม ในบางครั้งฉันก็เกิดความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้


ดังนั้นในตอนที่มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งย้ายโรงเรียนมาที่ห้องของฉันตอนมัธยมต้นและมานั่งข้างฉัน จึงทำให้ตัดสินใจลองถามเด็กคนนั้นออกไป

เพื่อน

เอ๊ะ? รู้สึกแบบไหนตอนย้ายโรงเรียน? เธอนี่ถามอะไรแปลกจัง

พอลองนึกดูในตอนนี้คงจะแปลกจริงๆ แต่เด็กคนนั้นกลับยิ้มแห้งๆ พร้อมกับตอบคำถามไร้มารยาทของฉัน

เพื่อน

อืม บอกได้แค่ว่าไม่รู้เหมือนกันละมั้ง

ซาคากิบาระ ไรมุ

หมายความว่าไงอะ?

เพื่อน

ฉันย้ายโรงเรียนมาจนตัวเองจำไม่ได้แล้วว่ากี่ครั้ง หลังจากที่ย้ายเกินสิบครั้งฉันก็เลิกนับ

เพื่อน

แรกๆ ฉันไม่ชอบเลยที่ต้องแยกกับเพื่อนสนิท มันเหงามากเลยนะ แต่ตอนนี้ฉันชินซะแล้ว

ซาคากิบาระ ไรมุ

เอ๋

เพื่อน

คำแนะนำตัว ฉันก็เปลี่ยนให้เป็นคำพูดแบบตัวฉันเอง ตอนที่ต้องเขียนชื่อตัวเองลงบนกระดานดำก็รู้สึกว่าอีกแล้วเหรอเนี่ย

เพื่อน

แล้วทำไมพวกอาจารย์ต้องให้นักเรียนที่ย้ายโรงเรียนเขียนชื่อลงบนกระดานดำ แล้วยังกำหนดให้เขียนด้วยชอล์กสีขาวอีก ไม่เห็นจะมีใครใช้สีเหลืองหรือสีแดงเลยสักคน

ซาคากิบาระ ไรมุ

นั่นเพราะถ้าไม่เขียนชื่อด้วยสีขาวแต่เป็นสีเหลือง ตัวคันจิจะอ่านยากไม่ใช่เหรอ ถึงมีบางคนเขียนเป็นตัวคาตาคานะหรือฮิรางานะก็เถอะ

ซาคากิบาระ ไรมุ

แต่ชอล์กสีขาวอ่านออกง่ายที่สุดแล้ว ถ้าเขียนด้วยสีแดง คนที่นั่งด้านหลังจะมองไม่ชัด

ฉันอ่ยตอบด้วยสีหน้าจริงจังจนทำให้เด็กคนนั้นงงงันไปชั่วขณะหนึ่ง

เพื่อน

เธอนี่จริงจังชะมัดเลยนะ

เด็กคนนั้นเอ่ยพร้อมกับหัวเราะ


หลังจากนั้นฉันก็ไปไหนมาไหนกับเด็กคนนั้นตลอด ทั้งกินข้าวเที่ยงด้วยกันหรือแม้แต่อ่านหนังสือด้วยกันก่อนสอบ แต่หลังจากผ่านไปสองเดือน เธอก็เอ่ยกับฉันว่า

เพื่อน

ฉันจะย้ายโรงเรียนอีกแล้วล่ะ

ตอนที่ได้ยิน ฉันรู้สึกแบบไหนกันนะ?


เหงา? ทำใจ?


จำไม่ค่อยได้แล้วสิ

ซาคากิบาระ ไรมุ

ทั้งที่พวกเราอุตส่าห์สนิทกันแล้ว

เพื่อน

ขอโทษนะไรมุ ถึงแม้เวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกันจะสั้น แต่เพราะพวกเราเป็นเพื่อนกัน ฉันก็เลยบอกกับเธอตรงๆ ฉันชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว

เพื่อน

แม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนที่สนิทกัน แต่เพราะงานของพ่อแม่ทำให้พวกเราต้องห่างกัน เป็นแบบนี้ดีแล้วล่ะ ถึงจะน่าเหนื่อยหน่ายไปสักหน่อย...

นี่ก็คงเป็นการบอกลาเพื่อนในแบบของเธอเองเหมือนกับตอนแนะนำตัวและเขียนชื่อลงบนกระดานดำสินะ


คงเป็นแบบนั้น การย้ายโรงเรียนที่มีคนไปยืนอำลาและยืนต้อนรับคงเป็นสิ่งไม่ปกติสำหรับเจ้าตัวแค่ครั้งแรกเท่านั้น หลังจากนั้นทั้งหมดคงเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้เด็กคนนั้นอาจจะกำลังแนะนำตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งอีกหลายครั้ง คงกำลังยืนหันหลังให้กับกระดานดำที่เขียนชื่อของตัวเองด้วยชอล์กสีขาว


ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงยกเรื่องสมัยมัธยมต้นขึ้นมาเล่าแบบนี้ ก็ต้องตอบอย่างง่ายดายว่าฉันกำลังจะ “ย้ายโรงเรียน”


จุดเริ่มต้นมาจากเรื่องที่แม่คุยกับฉันในเช้าวันหนึ่ง


เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ ฉันจึงนอนยาวถึงสิบโมง ฉันตั้งใจเดินลงจากชั้นสองไปด้านล่างเพื่อล้างหน้า เมื่อลงมาถึง สายตาพลันสะดุดเข้ากับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ของแม่

ซาคากิบาระ ไรมุ

ของด้านข้างนี่อะไร แม่จะไปเที่ยวเหรอ?

ฉันเอ่ยถาม

แม่ของไรมุ

เปล่า จะย้ายบ้านน่ะ

แม่ตอบกลับมาอย่างเย็นชา

ซาคากิบาระ ไรมุ

อือ

ฉันตรงไปยังอ่างล้างหน้าในขณะที่ยังสะลึมสะลือ


ก็คิดอยู่ว่ารีบเตรียมตัวอะไรตั้งแต่เช้า ที่แท้เตรียมตัวย้ายบ้านหรอกเหรอ


...หือ เอ๊ะ!


ฉันรีบวิ่งกลับไปหาแม่ทั้งที่มีแปรงสีฟันคาอยู่ในปาก

ซาคากิบาระ ไรมุ

ทำไมล่ะ!

แม่ของไรมุ

พ่อต้องย้ายที่ทำงานน่ะสิ จะให้ไปคนเดียวก็ไม่ได้หรอก

ซาคากิบาระ ไรมุ

แล้วทำไมถึงมาบอกกะทันหันล่ะ

แม่ของไรมุ

ก็แบบนั้นแหละ แม่เองก็เพิ่งได้ยินเมื่อเช้า

ซาคากิบาระ ไรมุ

จากพ่อน่ะเหรอ?

แม่ของไรมุ

ใช่ พ่อบอกเมื่อเช้าก่อนออกไปข้างนอกว่ารู้ตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วแต่ลืมบอก

ลืมบอกเรื่องใหญ่แบบนั้นเนี่ยนะ? แต่เมื่อคิดว่าถ้าเป็นพ่อของฉันอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติก็ได้ พ่อของฉันเวลาอยู่ที่บ้าน หากจะพูดให้ฟังดูดีหน่อยคือเป็นคนรักอิสระ ไม่มีกฎเกณฑ์อะไร แต่ถ้าจะพูดให้แย่คือเป็นคนเอาแต่ใจ โดยเอาแค่ตัวเองเป็นศูนย์กลาง ขลุกตัวอยู่ในห้องวิจัยไม่ยอมกลับบ้าน นานๆ ครั้งที่กลับมาบ้านก็ไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัว เอาแต่หมกตัวเองในห้องทำงานแล้วอ่านเอกสารมากมายในนั้น ไม่สนใจอะไรนอกเหนือจากเรื่องที่ตนเองกำลังสนใจ ดังนั้นสำหรับพ่อแล้วเรื่องย้ายที่ทำงานคงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย

ซาคากิบาระ ไรมุ

แล้วจู่ๆ มาบอกว่าต้องย้ายที่ทำงาน แม่ไม่ตกใจเลยเหรอ?

แม่ของไรมุ

ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ ถ้ายังตื่นตูมกับเรื่องแค่นี้ แม่คงแต่งงานกับคนประหลาดแบบพ่อไม่ได้หรอก

แม่ที่กำลังพูดเรื่องแบบนี้ออกมาด้วยท่าทางสงบนิ่งช่างดูยิ่งใหญ่ ฉันคิดแบบนั้นนะ แต่ถ้าเป็นฉันคงไม่แต่งงานกับคนประหลาดแบบพ่อหรอก

ซาคากิบาระ ไรมุ

แล้วจะต้องย้ายบ้านไปที่ไหนงั้นเหรอ?

ฉันถามออกไปเรียบๆ ในตอนที่ถามก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก แต่คำตอบของแม่ทำให้ฉันแทบไม่เชื่อหู

แม่ของไรมุ

ปารีสน่ะ

ซาคากิบาระ ไรมุ

เอ๊ะ?

แม่ของไรมุ

ไปที่ปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส

ฝรั่งเศส! ในตอนนั้นสมองของฉันมีภาพของหอไอเฟลและประตูชัยลอยไปลอยมาเต็มไปหมด

แม่ของไรมุ

เป็นอะไรไป? ทำหน้าเหมือนกับนกพิราบโดนปืนอัดลมยิงไปได้

ซาคากิบาระ ไรมุ

ไม่ใช่ปืนอันลมแล้ว นี่มันปืนกล หนูตกใจน่ะสิ! รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเมืองแล้วถูกคนแปลกหน้าเข้ามาจู่โจมกะทันหัน!

ซาคากิบาระ ไรมุ

คิดว่าจะแค่ในประเทศซะอีก ทั้งที่คิดว่าถ้าไปไกลขนาดฮอกไกโดหรือโอกินาว่าก็น่าจะอดทนได้!

แม่ของไรมุ

นั่นสินะ ตอนแรกแม่เองก็ตกใ

ถึงอย่างนั้นแม่ก็ยังเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน

ซาคากิบาระ ไรมุ

แล้วแบบนี้มันจะไม่ใช่ปัญหาได้ยังไง! โรงเรียนหนูล่ะ! แล้วหนูก็พูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้นะ แถมภาษาอังกฤษก็ไม่เก่งด้วย!

แม่ของไรมุ

ไม่เป็นไร คนที่ไปกับพ่อก็มีแค่แม่เท่านั้น

ซาคากิบาระ ไรมุ

เอ๊ะ?

แม่ของไรมุ

แม่บอกว่าคนที่ไปฝรั่งเศสมีแค่แม่คนเดียว ส่วนลูกก็ย้ายไปอยู่อีกจังหวัดที่ติดกันนี่แทน

นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!

ซาคากิบาระ ไรมุ

ก็ดีหรอกที่ไม่ต้องให้หนูไปฝรั่งเศสด้วย แต่ทำไมต้องย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นด้วยล่ะ!

แม่ของไรมุ

เพราะว่าลูกเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียวน่ะสิ เลยต้องย้ายไปจังหวัดที่โรงเรียนมีหอพักให้ด้วย

ซาคากิบาระ ไรมุ

แต่หนูอยากอยู่โรงเรียนเดิม

แม่ของไรมุ

อย่าเอาแต่ใจตัวเองสิ ลูกทำอาหาร ซักผ้า หรือทำความสะอาดไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ

ซาคากิบาระ ไรมุ

อึก...

แน่นอนว่าคะแนนวิชาคหกรรมของฉันไม่สามารถเอามาโอ้อวดอะไรได้เลย ก่อนหน้านี้ที่เคยฝึกภาคปฏิบัติ ในตอนที่พยายามจะทอดไข่ดาว ฉันกลับตอกไข่กระเด็นใส่ตัวเองก็เลยทำให้ไข่ดาวที่โปะหน้าขนมปังไม่มีไข่แดง ส่วนตอนเย็บกระดุม ฉันดันเอาไปเย็บที่คอเสื้อ ทำให้แขนเสื้อไม่มีกระดุม และยังใช้ผงซักฟอกที่ห้ามปนกับน้ำยาอย่างอื่นเทรวมปนกันไปหมด ดูเหมือนประวัติความผิดพลาดของฉันจะอยู่ในขั้นเป็นอันตรายถึงตายได้เลยทีเดียว

แม่ของไรมุ

เฮ้อ คงจะแต่งงานกับใครไม่ได้แล้วล่ะ

แม่กังวลเกินไปนะ


โลกในตอนนี้ คนที่ทำงานบ้านไม่ใช่แค่ผู้หญิงฝ่ายเดียวเสียหน่อย ถ้าแต่งงานกับเชฟอาหารฝรั่งเศสก็หมดปัญหาแล้ว


ฉันเอ่ยตอบแม่ไปแบบนั้น

แม่ของไรมุ

การเถียงแบบไม่มีเหตุผลของลูกนี่มันคล้ายพ่อเสียจริง แต่ยอมแพ้ซะเถอะ เพราะแม่จัดการทุกอย่างเสร็จไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว

เรื่องก็เป็นแบบนั้น


ฉันเลยมีประสบการณ์การย้ายโรงเรียนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา



โปรดติดตามตอนต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

door
"※ เรื่องนี้เปิดให้อ่านบทที่ 1 ในวันที่ 24 เมษายน และจะมีการแบ่งจำนวนตอนให้อ่านง่ายด้วย ตรงหัวข้อเรื่องจะเขียนเวลาในการอ่านเอาไว้ให้ด้วยนะ 7/31"

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'คืนก่...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด