ตอนที่ 1 ชายที่ไม่รู้จัก (1)

ซ่อนใจไม่ให้รักเธอ
นักเขียน : Hongkyung

อ่านการ์ตูน



สวิตช์ไฟที่ถูกตกแต่งด้วยสติกเกอร์ลายดอกกุหลาบถูกกดลง ทำให้ภายในห้องบนชั้นดาดฟ้าสว่างขึ้น แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา ไม่รู้เลยว่าฝนเริ่มตกลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำให้ภายในห้องยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ


แจฮีนึกถึงวันแรกที่เขามายังห้องบนดาดฟ้านี้ ตอนนั้นเขามองสำรวจไปรอบๆ ห้องที่แสนจะคับแคบนี้ด้วยความแปลกใจ สิ่งที่สะดุดตาเขาอย่างแรกก็คือผนังห้องที่แปะด้วยกระดาษสีเหลืองและมีปฏิทินที่ได้ฟรีจากร้านขายข้าวสารแขวนอยู่ ซึ่งในส่วนที่ควรจะเป็นตู้เสื้อผ้าวางสวยงามอยู่นั้นกลับเป็นไม้แขวนเสื้อที่เรียงกันเป็นตับอยู่ข้างผนังห้อง


ตอนนี้ภายในห้องหนาวเย็นราวกับเข้าสู่กลางฤดูหนาว ขนาดห่มผ้าหนาๆ แล้วก็ยังหนาวจนปากสั่นและมีควันออกจากปากเวลาพูด ในที่แบบนี้ยังมีคนอาศัยอยู่ได้อีกเหรอ? คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา แจฮีเดินตรงไปเลื่อนประตูบานหนึ่งออก ทำให้ได้ยินเสียงร้องเพลงพึมพำมาจากห้องครัวเล็กๆ เสียงร้องเพลงนั้นฟังดูสดใสราวกับว่าเดตในวันนี้คงจะสนุกน่าดู แล้วชีอึนก็เอ่ยถามขึ้นมา


“กินเค้กไหมคะ”


“ไม่ละ”


“แต่มันอร่อยนะ กินด้วยกันเถอะค่ะ”


ในขณะที่ชีอึนผู้ไม่รู้อะไรเลยกำลังยิ้มอย่างสดใส แจฮีจึงกลั้นใจพูดประโยคหนึ่งออกไป


“ลีชีอึน เราเลิกกันเถอะ”


ทุกอย่างเงียบสนิท


“...คะ?”


“ฉันบอกว่าเราเลิกกันเถอะ!”


เขาอดกลั้นความโกรธไว้ไม่ได้จึงตะโกนใส่เธอไป ด้านชีอึนที่ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ก็หน้าซีดเผือดราวกับวิญญาณหลุดจากร่างไปแล้ว น้ำตาเธอเอ่อคลอจนแทบจะล้นออกมา


“ร้องไห้เหรอ?”


เธอนิ่งไป ถึงจะเป็นคำพูดที่ฟังดูเหมือนพูดเล่น แต่แจฮีรู้ดีกว่าใครว่ามันไม่ใช่ ชีอึนยืนถือจานเค้กตัวสั่นเทา เธอมองเขาและถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวดของเธอที่เหมือนกำลังเหยียบเศษแก้วแตกอยู่ให้เขารับรู้ผ่านทางสายตา


“มันเป็นเรื่องโกหกใช่ไหมคะ พี่แกล้งฉันเล่นใช่ไหม”


“เปล่า”


“แล้วทำไมจู่ๆ พี่ถึงอยากเลิกล่ะคะ”


“ไม่มีเหตุผล ก็แค่อยากเลิก”


เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบา เมื่อเธอได้ยินเช่นนั้นก็มือไม้อ่อน ทำจานเค้กที่ถืออยู่ตกพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ กระจายเต็มพื้น


ปกติชีอึนมักจะยิ้มเขินทุกครั้งที่มองแจฮี แต่ตอนนี้เธอกลับเจ็บปวดเวลามองหน้าเขาและเสียใจเสียจนไม่สามารถยิ้มออกมาได้


“เป็นเพราะฉันบอกว่าจะไปเรียนต่อเหรอคะ”


“มันไม่เกี่ยวกับเรียนต่อ”


“งั้นฉันไม่ไปเรียนต่อแล้วก็ได้ค่ะ ไม่ไปทำงานพิเศษด้วย ฉันจะเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง ได้โปรดอย่าพูดว่าเลิกกันอีกเลยนะคะ”


ฝนด้านนอกยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ชีอึนเองก็ร้องไห้ไม่หยุด ใบหน้าของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เธอพยายามหยุดร้องแล้วถามเขาอีกครั้ง


“เรา...จะไม่เลิกกันใช่ไหมคะ พูดมาสิคะ”


เธอจับแขนของเขาแน่น แต่เขาสะบัดแขนออก


“จะถามแบบนี้อีกนานไหม”


“ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้”


“เธออยู่ได้อยู่แล้ว”


“พี่ก็รู้ว่าฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่”


“เลิกทำตัวเป็นเด็กสักทีเถอะ”


ในหัวของเขามีแต่เสียงร้องไห้โฮของเธอดังก้อง เขายื่นมือจะไปเช็ดน้ำตาให้เธอ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะหยุด ดึงมือของตัวเองกลับมา แล้วตัดสินใจหันหลังให้เธอ เพราะเขาไม่อยากเห็นใบหน้าของเธอในตอนนี้


“ลืมคนอย่างฉันไปซะเถอะ”


“ไหนพี่บอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไงคะ”


ชีอึนร้องไห้ฟูมฟาย แจฮีจึงเปิดประตูจะเดินออกไป แต่เธอโอบกอดเขาจากด้านหลังเพื่อรั้งเขาเอาไว้และหวังให้เขาเปลี่ยนใจ


“ฉันผิดเองค่ะ...ได้โปรด...อย่าไปเลยนะ...”


ความกลัว ความรู้สึกโดดเดี่ยวถาโถมเข้ามาในใจของเธอ หลังของแจฮีเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของชีอึน เธอกอดเขาแน่นมากขึ้น


“ต่อจากนี้ เราอย่ามาเจอกันอีกเลย”


แจฮีรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นซึ่งถูกส่งผ่านมาจากแขนของชีอึนที่โอบกอดเขาเอาไว้ ความเจ็บปวดราวกับตกลงไปในเหวลึกจนร่างกายแหลกเป็นชิ้นๆ เป็นแบบนี้เองเหรอ? มันเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เธอร้องไห้หนักมากจนเริ่มหายใจติดขัด แต่เขากลับพูดจาโหดร้ายกับเธออีก


“จากนี้ไป ถือว่าเราไม่รู้จักกัน”


เมื่อชีอึนได้ยินแบบนั้น เธอจึงยอมปล่อยมือจากเอวของเขา ตอนนี้เธอจำต้องยอมรับความจริงที่ว่าเขาเลือกเดินจากไป และยอมรับความกลัวที่เธอต้องอยู่คนเดียว เธอทรุดตัวลงกับพื้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย


พอชีอึนคลายอ้อมกอดจากเอว แจฮีก็หันกลับมามองเธอเพียงครู่หนึ่ง ทำให้เห็นสีหน้าหมองหม่นของเธอ จากนั้นเขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธออยู่ในห้องบนดาดฟ้านั้นเพียงลำพัง




*   *   *




วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง ชีอึนเดินผ่านย่านตึกเก่าๆ เธอมองดูแผนที่ที่ร่างคร่าวๆ ในกระดาษโน้ตแล้วค่อยๆ กวาดตามองหาเลขที่บ้านบนกำแพงบ้านแต่ละหลัง บ้านเลขที่ 16-5 หากเดินเลี้ยวตรงหัวมุมก็จะเจอแล้ว เธอจึงเร่งฝีเท้าเดินไปยังบ้านหลังนั้น


แต่จู่ๆ เกิดลมพัดแรง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เมฆก่อตัวหนาจนอึมครึม และอากาศเริ่มชื้นมากขึ้น เพียงแค่ชั่วพริบตา ก้อนเมฆครึ้มก็ลอยมาพร้อมกับหยาดน้ำฝนตกลงมา


ชีอึนรีบใช้มือบังฝน เป็นจังหวะเดียวกับที่มีสายโทรเข้ามา ทำให้เธอต้องหยุดเดินแล้วกดรับสายก่อน


- ถึงรึยัง?


“น่าจะถึงอีกสิบนาทีค่ะ”


- หาไม่ยากหรอก


“ค่ะ ถ้าถึงแล้วจะโทรหานะคะ”


- อย่าให้พลาดล่ะ


“ค่ะ”


สายที่โทรเข้ามาเป็นสายจากรุ่นพี่ของเธอ รุ่นพี่คนนี้มีชื่อว่าฮีจู ทั้งคู่พูดคุยโทรศัพท์กันเพียงสั้นๆ ชีอึนกำลังเดินไปยังร้านลองชุดแต่งงาน


ก่อนหน้านี้ฮีจูไปหาคู่หมั้นที่อเมริกา แต่เธอประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางจนต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ขา ทำให้ยังกลับมาที่เกาหลีไม่ได้ แถมงานแต่งงานที่รอคอยมานานก็ถูกเลื่อนออกไปอีกสามเดือน


ฮีจูอยากเห็นตอนที่คู่หมั้นของเธอลองชุดแต่งงาน ก็เลยขอให้ชีอึนช่วยถ่ายรูปคู่หมั้นส่งไปให้เธอดูหน่อย ตอนแรกชีอึนก็แย้งไปว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมฮีจูไม่มาดูด้วยตัวเอง แต่ก็โดนตัดพ้อกลับมาว่าเรื่องแค่นี้ช่วยหน่อยไม่ได้รึไง และประจวบเหมาะกับวันเสาร์นี้ชีอึนไม่มีธุระที่ไหนด้วย เธอเลยยอบตกปากรับคำขอร้องของฮีจู


ตอนนี้ชีอึนเริ่มเปียกปอนจากสายฝนที่ตกลงมา เธอจึงนำกระเป๋าสีเทาของเธอขึ้นมาบังฝนไว้ เพราะเธอไม่อยากเจอคู่หมั้นของฮีจูด้วยสภาพเปียกปอนไปมากกว่านี้ โชคดีที่พอเดินเลี้ยวเข้ามุมมาก็เจอร้านลองชุดแต่งงานเลย เป็นร้านที่หรูหราดูดีทีเดียว


เธอไม่รอช้า สูดหายใจสั้นๆ ก่อนเปิดประตูร้านที่ประดับประดาไว้อย่างสวยงามแล้วเดินเข้าไปภายในร้าน ทันทีที่เดินเข้าไปก็มีพนักงานหญิงสวมถุงมือสีขาวคนหนึ่งเดินมาต้อนรับ พร้อมถามว่าเธอมาติดต่อธุระเรื่องอะไร พนักงานหญิงมองเธอราวกับเธอแต่งตัวไม่เหมาะสมสุดๆ เธอคิดไว้อยู่แล้วว่าอาจจะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เธอจึงยื่นนามบัตรของฮีจูให้แก่พนักงานหญิงไป


“คุณฮีจูโทรมาแจ้งไว้ก่อนแล้วค่ะ เชิญทางนี้ได้เลย”


“ขอบคุณค่ะ”


พนักงานหญิงคนนี้หน้าตาน่ารักทีเดียว แต่น้ำเสียงที่เธอพูดกับชีอึนนั้นไม่มีความอ่อนหวานซะเลย ชีอึนเลือกที่จะเดินตามพนักงานหญิงไปเงียบๆ เธอเดินขึ้นบันไดหินอ่อนไปจนถึงจุดหมายที่เป็นเสมือนห้องลับ


เมื่อไปถึง สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือด้านหลังของชายหนุ่มที่กำลังนั่งรออยู่บนโซฟา แต่เหมือนมีป้ายเตือนสีแดงตัวเบ้อเร่อเขียนว่า ‘ห้ามเข้าใกล้’ แปะอยู่ด้านหลังของชายหนุ่ม ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา


แต่ไม่รู้อะไรดลใจเธอถึงได้ก้มหัวให้และเขยิบเข้าไปนั่งอยู่ข้างๆ เขา เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น


“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นคนที่คุณชองฮีจูส่งมาค่ะ”


“......”


ความนิ่งเฉยของเขาทำเธอเจ็บจี๊ดขึ้นมา ชายหนุ่มยังคงจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือพิมพ์ ทำให้เธอจำต้องนั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ เขาราวกับเป็นสายลมที่พัดผ่านไปอย่างไร้ตัวตน จากนั้นคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้จัดการร้านก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปหาเขาคนนั้น


“ผู้อำนวยการคะ ดิฉันเตรียมงานเรียบร้อยแล้วค่ะ”


“ตอนจอง คุณไม่ได้บอกว่าผมต้องมานั่งรอนี่”


“ขอประทานโทษด้วยจริงๆ ค่ะ”


ผู้จัดการร้านยังคงโค้งขอโทษขอโพยจนหัวแทบจะติดกับพื้นอยู่แล้ว ดูเหมือนว่าทางร้านจะทำชุดเสร็จล่าช้ากว่าวันที่นัดหมายไว้สินะ ชีอึนมองเขาเดินเข้าห้องลองชุดเงียบๆ หลังจากที่เขาหายเข้าไปในห้องลองชุด เธอจึงเปิดกระเป๋าหยิบกล้องขึ้นมาเปิดเตรียมไว้


ในระหว่างที่เธอเผลอคิดเรื่องอื่นอยู่ ผ้าม่านห้องลองชุดก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มที่สวมชุดแต่งงานค่อยๆ หันมาทางเธอช้าๆ ภาพนั้นทำให้เธอหายใจติดขัด และเขาเองก็จ้องมาที่เธอเช่นกัน


ไม่นานเขาก็ละสายตาจากเธอและมองผ่านเลยเธอไป ทำให้ชีอึนแอบไม่พอใจจนเกือบทำกล้องหลุดมือ ความจริงตอนนี้ชีอึนต้องเข้าไปถ่ายรูปเขา แต่ขาของเธอกลับก้าวไม่ออก


ไม่มีใครสนใจชีอึนที่กำลังวุ่นวายใจอยู่เลย ทุกคนกำลังจับจ้องไปที่ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชา ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีบังคับขู่เข็ญอะไร แต่พนักงานทุกคนต่างปฏิบัติงานอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าว


“รู้สึกไม่สบายส่วนไหนบ้างไหมคะ?”


“แสบตา”


“คะ?”


“ก็สีของผ้าไง”


ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงกดต่ำ แล้วพูดต่อท้ายว่า


“ผมล้อเล่น”


แต่ผู้จัดการคนนั้นกลับไม่ได้รู้สึกตามคำพูดของเขาเลย จากนั้นผู้จัดการก็สั่งให้พนักงานไปนำชุดตัวอย่างออกมา


ชีอึนที่ยืนนิ่งเหมือนหุ่นเมื่อได้สติก็รีบยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเขาในอิริยาบถต่างๆ ทั้งท่าทางตอนส่องกระจก ท่าทางตอนดึงแขนเสื้อขึ้น ท่าทางตอนปลดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย หรือแม้กระทั่งตอนที่เขามองดูบูโทเนียร์สีแดงบนเสื้อ เธอก็ถ่ายเก็บรายละเอียดไว้หมด


“ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”


หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ชีอึนกล่าวลาเขา แต่นัยน์ตาคมเข้มของชายหนุ่มไม่ได้เผยความรู้สึกใดๆ ออกมา เธอจึงเดินออกไปเงียบๆ ราวกับเธอไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน



- ฉันได้ไฟล์รูปแล้ว ขอบใจมาก


ทันทีที่ชีอึนส่งไฟล์รูปไป ฮีจูก็รีบโทรมาหาเธอทันที ตอนนี้ฝนยังคงตกแรงอยู่ เธอมองไม่เห็นร้านสะดวกซื้อเลย และตอนนี้กระเป๋าถือที่เธอใช้เงินเดือนเดือนแรกซื้อมาก็เปียกชุ่มไปหมดแล้ว


“ค่อยโล่งอก”


- แล้วคู่หมั้นฉันเป็นไงบ้าง?


“ก็ดูเป็นคนดีนะคะ”


- โกหกไม่เป็น แล้วยังจะโกหกอีกนะ


เสียงฮีจูแทรกเสียงฝนขึ้นมา


- เขาไม่ได้ฝากข้อความหรือถามอะไรถึงฉันบ้างเลยเหรอ?


“เขาไม่ค่อยพูดน่ะค่ะ”


- ฉันถามอะไรไร้สาระจริงๆ คนไม่มีปาก ต่อให้จับตัวมาพูดก็ไม่ยอมพูดอยู่ดี แล้วนี่เธอไปทำงานเป็นยังไงบ้าง?


“ก็สนุกดีค่ะ”


ฮีจูเป็นหลานสาวเจ้าของบริษัทที่ชีอึนทำอยู่


- ก็ดี งั้นเจอกันที่เกาหลีนะ


“ค่ะ ขอให้ขาหายไวๆ นะคะ”


หลังจากวางสายและเดินมาได้สิบนาที ชีอึนก็เดินมาถึงป้ายรถเมล์ ตอนนี้ตัวเธอเปียกปอนมาก เธอจึงโบกแท็กซี่แทนการขึ้นรถเมล์กลับบ้าน


ขณะที่แท็กซี่กำลังขับมุ่งหน้าไปยังบ้านที่เธออาศัยอยู่คนเดียวตลอดสี่ปี สายฝนตกลงมากระทบกับกระจกรถตลอดทาง สักพักคุณลุงแท็กซี่ก็หมุนปุ่มวิทยุเปิดเพลง ‘ที่รักที่อยู่เคียงข้างฉัน’ ของคิมฮยอนชิกขึ้น


ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศพาไปหรือเพราะเพลงเศร้าของคุณลุงแท็กซี่ที่ทำให้ชีอึนยิ่งรู้สึกเหงามากขึ้นไปอีก มันคงเป็นเพราะเสียงเพลงแหละ เธอหลับตาลงพลางคิดว่าในที่สุดเธอก็ผ่านวันอันแสนยาวนานนี้ไปได้สักที



เลื่อนขึ้นข้างบน เลื่อนลงข้างล่าง

คอนเทนต์ทุกเรื่องสามารถอ่านผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือได้ทั้งหมด

รายการตอน

แนะนำนักเขียน

Hongkyung
" "

เขียนคอมเมนต์คอมเมนต์ทั้งหมด (0)

0จำนวนตัวอักษรตอนนี้ / ตัวอักษรทั้งหมด 400 ตัวอักษร

หัวข้อรายการคอมเมนต์

เรียงตามอันดับการแนะนำ

เรียงตามอันดับการอัพเดท

'ซ่อนใ...' ถ้าเป็นแฟนตัวจริง ห้ามพลาด