Lovemates เพื่อนรักเพื่อนร้าย สุดท้ายเป็นเธอ
นักเขียน : อวิกา

อ่านการ์ตูน



ตอนที่ 2



โรงเรียนพัฒน์พิทยาเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน


เวลาเก้าโมงเช้าของการเปิดเทอมวันแรก ชนินทร์ที่เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนนานาชาติกำลังมองหาที่นั่งใหม่ของตัวเองในห้องเรียนที่เขาไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาเหยียบโรงเรียนรัฐบาล เป็นเพราะว่าคนเป็นพ่อจากไปกะทันหัน ทำให้การเงินของทางบ้านสะดุดลง เขาจึงต้องย้ายมาเรียนโรงเรียนที่ค่าเทอมถูกกว่าหลายหมื่นแบบนี้


เด็กหนุ่มแหงนมองกระดานดำสีเขียวเข้มแล้วก็ต้องย่นจมูก เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านวัตกรรมกระดานดำที่เขียนด้วยชอล์กยังมีอยู่ในประเทศไทย เพราะโรงเรียนเก่าของเขานั้นใช้สมาร์ตบอร์ดมาตั้งแต่สองสามปีที่แล้วด้วยซ้ำ


“เป็นภูมิแพ้ตายแน่ๆ”


ตุบ!


เด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งชนเขาจากด้านหลัง เธอดูซุ่มซ่ามจนทำให้เขาหงุดหงิดและต้องหันกลับไปมองหน้าเธอ


“อ๋า ขอโทษนะๆ พอดีเราสายตาสั้น เรามองไม่เห็น”


เธอเป็นผู้หญิงผมหยิกถักเปียสองข้าง หรี่ตาเพื่อมองหน้าเขาให้ชัดๆ แต่ถึงอย่างไรซะเธอก็มองไม่ชัดอยู่ดี


“อืม”


นักเรียนใหม่ตอบรับในลำคอ เขาหันกลับมาในห้องอีกครั้งและก็พบว่าแว่นของเด็กผู้หญิงผมเปียที่หายไปนั้นอยู่ในมือของเด็กสาวอีกคนที่ยืนหัวเราะอยู่มุมห้องอย่างสนุกสนาน เธอตัวสูงและดูออกว่าเป็นลูกครึ่งในปราดเดียว ชนินทร์เห็นอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกเห็นใจเด็กผู้หญิงที่โดนแกล้ง เขาเดินเข้าไปหาเธอคนนั้นและดึงเเว่นที่อยู่ในมือกลับไปสวมให้เจ้าของ


“อะ...เอ่อ ขอบคุณค่ะ”


เด็กหญิงผมเปียแว่นกลมหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที


“ยุ่งอะไรด้วย ไอ้หัวเกรียน”


เสียงของเด็กอีกคนตะโกนไล่มาข้างหลัง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ สิ่งที่เขาทำก็แค่วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะด้านหลังริมสุดเพราะไม่อยากจะยุ่งกับใครไปมากกว่านี้


“อย่างนี้ก็สวยล่ะ นั่งข้างกันซะด้วย นายไม่ได้เรียนเงียบๆ แน่ไอ้หัวเกรียน”


เด็กสาวลูกครึ่งคาดโทษ เป็นโชคร้ายของเขาที่ไม่ทันเห็นว่ามีกระเป๋าอีกสองใบวางอยู่บนโต๊ะสองตัวถัดมา และเจ้าของก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเด็กผู้หญิงสองคนที่เขาเจอในวันนี้...



 

...แต่คงไม่ใช่โชคร้ายเท่าไหร่หรอกมั้ง อย่างน้อยเขาก็ทนคบเป็นเพื่อนกับพวกเธอได้มาเป็นสิบปีเเล้ว


“สวัสดีทุกคน!”


ลินเดียคือเด็กผู้หญิงลูกครึ่งคนนั้นที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่วันแรกที่เขาเจอ เธอยังคงเสียงดัง ขี้แกล้งคนอื่น และติงต๊องเสมอในสายตาของเขา สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปก็คงจะเป็นเพียงการแต่งตัวและทรวดทรงที่ดูเป็นสาวขึ้นทุกครั้งที่เขาเห็น


ตอนนี้เธอกำลังปรี่เข้าไปนั่งกลางวงล้อมเพื่อนร่วมห้องและทักทายทุกคนก่อนที่เธอจะสวมกอดกับหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งนานที่สุด


“คิดถึงเธอที่สุดแล้วยัยเกี๋ยง”


เธอว่าพลางหอมแก้มเพื่อนรักฟอดใหญ่ ‘มะเกี๋ยง’ หรือ ‘เมรินทร์’ คือเด็กหญิงแว่นในวันนั้นที่ตอนนี้ดูสวยขึ้นกว่าเดิมเป็นไหนๆ เธอไม่ได้สวมแว่นแล้วแต่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์สาวเรียบร้อยเอาไว้ได้อย่างเดิมไม่มีผิดเพี้ยน


“คิดถึงอะไรของเธอยะ คุยกันในไลน์กรุ๊ปอยู่ทุกวัน”


เมรินทร์แซว เธอเป็นอีกหนึ่งเพื่อนรักของชนินทร์และลินเดีย แต่เมรินทร์อาจจะไม่ค่อยได้สุงสิงกับทั้งสองมากนัก เพราะช่วงนี้เธอกำลังเริ่มธุรกิจคาเฟ่เล็กๆ กับแฟนหนุ่ม แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเพื่อน ต่อให้ไม่ได้คุยกันนานแค่ไหน เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้ง ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม


“ก็ฉันคิดถึงนี่นา เธอไม่ค่อยมาตอบเลย ปล่อยให้ฉันคุยกับไอ้หัวเกรียนอยู่ได้”


ไลน์กรุ๊ปที่ว่านั้นคือไลน์กรุ๊ปที่มีกันเพียงเพื่อนรักสามคน


“ฮ่าๆ ก็ฉันไม่รู้จะพูดอะไรนี่นา”


เมรินทร์ยิ้ม ก่อนที่เธอจะโบกมือทักทายชนินทร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังลินเดีย อาจารย์หนุ่มพยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มให้น้อยๆ สำหรับชนินทร์แล้ว เขาปฏิบัติกับเพื่อนทั้งสองคนต่างบุคลิก ในสายตาของชนินทร์ เมรินทร์เหมือนกับน้องสาวของเขาไม่มีผิด ชายหนุ่มมักจะต้องให้คำปรึกษาด้านความรักกับเธอเสมอ ส่วนลินเดียนั้นเขาแทบจะไม่เคยให้คำแนะนำอะไรเธอเลย เพราะเพื่อนคนนี้รู้ดีว่าลินเดียไม่อยากฟังอะไรนอกจากคำพูดที่ถูกใจตัวเอง และเเน่นอนว่าเขาไม่มีคำพูดประเภทนั้นสำหรับเธอ


“เป็นไงบ้างเกี๋ยง”


ชนินทร์นั่งลงข้างๆ เธอบนเก้าอี้โต๊ะจีน แต่ดูเหมือนเขาและลินเดียจะมาสายเกินไปหน่อยจนอาหารบนโต๊ะแทบจะไม่เหลือเเล้ว คนตัวเล็กมองใบหน้าของชนินทร์ด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างจากวันที่เธอเจอเขาวันแรก ถึงแม้เมรินทร์จะมีคนรักเป็นตัวเป็นตนแล้ว แต่เธอก็อดหวั่นไหวไปกับคนที่เธอเคยแอบชอบอย่างชนินทร์ไม่ได้สักที แต่มันก็เป็นเพียงความตื่นเต้นชั่วครู่เท่านั้น


“สบายดี คือจริงๆ แล้วฉันมีเรื่องจะบอกทุกคนด้วยล่ะ”


เธอยิ้มเขินๆ และพูดเบาๆ ให้ชนินทร์ได้ยินเพียงคนเดียว ส่วนลินเดียก็เดินออกไปทักทายรุ่นพี่รุ่นน้องโต๊ะอื่นแล้ว


“อะไรเหรอ”


เขาเลิกคิ้วถาม ปกติเเล้วหากมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เมรินทร์จะบอกเขาเป็นคนแรก แต่หลังจากเธอมีคนรักแล้วเขาก็กลายเป็นคนที่สอง แต่ชนินทร์ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เขาเข้าใจและยังสนิทกับแฟนหนุ่มของเธอเป็นอย่างดีอีกต่างหาก


“เรื่องพี่บอมเหรอ”


เพื่อนรักถามซ้ำ และสำหรับคำถามนี้เมรินทร์พยักหน้า ใบหน้าหวานกลายเป็นสีแดงเหมือนแอปเปิ้ลสุก เห็นแบบนี้แล้วชนินทร์ก็วางใจ มันคงจะเป็นข่าวดีมากกว่าข่าวร้าย


“อ้าว นั่นไงพี่บอม”


ชนินทร์ว่าพลางโบกมือขึ้นทักทายรุ่นพี่คนสนิทที่พ่วงตำแหน่งแฟนของเพื่อนรักเอาไว้ด้วย


ชนินทร์รู้สึกว่าเรื่องราวตอนมัธยมนี่มันก็ตลกดี หลังจากที่เขาเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ตอนม.สี่ได้ไม่นาน เขาก็บังเอิญไปรู้จักกับแก๊งเด็กที่ชอบคิดว่าตัวเองเจ๋งที่สุดในโรงเรียนและก็เข้าไปรวมกลุ่มกับพวกนั้น มันทำให้เขาที่เรียนศิลป์ภาษาและเป็นชายแท้คนเดียวของห้องมีสังคมเพื่อนผู้ชายบ้าง


“เฮ้ย ยิ้ม เป็นไงบ้าง”


‘บอม’ หรือ ‘ณดนัย’ แฟนหนุ่มของเมรินทร์กล่าวทักทายพร้อมตบบ่าเบาๆ ณดนัยเป็นผู้ชายที่เขาเรียกได้ว่าสนิทที่สุดในสมัยมัธยม เขายังจำได้ดีว่าเมื่อก่อนต้องมารอเข้าทีมกับณดนัยเพื่อเล่นบาสเกตบอลทุกๆ เย็น จริงๆ เขาจะเล่นกับคนอื่นก่อนก็ได้ แต่ชนินทร์จะรู้สึกสบายใจที่สุดหากมีเพื่อนร่วมทีมเป็นณดนัย


“สบายดีพี่ พี่ล่ะเป็นไง”


“เดี๋ยวรอคนอื่นมาครบก่อนแล้วเดี๋ยวจะบอกว่าเป็นไง”


คนอื่นที่ณดนัยหมายถึงคือเพื่อนแก๊งผู้ชายสมัยมัธยมของเขาที่คละชั้นกันไปตั้งแต่น้องม.สามจนถึงพี่ม.หก แต่ด้วยความที่เป็นผู้ชาย หากสนใจเรื่องคล้ายๆ กันก็เข้ากันได้ง่ายอยู่แล้ว


“นั่นไง เดินกันมาโน่นแล้ว”


ณดนัยนั่งลงข้างๆ เมรินทร์ เขาลูบศีรษะเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดูจนทำเอาคนรอบข้างอิจฉากันไปทั่ว เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะโชคดีได้เจอคนที่ใช่ตั้งแต่มัธยมเหมือนกับคนทั้งสองนี้


นอกจากณดนัยและชนินทร์ พวกเขายังมีเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันอีกสามคน โดยคนที่อยู่ม.หกตอนนั้นก็สถาปนาตัวเองเป็นหัวหน้าแก๊งโดยปริยาย เขาชื่อจอมทัพ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ชนินทร์ให้ความเคารพน้อยที่สุดถึงแม้ว่าเขาจะโตกว่าถึงสองปี นั่นก็เป็นเพราะจอมทัพชอบพูดเยอะจนชนินทร์รู้สึกว่ามันออกจะเวิ่นเว้อ แต่เมื่อจบจากมหาวิทยาลัย จอมทัพกลับไปได้สวยกับการพูดของเขา เขาเป็นพิธีกรรายการดังที่คนติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง


“เฮ้ย ไอ้ยิ้ม! นี่แกยังไม่ยิ้มตามชื่ออีกเหรอ”


จอมทัพทักทายเสียงดังมาแต่ไกล เขาตบบ่าชนินทร์เสียเเรงจนชายหนุ่มสะดุ้งโหยง


“พี่ก็ยังไม่เลิกเสียงดังอีกเหรอ”


คนเป็นรุ่นน้องยอกย้อน แต่จอมทัพชินกับนิสัยแบบนี้ของชนินทร์เสียแล้ว


“ไม่คุยกับแกละ ไอ้วอกนี่พูดจาไม่เข้าหู”


“พี่น่ะแหละพูดจาไม่เข้าหูน้องมัน”


อีกเสียงหนึ่งตามมาสมทบ เขาหน้าตาเหมือนกับณดนัยไม่มีผิด เพราะชายหนุ่มคนนี้คือ ‘แบง’ หรือ ‘ณดล’ ฝาแฝดคนน้องของณดนัยที่จอมทัพต้องใช้เวลาหลายเดือนทีเดียวกว่าจะแยกพวกเขาสองคนออก ในขณะที่ชนินทร์นั้นดูแค่เพียงสิบนาทีก็ทราบแล้วว่าคนไหนเป็นคนไหน


“รุมกันนี่หว่า ไอ้บูมช่วยพี่ดิ๊”


จอมทัพหันไปหา ‘บูม’ หรือ ‘ณดิศ’ รุ่นน้องอีกคนที่เป็นน้องชายแท้ๆ ของณดลและณดนัย แต่แน่นอนว่าเขาที่มีบุคลิกค่อนข้างเงียบขรึมและเข้ากับชนินทร์ได้ดีกว่าก็เลือกที่จะเงียบมากกว่าช่วยเหลือรุ่นพี่ที่โตสุดแต่พูดมากที่สุดคนนี้


“ผมว่าพี่เงียบๆ เหมือนเดิมแหละดีละ”


ชนินทร์ยกยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าจอมทัพยอมเงียบไปในที่สุด


“โอ้โห มากันครบแก๊งเลยเหรอคะปีนี้”


ลินเดียที่เพิ่งกลับมาจากการไปทักทายคนแทบจะทั้งโรงเรียนดีดนิ้วดังเป๊าะเมื่อเห็นว่าบรรดาหนุ่มๆ ที่แทบจะไม่มีคิวว่างตรงกันมารวมกันจนได้ เธอยังจำได้ดีในวันเก่าๆ ที่พวกเขารวมตัวกันทีไรก็จะต้องมีเด็กๆ ม.ต้นมาตามแอบมองอยู่เรื่อยไป และเธอก็จะต้องเป็นคนที่คอยไล่บรรดาสาวๆ ที่จุ้นจ้านเกินไปในชีวิตของชนินทร์เสมอ


“ใช่สิ เพราะว่าวันนี้พี่มีของมาแจกด้วย อะนี่ครับน้องเดีย นี่ไอ้ยิ้ม นี่ของแบง บูม แล้วนี่ของไอ้พี่ทัพ”


“ไม่ต้องเรียกพี่ก็ได้ครับ ไอ้เวร”


จอมทัพถลึงตาใส่ณดนัยที่นำเอาของมาแจกให้กับทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันจะเปิดดู ลินเดียก็กรี๊ดนำขึ้นมาเสียก่อน


“กรี๊ด! ยัยเกี๋ยงกับพี่บอมจะแต่งงานกันแล้วเหรอ!”


เธอตะโกนเสียงดังเหมือนกับทุกๆ ทีที่ตกใจ ทำให้คนอื่นที่ยังไม่ได้เปิดดูรู้ทันทีว่ามันคือการ์ดเชิญไปงานแต่งงานที่กำลังจะมีขึ้นในอีกสองเดือนนี้


“ชู่ เบาๆ สิเดีย ฉันเขินนะ”


เมรินทร์ที่นั่งเงียบมานานปรามเพื่อนรักเบาๆ เมื่อเห็นว่าคนอื่นๆ เริ่มหันมาให้ความสนใจแล้ว แต่แน่นอนว่าความตื่นเต้นของลินเดียไม่เคยไว้หน้าใคร เธอไม่สามารถยืนนิ่งได้เลยหลังจากอ่านการ์ดใบนั้น สองเท้าของหญิงสาวเต้นเร่าๆ ด้วยความรู้สึกอิจฉาปนยินดี เธอไม่รู้จะเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่าอะไร แต่เอาเป็นว่าลินเดียก็ดีใจกับเมรินทร์มากจริงๆ


“เขาแต่งกันสองคนนะพี่เดีย พี่จะดีใจอะไรขนาดนั้น”


ณดิศหัวเราะและมองคนที่โตกว่าด้วยสายตาที่รู้สึกว่าเธอดูไม่ต่างจากเด็กเลย


“น้องบูม! พี่ต้องดีใจสิคะ รู้ไหมว่ากว่ายัยเกี๋ยงจะได้กับพี่บอมนี่พี่ลุ้นขนาดไหน จำได้เลยนะว่ากว่าจะบอกรักกันนี่ทำเอาคนไทยใจหายใจคว่ำไปครึ่งประเทศ”


“อย่าเวอร์ๆ มานั่งเลยยัยหรั่ง”


ชนินทร์เป็นคนปรามเพื่อนรักไม่ให้ออกนอกหน้าไปมากกว่านี้ เขาดึงข้อมือเธอให้นั่งลงข้างกัน แต่ลินเดียก็ทำท่าเหมือนจะลุกขึ้นมาอีก ทำให้ชนินทร์ต้องกอดคอเธอไว้ไม่ให้ลุกขึ้นมาวุ่นวาย


“อุบ๊ะ แต่งงานแซงหน้ากันได้ไงไอ้บอม นี่ฉันคบกับแฟนมาสามปีแล้วยังไม่คิดจะแต่งเลย”


จอมทัพเอ่ย


“ทำไมอะพี่”


ณดลแทรกขึ้นมา


“ไม่มีตังค์”


คำตอบของคนโตสุดเรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งวง


“ยินดีด้วยนะเกี๋ยง ยินดีด้วยนะพี่บอม”


กลายเป็นอาจารย์หนุ่มกล่าวคำยินดีขึ้นมาเป็นคนแรกเพราะทุกคนมัวแต่เล่นมุกกันสนุกสนาน เมรินทร์จึงหันมายิ้มให้กับเพื่อนรักบางๆ เธอรู้สึกขอบคุณชนินทร์เต็มหัวใจ เป็นเพราะเขานั่นแหละที่ทำให้เธอได้เจอกับคนที่รัก ถ้าหากวันนั้นไม่มีชนินทร์ ตอนนี้เมรินทร์กับณดนัยอาจจะไม่ได้คู่กันก็ได้


“นายก็รีบๆ สมหวังไวๆ นะ ฉันเอาใจช่วย”


“อืม ขอบคุณ”


เขาขอบคุณ แต่ในใจกลับรู้สึกว่าคำว่าสมหวังกับตัวเองมันช่างห่างไกลกันเหลือเกิน มันคงไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอนที่เขาจะได้เจอคนที่ใช่และแต่งงาน ชนินทร์ยังมีภาระมากมายให้ต้องคิด


“ฉันอยากแต่งบ้างอะยิ้ม”


ลินเดียที่อยู่ในอ้อมแขนของเพื่อนรักงอแง


“อะไรของเธอเล่า ไปบอกแฟนเธอสิ มาบอกฉันทำไม”


ชนินทร์หัวเราะและเปลี่ยนจากโอบรอบคอมาเป็นผลักศีรษะเธอให้ไปไกลๆ เเทน


“ฉันบอกแน่ คอยดูนะยัยเกี๋ยง จบงานเธอปุ๊บ ฉันแต่งต่อเลย จองคิวแล้วนะ ทุกคนเป็นพยานด้วย”


เธอหันไปบอกกับบรรดาแก๊งหนุ่มๆ ที่อยู่ด้วยกันตรงนี้ ณดลเห็นว่าบรรยากาศครึกครื้นแล้วเขาจึงรีบยกแก้วแอลกอฮอล์ที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาชูไว้


“ดื่มให้กับบ่าวสาวคู่ใหม่ครับ”


“เชียร์ส!”



โปรดติดตามตอนต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

อวิกา
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'Lovem...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด