ตอนที่ 1 งานหมั้นจำยอม (1)

อาญาร้ายทัณฑ์ซาตาน
นักเขียน : จิราจันทร์

อ่านการ์ตูน



ตอนที่ 1 งานหมั้นจำยอม (1)



ประเทศอังกฤษภายในเพนท์เฮาส์หรู


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่หัวเตียง ปลุกให้สองหนุ่มสาวที่กำลังหลับใหลด้วยความอ่อนเพลียหลังจากศึกรักสงบลงไปเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ร่างใหญ่ค่อยๆ ขยับลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู


ชายหนุ่มทำหน้าฉงนด้วยความสงสัย ก่อนกดรับสายโดยมีร่างเย้ายวนของสาวคนรักขยับตามขึ้นมาก่ายกอดบนลำตัว


“สวัสดีครับพี่ภัค มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงได้โทรมาดึกดื่นป่านนี้” ภาคภูมิกรอกเสียงตามสายลงไป โดยไม่ทันสังเกตใบหน้าของคนข้างกายที่เปลี่ยนไป


“แม่เองนะตาภาค นี่แกไม่คิดที่จะรับสายแม่เลยใช่มั้ยฮะ”


คุณหญิงจิตสุภาตะคอกเสียงใส่บุตรชายคนเล็กที่ไม่ยอมกลับเมืองไทยหลังเรียนจบ โดยให้เหตุผลว่าขอเที่ยวต่อให้คุ้มค่าก่อนที่จะเดินทางกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว จวบจนเวลาล่วงเลยไปเกือบสองปีเต็ม


ผิดที่ตัวนางเองเป็นคนเอ่ยปากอนุญาต เพราะเห็นว่ายังมีภัคพงศ์ บุตรชายบุญธรรมที่นางขอมาเลี้ยงจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนที่ภาคภูมิจะกำเนิดอีกหนึ่งปีต่อมา ที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นลูกอิจฉา แต่กลับเป็นคนที่คอยช่วยสามีนางดูแลธุรกิจอยู่


แต่ที่ทำให้นางอดรนทนไม่ไหวต้องโทรเรียกตัวบุตรชายคนเล็กกลับเมืองไทยด่วนนั้นก็มาจากสาเหตุที่ได้ข่าวว่าภาคภูมิพาผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาพักอาศัยอยู่ที่เพนท์เฮาส์ด้วย เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แต่มีหรือคนหัวดื้ออย่างภาคภูมิจะยอมกลับง่ายๆ แค่นั้นไม่พอ ยังไม่ยอมรับสายนางอีกจนน่าโมโห จนต้องขอยืมใช้โทรศัพท์มือถือของภัคพงศ์ เจ้าตัวดีถึงจะยอมรับสาย


“คุณแม่ !” ดวงตาคมเบิกกว้าง หายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อรู้ว่าใครโทรเข้ามา


“นี่แกไม่คิดที่จะกลับเมืองไทยเลยใช่มั้ยฮะตาภาค” คุณหญิงจิตสุภาตะเบ็งเสียงถามบุตรชาย ทั้งโมโหปนน้อยใจคละเคล้ากันไป


“เอ่อ...ผมขอเวลาเที่ยวต่ออีกสักพักนะครับคุณแม่ แล้วผมจะกลับเมืองไทยตามที่คุณแม่ต้องการ” ภาคภูมิกล่าวต่อรองมารดาเหมือนเช่นทุกครั้ง


“ไม่ ! ถ้าแกไม่กลับมาภายในวันอาทิตย์นี้ แกก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีก และไม่ต้องกลับมาเมืองไทยอีกตลอดชีวิต” นางยื่นคำขาด ลองดูสักตั้งว่านางหรือบุตรชายตัวดีกันแน่ที่จะชนะ


“คุณแม่...” ชายหนุ่มถึงกับโอดครวญเป็นการใหญ่


มาริษาได้ยินดังนั้นก็ขยับตัวลุกขึ้น แนบใบหูข้างๆ ชายคนรักด้วยความอยากรู้ว่าเขากำลังคุยกับมารดาถึงเรื่องอะไร ทำไมถึงได้แสดงสีหน้าเคร่งเครียดแบบนั้นออกมา


“ว่าไงตาภาค” นางเร่งเร้าเอาคำตอบจากบุตรชายให้ได้


“แล้วผมจะปฏิเสธได้เหรอครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ กลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายกับความเอาแต่ใจของมารดา


“ก็แค่นั้น กลับมาถึงที่เมืองไทยเช้าวันอาทิตย์ล่ะ แล้วแม่จะให้สมชายขับรถไปรอรับที่สนามบิน งั้นแม่ไม่รบกวนเวลานอนแกแล้ว ฝันดีนะลูกรัก” น้ำเสียงของคุณหญิงดูตื่นเต้นดีใจเป็นพิเศษ แต่บุตรชายกลับยิ้มไม่ออกเลยสักนิด


หลังจากเจ้าชีวิตวางสายลง ชายหนุ่มก็ก้มลงคว้าเสื้อคลุมที่ตกอยู่ข้างเตียงมาสวมอย่างลวกๆ ก่อนเดินออกไปนั่งดื่มที่เคาน์เตอร์แก้เซ็ง


“ภาคขา คุณแม่โทรมาตามคุณกลับเมืองไทยอีกแล้วใช่มั้ยคะ” มาริษาพาร่างอันเย้ายวนเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่มจากด้านหลัง ซึ่งเขามักจะขอให้เธอสวมกอดเขาแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่เขามีปัญหาหรือมีเรื่องที่ไม่สบายใจ


“ใช่ษา คราวนี้ผมคงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ” ชายหนุ่มวางแก้วบรั่นดีลงกับเคาน์เตอร์


“แต่ษาไม่อยากให้คุณกลับเลยค่ะภาค ษาคงคิดถึงคุณมาก”


หญิงสาวแนบใบหน้าลงบนแผ่นหลังกว้าง พร้อมสอดมือเรียวเข้าไปใต้เสื้อคลุมสีน้ำเงินเพื่อสัมผัสเนื้อแท้บนอกแกร่ง


“ษา” ภาคภูมิหมุนเก้าอี้หันมาหาแฟนสาวก่อนรั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างทะนุถนอม “ใครว่าผมจะทอดทิ้งคุณไว้ที่นี่กัน กลับเมืองไทยพร้อมกับผมนะที่รัก”


“อะไรนะคะ คุณ...คุณชวนษากลับเมืองไทยงั้นเหรอคะ” มาริษาขยับร่างออกจากอ้อมแขนแกร่งเพียงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้หูฝาดไปจริงๆ


“ใช่ครับ เราจะกลับไปแต่งงานกันที่นั่น” ภาคภูมิก้มลงบอกหญิงสาวในอ้อมกอดอย่างมั่นใจ ถึงเขาและเธอจะคบหาดูใจกันไม่ถึงปี แต่เขาก็มั่นใจว่าเธอคือคนที่ใช่ เพื่อทดแทนใครบางคน


“โอ้ ! ที่รัก ษาดีใจเหลือเกิน” ร่างบางโผเข้ากอดกระชับชายหนุ่มไว้แน่นด้วยความดีใจสุดขีด ในที่สุดแผนการที่เธอวางไว้ก็สำเร็จจนได้ มารน้อยในท้องของเธอจะได้มีพ่อกับเขาเสียที เรียวปากอิ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างสมใจ



 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ภาคภูมิ เศรษฐรัตนกรณ์ ทายาทคนเล็กของตระกูลได้เดินทางกลับมาเมืองไทยพร้อมกับมาริษา แฟนสาวตามกำหนดการที่มารดาได้สั่งไว้


“ภาคขา คุณพ่อคุณแม่ท่านใจดีหรือเปล่าคะ” มาริษาเอ่ยถามคนรักในขณะที่นั่งรถมาที่คฤหาสน์เศรษฐรัตนกรณ์


“ดีใจมากถึงมากที่สุดครับ คุณไม่ต้องกังวลไปนะ” ว่าที่นักธุรกิจหนุ่มกุมมือคนรักขึ้นมาจุมพิตเบาๆ พร้อมส่งยิ้มที่อบอุ่นให้


“หวังว่าท่านคงไม่รังเกียจผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างษานะคะ”


หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ


“คุณอย่าเพิ่งกังวลสิครับที่รัก ผมเชื่อว่าถ้าพวกท่านเห็นคุณแล้วจะหลงรักคุณอย่างถอนตัวไม่ขึ้น” ภาคภูมิจับไหล่บางทั้งสองข้างของหญิงคนรักให้หันหน้ามาหา พร้อมกับพูดให้กำลังใจเธอ รู้สึกสงสารสาวคนรักจับใจ


“ค่ะภาค ษาก็หวังว่าจะไม่มีอะไรมาพรากความรักของเราไปได้ บอกตรงๆ ว่าษากลัว กลัวจะเสียคุณไป” สองแขนเรียวเล็กขยับเข้าโอบร่างใหญ่ไว้อย่างหวงแหน


“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี จะไม่มีใครมาพรากผมไปจากคุณได้ ผมสัญญา”


เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์เศรษฐรัตนกรณ์ ภาคภูมิจึงละสายตาจากคนในอ้อมกอด มองไปรอบๆ คฤหาสน์ด้วยความแปลกใจที่มีรถคันหรูจอดอยู่เรียงราย


“เอ๊ะ ! วันนี้ที่บ้านเขามีงานอะไรกันสมชาย” ภาคภูมิเอ่ยถามคนขับรถ


“เอ่อ...คือว่า...” คนถูกถามสะดุ้งโหยง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก


“สงสัยคุณแม่จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของคุณนะคะที่รัก” มาริษารีบเดินตามชายคนรักลงจากรถ พลางมองไปรอบๆ คฤหาสน์หรูด้วยแววตาที่เป็นประกาย เธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกภาคภูมิแทนที่จะเลือกทายาทตัวปลอมอย่างภัคพงศ์


“งั้นเราเข้าไปดูให้แน่ใจดีกว่าษา” ชายหนุ่มตั้งใจหันไปโอบไหล่คนรัก แต่ทว่าเสียงที่คุ้นหูตั้งแต่เด็กก็ดังขึ้นเสียก่อน


“อ้าว มาแล้วเหรอตาภาค” คุณหญิงจิตสุภาจ้องหญิงสาวข้างกายบุตรชายคนเล็กตาเขม็ง


“คุณแม่” ภาคภูมิรีบสาวเท้าพร้อมรอยยิ้มที่เปิดกว้างโผเข้ากอดมารดาด้วยความคิดถึง


“แม่ดีใจที่ลูกกลับมา” สองแม่ลูกมัวแต่ทักทายกันจนลืมบุคคลรอบข้างไปชั่วขณะ


“ษามานี่หน่อยครับ” ภาคภูมิหันไปส่งยิ้มให้สาวคนรักและยื่นมือไปกุมมือเล็กของเธอไว้แน่น


“คุณแม่ครับ นี่มาริษา คน...”


ยังไม่ทันที่ภาคภูมิจะแนะนำคนรักให้ทุกคนได้รู้จัก คุณหญิงจิตสุภาก็พูดตัดบทขึ้นมา เพราะนางรู้ดีว่าหญิงสาวที่บุตรชายหอบหิ้วมาจากอังกฤษคนนี้เป็นใคร


“ตาภัค พาน้องชายเราขึ้นไปแต่งตัว เดี๋ยวแม่ตามขึ้นไป” คุณหญิงจิตสุภาหันมาพูดกับบุตรบุญธรรมเสียงเรียบ


“ครับคุณแม่” ภัคพงศ์เหลือบตาไปมองผู้หญิงที่น้องชายพามาด้วยสายตาเย็นชาเพียงชั่วแวบหนึ่ง จากนั้นพยายามปรับให้เป็นปกติที่สุด ก่อนเดินเข้าไปดึงตัวน้องชายพาไปด้านหลังของคฤหาสน์ตามคำสั่งแม่บุญธรรม


“เดี๋ยวก่อนครับพี่ภัค ผมยังพูดไม่จบ” ภาคภูมิขืนตัวไว้สุดแรง


“ขึ้นไปแต่งตัวตาภาค แล้วค่อยคุยกันหลังงานจบ เรื่องของมาริษา ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวแม่จะดูแลให้เป็นอย่างดีเชียว” นางหันมากล่าวเสียงเย็นใส่บุตรชายคนเล็กด้วยความหมั่นไส้


“ขอบคุณครับคุณแม่ เดี๋ยวเจอกันนะษา” ภาคภูมิส่งยิ้มอันอบอุ่นให้กับแฟนสาว ก่อนจะเดินตามพี่ชายไปอย่างว่าง่าย โดยไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาเดินหายเข้าไปในคฤหาสน์แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับมาริษาบ้าง


“ตามฉันมานี่สิ” คุณหญิงจิตสุภาปรายตามองหญิงสาวที่บุตรชายหอบหิ้วมาด้วยสายตาดูถูกดูแคลน


“เอ่อ...คุณหญิงครับ พวกกระเป๋าเดินทางจะให้ยกขึ้นไปทั้งหมดเลยมั้ยครับ” สมชายเข้ามาถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ


“ของคุณภาคยกขึ้นไปเก็บไว้ที่ห้องนอน ส่วนกระเป๋าผู้หญิงคนนี้ทิ้งไว้ที่รถนั่นแหละ ตามฉันมาสิเธอ ยืนเซ่ออยู่ทำไม” คุณหญิงจิตสุภาหันไปตวาดใส่มาริษาด้วยความชิงชังในตัวเด็กสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว


“ค่ะคุณแม่” เรียวปากอิ่มข่มความไม่พอใจเอาไว้สุดกลั้น รีบสาวเท้าเดินตามหลังนางเข้าไปอย่างสงบเสงี่ยม สายตาเหยี่ยวแอบสำรวจไปรอบๆ คฤหาสน์หลังงามด้วยความพึงพอใจ


“นั่งสิ เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” คุณหญิงจิตสุภากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณแม่มีอะไรจะพูดกับษาเหรอคะ” หญิงสาวเรียกมารดาคนรักอย่างสนิทปาก เพราะอีกไม่นานเธอจะมาเป็นสะใภ้ของที่นี่


“คุณหญิง เรียกฉันว่าคุณหญิงจะดีกว่านะมาริษา” คุณหญิงจิตสุภาจ้องมองสำรวจใบหน้าหญิงสาวอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดเข้าประเด็นสำคัญออกมา


“ฉันต้องการคุยกับเธอเรื่องของตาภาค นี่อ่านซะ แล้วเธอจะเข้าใจทุกอย่าง” นางวางการ์ดสีชมพูลงตรงหน้า


“อะไรคะ” คิ้วสวยขมวดมุ่นก่อนจะหยิบการ์ดตรงหน้าขึ้นมาเปิดอ่าน แค่นั้นนัยน์ตาหวานถึงกับฉายแววความแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีทันใด


“นี่มันอะไรกันคุณหญิง ภาคต้องไม่รู้เรื่องนี้แน่ๆ” มาริษากล่าวเสียงแข็งใส่ ความกรุ่นโกรธแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว และเธอเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าภาคภูมิคงไม่ได้รับรู้เรื่องบัดซบครั้งนี้เป็นแน่


“นี่มาริษา อย่ามาก้าวร้าวกับฉันนะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอ และก็นั่งลง ใครใช้ให้มายืนค้ำหัวผู้ใหญ่แบบนี้ เธอนี่มันจริงๆ เลย ไม่รู้ตาภาคคว้ามาได้ยังไงกัน” คุณหญิงจิตสุภาตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า


แต่ยังไม่ทันที่มาริษาจะตอบโต้กลับ เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องทำงานก็ดังขึ้นเสียก่อน


“เชิญ” เมื่อเจ้าของห้องเอ่ยอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมร่างท้วมของคนสนิท


“มีอะไรนม” คุณหญิงจิตสุภาเอ่ยถามคนสนิทด้วยความสงสัย


“คุณหนูไม่ยอมแต่งตัวค่ะคุณหญิง” แม่นมสายใจรายงานเสียงสั่น เหนื่อยหอบจากการที่ต้องสู้รบกับคุณหนูเล็กของนางให้แต่งตัว


“เดี๋ยวฉันขึ้นไปจัดการเอง อ้อ...นมช่วยหากุญแจมาคล้องด้านนอกประตูห้องทำงานไว้อีกชั้นด้วย และห้ามใครมาเปิดจนกว่าจะมีคำสั่งจากฉัน”


“ค่ะคุณหญิง” แม่นมสายใจรับคำด้วยความงุนงง แต่ไม่กล้าเอ่ยปากถาม


“นี่คุณหญิงจะขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ” มาริษาลุกขึ้นมาโวยวายทันที


“ฉันไม่ได้ขัง แต่อยากเชิญเธออยู่ที่นี่ชั่วคราวเท่านั้นเอง ไปนม” คุณหญิงเรียกคนสนิทให้เดินตามออกจากห้องทำงาน และจัดการล็อกห้องไว้แน่นหนา เพื่อป้องกันคนมาขัดขวางงานหมั้นที่นางได้เตรียมการไว้อย่างยิ่งใหญ่



 

ภาคภูมิโวยวายเมื่อรู้ว่าชุดที่มารดาเตรียมให้ใส่นั้นเป็นชุดเข้าพิธีหมั้น ซึ่งเขายอมไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้ว่ามาริษาจะทราบเรื่องนี้หรือยัง ถ้าเธอรู้ จะเสียใจแค่ไหน


“ทำไมยังไม่แต่งตัวตาภาค” เสียงเจ้าชีวิตดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอน


“คุณแม่ ทำไมคุณแม่ต้องทำแบบนี้ด้วยครับ” ภาคภูมิรีบสาวเท้าเดินเข้าไปถามด้วยสุ้มเสียงที่ไม่พอใจเป็นที่สุด


“แม่ทำในสิ่งที่แม่คิดว่าถูกต้องที่สุด ไปแต่งตัว ใกล้ถึงเวลาหมั้นแล้วด้วย” คุณหญิงจิตสุภาผลักร่างบุตรชายคนเล็กเข้าไปแต่งตัว


“ไม่ครับ ผมจะไม่หมั้นกับใครทั้งนั้น เพราะผมมีคนรักอยู่แล้ว และผมก็จะแต่งงานกับษาเขาเร็วๆ นี้ด้วย”


“แต่แกต้องหมั้น”


สองแม่ลูกกำลังห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายท่ามกลางสายตาที่อ่อนอกอ่อนใจของคนรอบข้าง


“ไม่ครับ” ภาคภูมิยืนยันเจตนารมณ์เดิมของตัวเอง


“งั้นแกก็ปล่อยให้แม่ตายๆ ไปซะ อยู่ไปก็อับอายชาวบ้านเขา” นางทรุดตัวนั่งลงบนเตียงนอนร้องห่มร้องไห้ที่บุตรชายไม่ยอมทำตามในสิ่งที่นางต้องการ


“ตาภัคมาหาแม่หน่อยลูก แม่หายใจไม่ออก ฮือๆ”


“คุณแม่ใจเย็นๆ นะครับ” ภัคพงศ์ช่วยพูด


“แม่เย็นไม่ไหวแล้วตาภัค แม่อยากตาย” นางร่ำไห้พลางปรายตามองบุตรชายหัวดื้อเป็นระยะๆ


“เอ่อ...คุณแม่ครับ” ภาคภูมิเริ่มรู้สึกผิดจึงเดินเข้ามานั่งแทนพี่ชาย พร้อมกุมมือมารดาไว้แน่น ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าควรตัดสินใจกับเรื่องนี้อย่างไร ไม่ให้ใครต้องเจ็บช้ำ


“จะไปไหนก็ไป แม่ไม่อยากเห็นหน้าแก ลูกอกตัญญู” นางผลักไสบุตรชายคนเล็กออกด้วยความโมโห


“ก็ได้ครับ ผมจะหมั้นตามที่คุณแม่ต้องการ” ภาคภูมิไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู ทำให้บุพการีต้องเสียน้ำตา เขาหวังว่ามาริษาคงจะเข้าใจ งานหมั้นหมายมีได้ก็ถอนได้ โดยตัวเขาเองก็ไม่สนใจที่จะไถ่ถามมารดาว่าจะต้องเข้าพิธีหมั้นกับใคร ในเมื่อพรุ่งนี้เขาก็จะถอนหมั้นกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว


“แกไม่ได้โกหกแม่ใช่มั้ยตาภาค” คุณหญิงจิตสุภาเขย่าต้นแขนบุตรชายคนเล็กด้วยความดีใจ


ภาคภูมิพยักหน้าเป็นการยืนยันคำตอบ


“ตาภัค มาช่วยน้องแต่งตัวสิ” คุณหญิงจิตสุภาหันไปเร่งเร้าบุตรบุญธรรมก่อนที่ภาคภูมิจะเปลี่ยนใจ


“ครับคุณแม่”


“งั้นเดี๋ยวแม่ลงไปรอที่รถนะตาภาค” นางหันมาพูดกับบุตรชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน จากนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบุตรบุญธรรมทำหน้าที่ต่อจากนาง



โปรดติดตามตอนต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง
  • ถูกใจ

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

จิราจันทร์
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'อาญาร...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด